วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศิลปาชีพประทีปไทย โอทอป...โกอินเตอร์

“ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” หัตถศิลป์ทรงคุณค่า ภูมิปัญญาความเป็นไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–20 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี

12 สิงหาคม 2560 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะที่รับผิดชอบดำเนินการส่งเสริม โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา

ร่วมชื่นชมพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพในการส่งเสริมงานศิลปาชีพแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมร่วมจารึกประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยการวาดลวดลายแห่งวิจิตรศิลป์ พร้อมร่วมกันลงลายมือชื่อถวายพระพรลงบนผืนผ้าที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เชิญผู้สนใจเลือกซื้อ...เลือกชมผลงานมรดกทางหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่าของแดนสยาม งานร่วมสมัยสะท้อนความงามมรดกไทยที่มีกลิ่นอายความหรูหรา...มีรสนิยมที่หล่อหลอมจากภูมิปัญญาจากทั่วทุกภูมิภาค

พื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร คัดสรรสุดยอดผลงานด้านศาสตร์ศิลป์ ที่วิจิตรตระการตาจากภูมิปัญญาไทยกว่า 2,000 ร้านค้า และกว่า 10,000 ผลิตภัณฑ์

ย้อนรำลึก พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 11 สิงหาคม 2532 “...ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้...”

อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน บอกว่า โอทอปไทยมีมานานนับได้ 16 ปีแล้ว บางคนสงสัยว่าสินค้าโอทอปทำไมมาโตที่ประเทศไทย...ไปไกลมากแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นก็ทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็เพราะเขามีรายได้ด้านอื่นมาก แต่โอทอปไทยเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ

โอทอปไทย...ไปไกล ย่อมมีที่มาที่ไป อภิชาติ บอกว่า ประการแรกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ปูพื้นฐานมาก่อนก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พระองค์ท่านเสด็จฯไปตามชนบทก็จะเห็นอาชีพชาวบ้าน ก็บอกว่าเป็นภูมิปัญญา เช่นที่จังหวัดอุทัยธานีมีคนเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนที่ยังเป็นเด็กอายุ 14 ปี มีโอกาสได้รับเสด็จ...ไปเห็นผ้าเก่าๆเหมือนผ้าขี้ริ้ว ทรงหยิบมาดูก็บอกว่าเป็นผ้าทอลายสวยงามมาก

พระองค์ท่านก็บอกว่าให้เก็บผ้าเก่าๆเหล่านี้เอาไว้ให้ดีๆ ...เด็กคนนี้จึงเก็บผ้าเก่ามาตลอด เจอที่ไหนก็เก็บเอาไว้ วันเวลาผ่านไปก็มีคุณค่ากลายเป็นโบราณที่เอามาถอดลายได้หมด

“พระองค์ท่านทรงตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพขึ้นที่อยุธยา วางพื้นฐานไว้เป็นอย่างดี เอาชาวบ้านมาสอนเป็นครูช่างเกือบสองหมื่นกว่าคน น่าสนใจว่าพอโอทอปเกิดขึ้น ก็มีครูช่างเหล่านี้กระจายอยู่เต็มพื้นที่ เป็นสิ่งที่ทำให้โอทอปไทยเติบโตได้เร็ว”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีความสนพระราชหฤทัยอย่างจริงจังในอันที่จะส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของราษฎร และมีพระราชดำริให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจน การทำมาหากินของราษฎร

โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสำคัญ ดั่งพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ตรัสไว้ว่า...

“ข้าพเจ้าอยากเห็นชาวนา ชาวไร่ มีงานศิลปาชีพพิเศษเป็นงานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเพื่ออนุรักษ์ศิลปะโบราณอันงามวิจิตรของไทยไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย งานศิลปาชีพ จะดีเด่นเพียงไร อยู่ที่ความขยัน ความประณีต ศิลปะในการออกแบบและฝีมือในการประดิษฐ์ของช่างโดยเฉพาะ”

ที่มาที่ไปประการต่อมา...รัฐบาลส่งเสริม อภิชาติ บอกว่า บ้านเราไม่เหมือนประเทศอื่น มองว่า “โอทอป” เป็นเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอันหนึ่ง สิ่งที่รัฐบาลทำก็คือ เรามีคณะกรรมการระดับชาติ 7 กระทรวงร่วมกันทำงาน สนับสนุนผลักดันโอทอปแบบครบวงจร กลายเป็นจุดแข็งให้เติบโตได้รวดเร็ว

ประการที่สาม...ลักษณะคนไทย ฝีมือประณีต ละเอียดอ่อน ทักษะมี ผนวกรวมกับเรื่องที่สี่...“ภูมิปัญญาไทย” ที่สั่งสมสืบต่อกันมายาวนาน ซ่อนอยู่มากมายในหลากหลายพื้นที่ ซึ่งที่อื่นไม่ค่อยมี ก็กลายเป็นจุดแข็งสำคัญของโอทอปประเทศไทย

หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกต “โอทอป” ไทยสินค้าไม่น้อยก็ซ้ำๆกัน ให้เข้าใจว่าญี่ปุ่นเริ่มโอทอปจากการเกษตร แต่เราเริ่มจากภูมิปัญญาที่หลากหลาย ไม่เฉพาะแต่เรื่องการเกษตร ฉะนั้น ค่อนข้างกระจาย แต่อย่างไรก็ตาม กรมการพัฒนาชุมชนก็คำนึงถึงจุดนี้เช่นกัน เพื่อก้าวต่อไป...เดินหน้าไปสู่ “โอทอปไทยยุค 4.0”

