วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สสส.เดินหน้าสร้างสุขภาวะที่ดีให้คนไทยอย่างยั่งยืน เปิดบ้านแสดงการเดินทางของความสุขตลอด 15 ปี

สสส.เดินหน้าสร้างสุขภาวะที่ดีให้คนไทยอย่างยั่งยืน เปิดบ้านแสดงการเดินทางของความสุขตลอด 15 ปี

โดย Advertorial
7 ส.ค. 2560 06:01 น.
  • Share:

“จน เครียด กินเหล้า” “งดเหล้าเข้าพรรษา” “ให้เหล้า=แช่ง” “แค่ขยับ=เริ่มออกกำลังกาย” “ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท” “สวดมนต์ข้ามปี” “กินผักผลไม้ดี 400 กรัม” นี่เป็นผลงานแคมเปญรณรงค์เพียงบางส่วนที่ติดท็อปฮิตเรียกเสียงฮือฮาและสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยที่สร้างสรรค์และดำเนินการโดย สสส. หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ซึ่งในปีนี้ สสส.ได้จัดแสดงนิทรรศการรูปแบบต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข” ชวนประชาชนร่วมชมและแลกเปลี่ยนแนวคิด พร้อมเดินหน้าพาสังคมไทยสู่ยุคต่อไปด้วยสุขภาวะแบบยั่งยืน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส.

นิทรรศการ 15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศ จัดงาน “15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี นำเสนอความเป็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนมาถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างเห็นเป็นรูปธรรมวัดผลได้จริง ซึ่งมีผลงานได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จนก่อให้เกิดองค์กรที่แข็งแรงในการเชื่องโยงและสร้างเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ชุมชนทุกขนาด

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส.

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวถึงที่มาองค์กรและพันธกิจว่า “หากเปรียบ สสส.เป็นดั่งพันธุ์ไม้ ก็เหมือนเป็นไม้พันธุ์ใหม่ในสังคมไทย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2537 ประเทศไทยยังไม่เคยมีองค์กรอิสระที่ทำงานลักษณะนี้มาก่อน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่เห็นสอดคล้องกันในหลายรัฐบาลที่ต้องการใช้งบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อผลประโยชน์ด้านสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ ในปี 2544 จึงได้มีพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพขึ้น เป็นองค์กรอิสระที่มุ่งเน้นในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพอย่างรอบด้าน เพื่อลดจำนวนคนป่วยให้น้อยลงอย่างยั่งยืน”

นิทรรศการ 15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข

“กว่า สสส.จะถือกำเนิดเป็นองค์กรได้ ใช้เวลาบ่มเมล็ดพันธุ์ทางความคิดร่วม 7 ปี ในปีแรกนั้น องค์กรขับเคลื่อนด้วยพนักงานเพียง 22 คน มุ่งแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุ ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนแนวคิด ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย ไม่เน้นบริการรายบุคคล อันเนื่องจากมีองค์กรอื่นดูแลอยู่แล้ว ด้วยความคล่องตัว และกล้าคิดแตกต่าง  จึงทำให้เกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรมมากมาย” ดร.สุปรีดา เล่าถึงการเดินทาง 15 ปีของ สสส.

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการ สสส.

ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการ สสส. ว่า “ในฐานะประธานกรรมการ สสส. ได้เห็นความเติบโตของทั้งทีมงานและโครงการต่างๆ อย่างมาก ต้องยอมรับว่าการเดินทางของ สสส. ตลอดระยะเวลา 15 ปีนั้น ไม่ได้มีแต่ความสุข แต่ปนด้วยความเศร้า  เพราะมีอุปสรรคพอสมควร ซึ่งอุปสรรคเหล่านั้นเองก็เป็นบทเรียนให้เกิดการเรียนรู้ แก้ไข และพัฒนา วันนี้ผลงานของ สสส.เป็นเครื่องพิสูจน์และบอกถึงความสำเร็จได้เป็นอย่างดี”

“หากเปรียบองค์กร 15 ปี เป็นพันธุ์ไม้ ตอนนี้ก็มีดอกมีผลให้ชื่นชม แต่หากมองเป็นคนแล้ว วัย 15 ปีนั้นอยู่ในช่วงระยะเวลาแห่งการเรียนรู้และเติบโต ที่ผ่านมาองค์กรใช้หลักทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา จึงทำให้ปัญหาใหญ่ระดับภูเขาหลายลูกได้ถูกขยับไปแล้ว ซึ่งอยากให้ทีมงานและภาคีเครือข่ายภูมิใจ นอกเหนือจากรางวัลจากองค์กรระดับโลก แต่สิ่งมีค่ามากกว่าคือการได้รับการยอมรับจากสังคมไทยและคนไทย อันเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา” อีกหนึ่งมุมมองจากท่านประธานกรรมการกองทุน

