วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนมหากาพย์ 'จำนำข้าว'! ลุ้นชะตา 'ยิ่งลักษณ์' รอด-คุก 25 ส.ค.นี้ รู้กัน?

ชะตากรรมของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังจะถูกพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จากคดีมหากาพย์ "จำนำข้าว" ที่ถือเป็นนโยบายชูโรงหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งสู้ศึกเลือกตั้ง ปี 2554 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาพลพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และหวนคืนสู่เก้าอี้ไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง ในฐานะ "แกนนำรัฐบาล" และส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ในขณะนั้น ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี คนที่ 28" และถือเป็น "นายกฯ หญิง" คนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

โดยเมื่อย้อนความคดีจำนำข้าว เป็นการฟ้องทางอาญา ที่อัยการพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 กล่าวหาว่า กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตาม ป.อาญา มาตรา 157 กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 5 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 กระทรวงคลัง ได้มีคำสั่ง 1351/2559 ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แจ้งต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เรียกสินไหมทดแทนความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดยให้ชดใช้เป็นเงิน 35,717 ล้านบาท ในทำนองเดียวกับที่มีคำสั่งให้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 ราย ที่เป็นจำเลยในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ในกลุ่มนักการเมืองและข้าราชการ ชดใช้สินไหมทดแทนรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาทด้วยเช่นกัน ซึ่งท้ายที่สุด นายบุญทรง และพวกได้ใช้สิทธิทางศาล ยื่นฟ้องนายกฯ กับพวกต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้สั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ตลอด 2 ปี 4 เดือน ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ วิ่งขึ้นลงศาลรวม 26 นัด ในฐานะจำเลย ช่วงที่คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เนื่องจากศาลกำหนดให้เข้าร่วมกระบวนการไต่สวนพยานทุกนัด นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ไม่เช่นนั้นจะถูกสั่งถอนประกัน-ปรับเงินประกัน 30 ล้านบาท และออกหมายจับ ทั้งสองฝ่ายต่างนำพยานขึ้นเบิกความ งัดหลักฐานต่อสู้โต้แย้งกันไปมาอย่างเข้มข้น จนล่วงเลยมาถึงนัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา รวมแล้วใช้พยานไปทั้งสิ้น 56 ปาก

ลำดับไทม์ไลน์ "จำนำข้าว"

3 ธันวาคม 2555 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบทุจริตข้าวจีทูจี
16 มกราคม 2557 ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด “นายบุญทรง” และมีมติไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์
17 กรกฎาคม 2557 ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดฐานไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าวทุกขั้นตอน
5 สิงหาคม 2557 ป.ป.ช. ส่งสำนวนคดีให้อัยการ
19 กุมภาพันธ์ 2558 อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง
15 มกราคม 2559 ศาลฯ รับฟ้อง และไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์นัดแรก
5 สิงหาคม 2559 ไต่สวนพยานจำเลยนัดแรก (น.ส.ยิ่งลักษณ์ เบิกความเป็นพยานปากแรก)
21 กรกฎาคม 2560 ไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย
1 สิงหาคม 2560 น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดีด้วยวาจา
25 สิงหาคม 2560 ศาลพิพากษาคดีจำนำข้าว

เริ่มสตาร์ตกันที่ อัยการสูงสุดนำสำนวนส่งฟ้องศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 องค์คณะตุลาการประทับรับฟ้องในอีกหนึ่งเดือนถัดมา ในการนัดพิจารณาคดีครั้งแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงประกอบการฉายเพาเวอร์พอยต์ปฏิเสธทุกข้อหา และขอส่งคำแถลงเป็นรายลักษณ์อักษรในภายหลัง โดยทีมกฎหมายของอดีตนายกฯ หญิง ใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี

เริ่มตั้งแต่วันที่องค์คณะนัดคู่ความตรวจบัญชีพยาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้อง 2 ประเด็น คือ 1. ขอให้ศาลชะลอการพิจารณาคดี เนื่องจากจำเลยเห็นว่าคดีนี้เป็นอำนาจของศาลปกครอง 2. คัดค้านการเพิ่มพยานหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลของฝ่ายโจทก์ ซึ่งองค์คณะตุลาการได้รับคำร้องไปพิจารณา ก่อนจะมีคำสั่งยกคำร้องในเวลาต่อมา หรือการไปยื่นฟ้องอัยการสูงสุดต่อศาลอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการสั่งฟ้องคดีรับจำนำข้าว ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องเช่นกัน โดยกว่าการตรวจสอบบัญชีพยานหลักฐานและพยานโจทก์-จำเลย จะแล้วเสร็จ โดยองค์คณะตุลาการพิจารณาแล้วมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 กำหนดให้โจทก์นำพยานเข้าไต่สวนได้ 14 ปาก จากเดิมที่ยื่นบัญชีพยาน 17 ปาก กำหนดไต่สวนพยานโจทก์ 5 นัด นัดแรกวันที่ 15 มกราคม 2559 และเสร็จสิ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2559 ส่วนจำเลยศาลอนุญาตให้นำพยานเข้าไต่สวนได้ 42 ปาก จากที่ยื่นขอ 43 ปาก เริ่มไต่สวนพยานจำเลยนัดแรก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 เสร็จสิ้นการไต่สวน 16 นัด ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 โดยการต่อสู้ในเนื้อหาคดีจริงๆ มาเริ่มต้นเอาเมื่อต้นปี 2559 ในการนัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลยดังกล่าว ที่คาดหมายว่าคดีจะเสร็จสิ้นในปลายปี 2559 และน่าจะตัดสินชี้ชะตาได้ในต้นปี 2560 แต่ในการพิจารณาจริง ปรากฏว่าการไต่สวนพยานทั้งโจทก์และจำเลย ต้องขยายวันนัดเพิ่มจากที่กำหนดเดิม

