วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
10 ปีเพิ่งเคยเจอ! แพทย์เตือน ระวังเชื้อโรคตัวจิ๋วที่มากับหน้าฝน

10 ปีเพิ่งเคยเจอ! แพทย์เตือน ระวังเชื้อโรคตัวจิ๋วที่มากับหน้าฝน

  • Share:

แฟนเพจทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ส่งรูปข้อมือแม่ของตนมาให้ โดยแจ้งว่า หลังจากแม่ไปถางหญ้าที่เปียกขณะฝนตก กลับมาบ้านมีอาการคันๆ แสบๆ แล้วก็มีผื่นขึ้นดังภาพ ไปพบหมอที่ รพ. ตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่า เป็นพยาธิชอนไช รักษาโดยให้ยาถ่ายพยาธิมากิน และบอกว่าเป็นเคสในรอบ 10 ปี

จากกรณีดังกล่าว แฟนเพจท่านนี้สงสัยว่าเป็นพยาธิชนิดใด เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร เป็นอันตรายแค่ไหน และมีวิธีป้องกันอย่างไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์สอบถามแพทย์หญิงอรยา กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์องค์กร สถาบันโรคผิวหนัง อธิบายว่า จากภาพที่ได้เห็น คือ ป่วยเป็นโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากพยาธิตัวกลมระยะตัวอ่อนที่ชอนไชเข้าสู่ผิวหนัง โดยมักเกิดจากพยาธิปากขอที่พบในสัตว์หลายชนิด ที่พบบ่อยที่สุดคือ จากแมวและสุนัข จากสัตว์ที่กินหญ้า คือ วัว ควาย

พยาธิอื่นที่อาจเกิดได้คือ พยาธิตัวจี๊ด ซึ่งอาจมีลักษณะอาการแบบนี้เหมือนกัน แต่ลักษณะของตัวจี๊ดจะต่างจากพยาธิปากขอ คือ การเคลื่อนที่ตัวอ่อนของพยาธิจะอยู่ในผิวหนังชั้นลึกกว่า จึงทำให้เกิดอาการบวมแดง อักเสบและปวด ย้ายที่ไปมา ซึ่งต่างจากกลุ่มพยาธิปากขอที่พบในสัตว์ จากรูปของผู้ป่วยรายนี้น่าจะเป็นพยาธิปากขอมากกว่า

พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร? แพทย์หญิงอรยา ชี้แจงคำถามนี้ว่า พยาธิตัวอ่อนในระยะติดต่อ พบในดินที่ชื้นแฉะที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ และจะไชเข้าสู่ผิวหนังคนทางผิวหนังปกติ หรือผิวที่มีแผลในคนที่เดินเท้าเปล่า หรือเด็กที่นั่งเล่นบนพื้นดิน หรือทรายบริเวณชายหาด หลังพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มักจะพบผื่นในบริเวณมือ เท้า หรือก้น ตำแหน่งของร่างกายที่สัมผัสกับดินทรายโดยตรง

ด้านอาการเมื่อพยาธิไชเข้าผิวหนัง แรกเริ่มอาจจะเห็นเป็นผื่นแดงเล็กๆ ซึ่งจะคันมาก เมื่อพยาธิเริ่มไช จึงจะเห็นเส้นแดงนูน หรือตุ่มน้ำใส ขนาดประมาณ 3 มม. และอาจยาวได้ถึง 20 ซม. คดเคี้ยวไปมาตามการไชของพยาธิ ซึ่งจะเคลื่อนที่ได้วันละ 2-3 มิลลิเมตร ถึงหลายเซนติเมตร อาการทางผิวหนังมักจะเกิดใน 1-5 วันหลังสัมผัส และคงอยู่ได้นาน 2-14 สัปดาห์ หรือนานเป็นปี

หากพยาธิปากขอชอนไชจะไม่มีอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากคนไม่ใช่ที่อยู่ของพยาธินี้ พยาธิไม่สามารถเติบโตเป็นตัวแก่ในคนได้ จึงไชอยู่ในผิวหนังจนตายไปเอง หรือภูมิต้านทานของร่างกายมาจัดการหรือจากการรักษา ส่วนน้อยที่จะทำให้เกิดอาการอื่นๆ  เช่น ชอนไชไปในปอด ทำให้เกิดอาการไอ หายใจมีเสียงวี๊ด บางคนอาจมีอาการลมพิษร่วมด้วย

ภาพหลังการรักษาได้ 2 สัปดาห์

สำหรับการรักษานั้น ใช้ยาฆ่าพยาธิ ชนิด albendazole 400 มก.ต่อวัน นาน 3 วัน หรือ ivermectin รับประทานครั้งเดียว เป็นการรักษาที่ได้ผลดี เนื่องจากในประเทศไทยพบอัตราการเป็นโรคพยาธิปากขอสูงในแมวและสุนัข จึงมีโอกาสที่จะมีพยาธิปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมมาก

“การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่ให้พยาธิไชเข้าร่างกาย จะต้องสวมรองเท้าเวลาเดินเสมอ และหลีกเลี่ยงการนั่งหรือสัมผัสบนดิน ทราย ที่อาจมีการปนเปื้อนมูลสัตว์ และควรถ่ายพยาธิให้แมวและสุนัข เพื่อไม่ให้มีการแพร่ปรสิตสู่ดิน” แพทย์หญิงอรยากล่าวทิ้งท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้