ด้าน ดร.สุปรีดา ประกาศถึงก้าวต่อไปในอนาคตของ สสส. ว่ายังคงเดินหน้าพร้อมจับมือกับผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ยึดหลักความโปร่งใส หลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเป็นมืออาชีพ มุ่งเสริมศักยภาพให้ประชาชนพึ่งตัวเองมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และร่วมปฏิรูปประเทศไทยสู่ยุคต่อไปอีกด้วย

ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวย้ำถึงทิศทางการทำงานของ สสส.ว่า “ในขณะที่โลกดิจิตอลมีการปรับเปลี่ยนของสังคมค่อนข้างมาก ทางทีมงาน สสส. จึงควรมองการณ์ไกลว่าในอนาคตนั้นจะมีปัญหาใดเกิดขึ้นอีกบ้าง เพื่อเตรียมหาแนวทางป้องกันแก้ไขตั้งแต่มันยังไม่เป็นปัญหาใหญ่โต และให้ความสำคัญกับการมองย้อนไปในอดีต นำจุดบกพร่องมาแก้ไข ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเป็นที่ยอมรับมากขึ้น”

สสส.และตัวแทนจากภาคีเครือข่ายร่วมเปิดงาน

15 ปีที่ผ่านมานี้ ต้นไม้พันธุ์ใหม่ได้เติบโต กิ่งก้านได้ขยายสาขา จากงานรณรงค์สื่อสาร ขยายไปถึงการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนกว่า 15,000 องค์กรทั่วประเทศ ตัวอย่างผลงานของ สสส. ได้แก่ การขับเคลื่อนให้เกิดสังคมปลอดบุหรี่ จนสามารถลดอัตราของผู้สูบบุหรี่ในไทยต่ำลงกว่า 20% เป็นครั้งแรก ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการดื่มของคนไทย ที่นิยมดื่มในงานบุญประเพณีต่างๆ หรือการให้เหล้าในเทศกาลสำคัญ จนสามารถทำให้ภาพรวมปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อหัวประชากรต่อปีลดลงจาก 8.16 ในปี 2549 มาอยู่ที่ 6.95 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี ในปี 2558 หรือลดลงถึง 14.8%

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวเสริมถึงผลงานว่า สสส. เป็นกองทุนสร้างเสริมสุขภาพจากภาษีบาปที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยองค์การอนามัยโลก ยกให้ สสส. เป็นต้นแบบของกลไกการเงินเพื่อสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียใต้ – ตะวันออก รวมทั้งสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ จัดตั้งองค์กรเช่นเดียวกับ  สสส. อย่างจริงจัง เช่น มาเลเซีย มองโกเลีย ลาว เวียดนาม เป็นต้น

ประธาน สสส. เดินชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรม

นิทรรศการถาวรภายในอาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ แบ่งออกเป็น 7 โซน ได้แก่

1.แนะนำ สสส. สร้างเสริมสุขภาพอย่างสร้างสรรค์

2.จุดเริ่มต้นของ สสส. และการดำเนินงาน 15 ปี

3.เล่าอดีตเพื่อก้าวไปข้างหน้า ผ่าน 15 บทเรียนสำคัญ

4.คนเล็กๆ ที่มีหัวใจใหญ่ กับการบอกเล่าเรื่องราวของคน 150 คนที่ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะมาตลอด 15 ปี

5.แนวคิดไตรพลังและ Working Model Health Promotion

6.การตลาดเพื่อสังคมมากกว่า 150 แคมเปญ ในการเปลี่ยนแปลงสังคม

7.บทส่งท้ายตลอดเส้นทางแห่งความสุข

ประธาน สสส. เดินชมนิทรรศการ

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาชมนิทรรศการได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ สสส.ยังได้วางแผนจัดเป็นนิทรรศการสัญจรไปยังทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้อีกด้วย เป็นที่น่าจับตามองว่า สสส.จะคิดค้นแคมเปญอะไรมาให้สังคมไทยได้ฉุกคิดและปรับเปลี่ยนค่านิยมไปสู่การสร้างภาวะแห่งความสุขกันอีกต่อไป

นิทรรศการถาวรที่จะจัดแสดงทั้งปีให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ฟรีที่ศูนย์การเรียนรู้ สสส. งามดูพลี

http://www.thaihealth.or.th/ 
https://www.facebook.com/thaihealth/

อ่านเพิ่มเติม...