advertisement

ม็อบล้มรัฐบาลไม่ได้

โดย ทีมข่าวการเมือง 6 ส.ค. 2556 05:03

“Who are you”

“มึงเป็นใคร” สำนวนเป๊ะๆ ฉบับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ที่แปลเป็นไทยส่งตรงไปถึง “นายใหญ่” เมืองดูไบ

เป็นอะไรที่แฟนฮาร์ดคอร์กดไลค์ให้มากกว่า ฟันธงไปเลยว่า ไฮไลต์บนเวทีผ่าความจริงฯของพรรคประชาธิปัตย์ที่ย่านประชานิเวศน์ ดุเดือด เข้มข้น

เร้าอารมณ์กองเชียร์ได้มากกว่าเวที “ม็อบแช่แข็ง” ของแนวร่วมประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ที่เลี่ยง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาระดมพลกันที่สวนลุมพินี

แม้จะมากันหนาตาในวันแรกๆ แต่ยังต้องพิสูจน์การยืนระยะ

โดยเฉพาะภายหลังจากการ “แบไต๋” หงายไพ่ที่ซ่อนอยู่ กับการเปิดตัว พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม มาเป็นแกนนำร่วมประกาศเผด็จศึกรัฐบาลให้ได้ใน 7 วัน 10 วัน

ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะรู้กันมานานแล้ว

และแน่นอน เมื่อเฉลยคำตอบกันอย่างเป็นทางการ ก็ต้องวัดใจแนวร่วมคนกลางๆ โดยเฉพาะพวกม็อบหน้ากากขาวที่เคยตั้งแง่ขวางลำแกนนำที่จะเคลมมวลชนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

จะยอมไหลตามเกมของทีมงาน “ทหารเฒ่า” หรือไม่

เอาเป็นว่า ประเมินตามหน้าตาของแกนนำที่เก็บตกมาจากดาวกระจายม็อบพันธมิตรฯ พวกขาเก่าเจ้าประจำที่ชื่อไม่ติดกระดานเมื่อเทียบกับระดับขาใหญ่อย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล– จำลอง ศรีเมือง”

คงยากจะเรียกแขกได้

แนวรบด้านม็อบแช่แข็งประเทศไทย ไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับเกมรบของฟากประชาธิปัตย์ ตามอาการดับเครื่องชนของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน

เปิดพิมพ์เขียว กางแผนสกัดล่วงหน้า

ถ้าในวันที่ 7 สิงหาคม ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้าสภาฯ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจะสู้ในสภาฯ จนหยดสุดท้าย จะ ลุกขึ้นอภิปรายทุกคน

รวมทั้งจะนำเรื่องนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

และในชั้นกรรมาธิการฯ พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่สุดความสามารถในขั้นแปรญัตติทุกมาตรา และเมื่อถึงวาระ 3 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะยกมือไม่เห็นด้วยแน่นอน

หากผ่านสภาฯ ไปแล้ว กฎหมายนี้จะต้องเข้าสู่ที่ประชุมของวุฒิสภา ก็ไปขอความร่วมมือจาก ส.ว.ให้ลงมติไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้

ท้ายสุดเลย ก่อนที่นายกฯจะนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประชาธิปัตย์งัดบทค้านแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ไม่ให้กฎหมายนิรโทษกรรมผ่านไปได้

ในอารมณ์เหมือนถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์เกลียดกลัว “ทักษิณ” เต็มประดา

ขณะที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลอยตัวขึ้นไปอยู่อีกจุด ด้วย

การโยนมุกใหม่ เสนอให้ตั้งเวทีปฏิรูปการเมือง ชวนคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายมาร่วมกันหาทางออกวิกฤติประเทศไทย

เทียบอารมณ์ของคนที่มองไปข้างหน้า กับพวกที่หลงอยู่กับความขัดแย้งไม่เลิกรา

ตามรูปการณ์ กระแสม็อบของฝ่ายต้านนิรโทษกรรมยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลรับมือได้

แต่สิ่งที่ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยระแวงที่สุดก็อย่างที่ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน วิเคราะห์เป็นเชิงดักคอ

หวั่นฤทธิ์ดาบขององค์กรอิสระล้มรัฐบาล

ตามจังหวะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะหยิบคดีทุจริตที่พัวพันถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเขียงฟันเมื่อไหร่ก็ได้

อีกด้านหนึ่งก็เป็นเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญจ่อลุยสำนวนคดียื่นถอดถอน ส.ส.ที่ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ ถ้าหวยออกมาว่าผิด

ส.ส.รัฐบาลมีหวังหายไปเกลี้ยงสภา

ผวาหนังม้วนเก่า ย้อนอดีตนายกฯสมัคร สุนทรเวช ที่โดนศาลรัฐธรรมนูญเช็กบิลคดีทำกับข้าวโชว์ทางทีวี ต้องตกเก้าอี้ ต่อเนื่องมาถึงคิวของอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่หล่นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน

ไม่มีหลักประกัน ประวัติศาสตร์จะไม่วนมาซ้ำรอย “ยิ่งลักษณ์”.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้