โดยการไต่สวนพยานโจทก์ 14 ปาก 5 นัด เดิมจะเสร็จสิ้นปลายเดือนมีนาคม แต่ไม่จบในกำหนด ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์นัดสุดท้ายได้จริงวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งต้องเลื่อนกำหนดนัดไต่สวนพยานจำเลย 42 ปาก จากเดิมจะเริ่มนัดแรกวันที่ 1 เมษายน ก็มานัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นให้ปากคำในฐานะพยานจำเลยปากแรกได้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และนัดไต่สวนพยานจำเลยต่อเนื่องถึงปากที่ 13 ในการนัดเมื่อวันที่ 9 และ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของปี 2559 โดยศาลนัดไต่สวนต่อวันที่ 17 มกราคม 2560 เป็นนัดที่ 10 และนัดแรกของปีใหม่ โดยยังเหลือพยานจำเลยอีก 28 ปาก โดย นายอำพน กิตติอำพน ขอถอนตัวจากพยานจำเลย 1 คน และก่อนสิ้นปี องค์คณะตุลาการได้แจ้งคู่ความเพิ่มวันนัดไต่สวนพยานที่คงเหลือ หรือบางรายที่ในวันนัดแจ้งขอเลื่อนไต่สวน เนื่องจากเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน โดยกำชับทนายจำเลยให้บริหารจัดการพยาน เพื่อให้มาเบิกความต่อศาลทันกำหนดภายใน 21 กรกฎาคม ซึ่งนัดไต่สวนพยานเป็นวันสุดท้าย

พยานโจทก์ปากสำคัญ
นายนิพนธ์ พัวพงศกร อดีตประธานทีดีอาร์โอ
นายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการ สตง.
นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนำนายกฯ
นางสุภา ปิยะจิตติ อดีตประธานคณะกรรมการปิดบัญชีรับจำนำข้าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์

พยานจำเลย ปากสำคัญ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ
นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.เกษตรฯ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง
นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์

ทั้งนี้ คดีจำนำข้าวเป็นกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหามาตลอดว่า เป็นโครงการที่เต็มไปด้วยการทุจริตทุกขั้นตอน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดจริง จะเป็นการชี้ให้เห็นว่า การรับจำนำข้าว เป็นมาตรการที่อุดมไปด้วยปัญหาอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต ตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการปิดฉากเส้นทางการเมืองของอดีตนายกฯ หญิง ค่ายเพื่อไทย ไปตลอดกาล เว้นเสียแต่ในอนาคตจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ที่เขียนโดย "21 อรหันต์ กรธ."

ถ้าวิเคราะห์สถานการณ์ตามสมมติฐานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นฝ่ายแพ้คดี คือถูกพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ก็จะพบว่ายังมีช่องทางในการต่อสู้ดิ้นรนอีก เพื่อไม่ให้ติดคุกทันที เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 195 เปิดช่องให้มีสิทธิอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา ซึ่งระบบการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ แม้จะเป็นการตัดสินคดีภายใต้หลักการความเป็นศาลสูงสุด แต่ระบบวิธีการพิจาณาคดียังคงมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบศาลยุติธรรมปกติ คือ มีการยื่นประกันตัวและการอุทธรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ หมายความว่า ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะถูกพิพากษาให้มีความผิดโดยไม่รอลงอาญา แต่ก็สามารถยื่นขอประกันตัว และอุทธรณ์คำพิพากษาได้ ซึ่งการอุทธรณ์ในบริบทนี้เป็นคุณแก่ฝ่ายจำเลยมากขึ้น

ทั้งนี้ ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาอย่างไร คดีดังกล่าวก็จะถือเป็นบรรทัดฐานคดีทางการเมือง โดยเฉพาะคนที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ หรือรัฐบาลในอนาคต เกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายสาธารณะ ต้องถือปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อทิศทางการเมืองไทยในอนาคตของใครหลายคนด้วยเช่นกัน!!

ดังนั้น ชะตากรรมของอดีตนายกฯ หญิง จะเป็นอย่างไร อยู่ในมือ 9 ตุลาการ 25 ส.ค.นี้ รู้กันทั่วประเทศ!!!