เน้นเรื่องราว...สตอรี่ ดีไซน์...การออกแบบ การรับรองมาตรฐานระบบออนไลน์เข้ามาขับเคลื่อนให้ “โอทอป” ไทยก้าวไปสู่ยุค 4.0 ให้ได้

“วันนี้จะเห็นว่าโอทอปเปลี่ยนโฉมไปมาก สองปีที่ผ่านมาเร็วมาก...ด้วยดีมานด์ที่เยอะมาก คนต้องการสินค้าโอทอปแต่ซับพลายผู้ผลิตส่วนใหญ่ทำมาหากินไม่ได้ทำธุรกิจค้าขายอย่างเดียวก็เลยขาดตัวเชื่อม เราเลยสร้างเทรดเดอร์...ผู้ประกอบการมืออาชีพขึ้นมาช่วย สร้างบริษัทโอทอปอินเตอร์เทรดเดอร์ฯขึ้นทุกจังหวัด”

45 จังหวัดจดทะเบียนพาณิชย์ทำมาค้าขายจริงจังเรียบร้อยแล้ว ทำให้โอทอปเติบโตยิ่งขึ้น...เดิมทีส่งเสริมในภาพรวม แต่วันนี้เราแบ่งโอทอปเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ...กลุ่มแรกพรีเมียมมีคุณภาพพร้อมขายลุยตลาดต่างประเทศได้แล้ว ถัดมา...คลาสสิก เป็นงานฝีมือทำมากไม่ได้ กลุ่มสาม...สแตนดาร์ด กลางๆค้าขายในประเทศ

กลุ่มสุดท้ายก็คือ...กลุ่มดาวรุ่ง โดยการแบ่งที่เกิดขึ้นนี้มีแนวคิดมาจากการมองภาพใหญ่ เรามีโอทอปกว่า 8 หมื่นตัว จาก 40,600 กว่ากลุ่ม ทุก 2 ปี...จะคัดสรรสุดยอดโอทอปรัฐติด 1-5 ดาว มีอยู่หลักหมื่นตัวเท่านั้น ที่เหลือก็ถูกทิ้งอยู่ จึงจัดกลุ่มใหม่เพื่อพัฒนา ผลักดันส่งเสริมให้ถูกทิศถูกทางเดินหน้าต่อไปด้วยกันให้ได้

โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายดาวรุ่ง ต้องส่งเสริมเป็นพิเศษ สร้างมาตรฐาน การรับรอง เติมเต็มการตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ภายใต้โครงการโอทอปสองแผ่นดินขยายไปสู่ตลาดอาเซียน ลุยตลาดจีนแบบถาวรกำลังอยู่ในขั้นตอนคัดสรรสินค้า 300 กว่าอย่าง บวกการทำตลาดอีคอมเมิร์ซเพิ่มศักยภาพ
การตลาดยุคใหม่ครบวงจร

ปี 2558 โอทอปโตเฉลี่ย 10%...ปี 2559 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14% มูลค่า 125,000 ล้านบาท ปี 2560 ตั้งเป้า 18% มูลค่า 147,000 ล้านบาท กำลังจะถึงเป้าแล้วได้แน่นอน...และในปี 2561–62 ตั้งไว้ที่ 20– 22% มูลค่า 2 แสนล้านฯขึ้นไป มุ่งหมายให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

ว่ากันว่า...คุณค่าของทุกสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หาได้นับได้จากความมีมูลค่าของวัตถุที่ใช้สร้างสิ่งของนั้นไม่ แต่กลับเป็นความประณีตชำนาญและการสร้างสรรค์อันสั่งสมบ่มเพาะจนเกิดเป็นความรู้สังเคราะห์จนกลายเป็นภูมิปัญญาส่งทอดพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและศรัทธาอันยิ่งยอด

จาก “ก้อนกรวด” ก็กลับกลายเป็น “อัญมณี” อันเฉิดประกาย เฉกเช่นเดียวกัน...จากผ้าซิ่นมัดหมี่ของชาวบ้านจังหวัดนครพนม ก็ไปสู่แคตวอล์กแห่งมหานครปารีสได้อย่างน่าอัศจรรย์

ใครเลยจะสามารถเสกสรรค์ความน่าอัศจรรย์เช่นนี้ให้บังเกิดขึ้นได้หากมิใช่สายพระเนตรอันยาวไกลเปรียบประดุจทรงเป็นพระประทีปส่องสว่างนำทางพสกนิกรไทยทั้งชาติที่ขับเคลื่อนมาจากพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักของแม่แห่งแผ่นดินที่มีต่อพสกนิกรผู้ยากไร้ แต่มิเคยไร้ซึ่งฝีมือและหัวใจ

“หัตถศิลป์” ....อันงามวิจิตรทรงคุณค่าด้วย “ภูมิปัญญาไทย”...

ทำด้วยมือ สั่งสมจากภูมิรู้กลั่นมาจากหัวใจ จึงบังเกิดขึ้น เฉิดฉายก้าวไกลไปสู่สายตาชาวโลก.