advertisement

ไทยจะตกหน้าผาพระวิหาร

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 4 ม.ค. 2556 05:00

วันปีใหม่ที่ผ่านมา คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แถลงความคืบหน้า คดีปราสาทพระวิหาร ที่ ศาลโลก จะเปิดให้คู่ความ ไทย และ กัมพูชา ชี้แจงต่อศาลโลกด้วย “วาจา” ในวันที่ 15–19 เมษายนนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะมีคำพิพากษา

คุณสุรพงษ์ แถลงว่า ได้หารือกับ ทีมที่ปรึกษากฎหมายต่างประเทศ เพื่อกลั่นกรอง ท่าทีเบื้องต้น เสนอให้ คณะรัฐมนตรี เห็นชอบก่อนไปชี้แจงต่อศาลโลก

ในเดือนกุมภาพันธ์ คุณสุรพงษ์ จะไปประชุมกับทีมทนาย โดย นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีบัญชาให้ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และรัฐมนตรีศึกษาฯ ที่กำกับดูแลเรื่องกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญกฎหมายต่างๆ คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปร่วมพูดคุยกับทีมทนาย เพื่อรับฟังแนวทางการชี้แจงต่อศาลครั้งสุดท้าย แต่ตนคงไม่เดินทางไปร่วมรับฟังการชี้แจงต่อศาลในเดือนเมษายนนี้

คุณสุรพงษ์ ที่มักเห็นเป็น วอลเปเปอร์ อยู่ข้างหลัง นายกฯยิ่งลักษณ์ เวลาออกทีวีบ่อยๆ แถลงด้วยว่า

ยอมรับว่าหนักใจในคดีนี้ แต่คิดว่ารัฐบาลทำดีที่สุดแล้ว เพราะองค์ประกอบในการสู้คดีใช้ทีมงานชุดเดิมตลอด เปลี่ยนแค่รัฐมนตรีต่างประเทศ ผมมองตั้งแต่ตอนเข้ามารับตำแหน่ง คดีนี้ไทยมีแต่แพ้กับเสมอตัว คือ แพ้ก็เสีย (ดินแดน) ถ้าอยู่แบบเดิมก็เสมอตัว

สรุปง่ายๆก็คือ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบคดีปราสาทพระวิหารโดยตรง จะไม่ไปชี้แจงต่อศาลโลกด้วยตัวเอง  เพราะฟันธงตั้งแต่ต้นว่า  ไทยมีแต่แพ้กับเสมอตัว  จึงส่งแต่ ทีมทนายต่างชาติ  และ ตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ ไปชี้แจงแทน

ความรับผิดชอบ ในฐานะ รัฐมนตรีต่างประเทศ ไปอยู่ที่ไหนไม่ทราบ

แต่ ฝ่ายกัมพูชา ผู้ฟ้อง แหล่งข่าวรายงานว่า นายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา จะเดินทางไปแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกด้วยตัวเอง ไม่หลบลี้หนีหน้า ไม่ฝากคดีไว้กับทนายความต่างชาติ เพราะคดีนี้เป็นการสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ชนะก็ได้ดินแดน แพ้ก็เสียดินแดน ไม่หลบลี้หนีหน้าเหมือนรัฐมนตรีต่างประเทศไทย

งานนี้ ฮอร์ นัมฮง ขยี้ไทยเละคาศาลโลกแน่นอน

การแสดงท่าทีของ คุณสุรพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งนี้ ไม่เพียงเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่ตัวเอง แต่ยังเสียหายต่อศักดิ์ศรีของประเทศด้วย คดีนี้มีดินแดนของชาติเป็นเดิมพัน เป็นคดีที่สำคัญที่สุดของชาติ ประเทศไทยต่อสู้คดีนี้มานานถึง 50 ปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2505 ถ้าจะต้องมาเสียดินแดนในยุคนี้ เพราะรัฐมนตรีต่างประเทศถอดใจสู้ไม่เต็มที่ ยอมรับว่าแพ้ก่อนขึ้นศาล และไม่แถลงชี้แจงต่อศาลโลกด้วยตัวเอง แล้วจะตอบลูกหลานว่าอย่างไร

ผมไม่มีปัญหาอะไรกับ รัฐมนตรีสุรพงษ์ เป็นการส่วนตัว แต่มองประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ท่านสมควรเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศต่อไปหรือไม่ ผมคิดว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ คงต้องนำไปตรึกตรองดูให้ดี นี่คือ ผลเสีย จากการ ตั้งใครเป็นรัฐมนตรีก็ได้ โดยไม่ดูภูมิหลังความรู้ความสามารถว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่

หากคดีนี้ไทยแพ้ แต่ รัฐมนตรีต่างประเทศสู้เต็มที่ ผมจะไม่ว่าอะไรเลย แต่วันนี้คดียังไม่ทันจบ ยังต้องแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลโลกเป็นครั้งสุดท้าย แต่รัฐมนตรีต่างประเทศไทยกลับโยนผ้ายอมแพ้ และประกาศว่า จะไม่ไปแถลงต่อศาล ทำให้คู่ต่อสู้ได้ใจ ถ้าแพ้ไทยก็ต้องเสียดินแดนแน่นอน

นี่คือ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่ รัฐมนตรีต่างประเทศ ทิ้งใส่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์

ยังมีเวลาอีก 3 เดือนกว่ากว่าจะถึง 15 เมษายน นายกฯยิ่งลักษณ์ ยังมีเวลาที่จะคิด จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีต่างประเทศหรือไม่ เอาคนมีกึ๋น มีความรู้ต่างประเทศ มีความสามารถในการเจรจาระดับนานาชาติ ตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแทน เพื่อต่อสู้ในคดีนี้อย่างมีศักดิ์ศรี เผื่อจะได้ผ่อนหนักเป็นเบา.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้