advertisement

เพลงน้ำท่วม

โดย กิเลน ประลองเชิง 14 ก.ย. 2555 05:00

ครูไพบูลย์ บุตรขัน อยู่บ้านริมเจ้าพระยา ปากคลองสำแล ปทุมธานี เพลงดังๆหลายเพลงของท่าน จึงรำพันถึงเรื่องน้ำ เปรียบเปรยกับเรื่องรักเรื่องใคร่...ได้อย่างลึกซึ้ง

นึกถึงเนื้อร้องบางท่อนของเพลงที่ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ร้อง “น้ำลงเดือนยี่”

“ย่างเดือนสิบเอ็ดน้ำเริ่มไหลนอง พอเดือนสิบสองน้ำในคลองก็เริ่มจะทรง ครั้นถึงเดือนยี่น้ำก็รี่ไหลลงไหลลง ตกเดือนสามแล้วน้ำก็คง แห้งขอดคลอดลำคลอง...”

วัฒน์ วรรลยางกูร เขียนไว้ใน “คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน” (ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์) ฟังเพลินๆไพเราะ แต่ถ้าหยิบเอามาวิเคราะห์ก็น่าทึ่งมาก เพียงคำเพลงไม่กี่วรรค ครูจับเอาประสบการณ์หน้าบ้าน ร้องไปท่อนเดียว ครอบคลุมได้ถึงห้าเดือน

จากเดือน 11 ไปถึงเดือน 4 เดือน 5 ถ้าเปิดเพลงฝนเดือนหกฟังต่อ สองเพลงนี้ก็กินเข้าไปแปดเดือน

“นี่คือบทเพลงที่แต่งออกมาจากจิตวิญญาณลูกทุ่ง บันทึกสภาพสังคมฤดูกาล ท้องทุ่ง และท่าน้ำไว้ได้อย่างมีคุณค่า”

พูดถึงเพลง ฝนเดือนหก มีเรื่องเล่า รุ่งเพชรนั้นเป็นนักร้องอยู่แล้ว แต่ไม่ดัง วันหนึ่งก็เข้าหาครูไพบูลย์ บอกท่านว่า เก็บเงินเดือนไว้หลายเดือน มาขอเพลงครูไปร้องอัดแผ่น

ครูรับปากจะแต่งให้สามเพลง “ถ้าไม่ดังขายไม่ได้ ไม่คิดเงิน” นี่คือครูเพลง ผู้ได้ชื่อว่า มีธารน้ำใจยิ่งใหญ่เหมือนทะเล

วัฒน์ วรรลยางกูร เขียนว่า บุคลิกเด็กริมทะเลแหลมสน เขาย้อย ของรุ่งเพชร ครูไพบูลย์ได้แง่คิดมาจากสำเนียงพูด จากคนแถวพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ที่พูด หก เป็น ฮก ตก เป็น ต๊ก

ใครบางคนอาจทักว่า ภาษาไทยวิบัติ แต่เหตุผลของครูก็คือย้ำรักษาสำเนียงภาษาถิ่น ถิ่นหนึ่งเอาไว้

เพลงฝนเดือนหก บันทึกเสียงเดือน มิ.ย.2512 ลองมาย้อนความหลัง ฟังกันดู

โอ๊บ-โอ๊บ...(เสียงกบ ร้องนำ) ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ตกพรำๆ กบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนา ฝนตกทีไร คิดถึงขวัญใจของข้า แม่ดอกโสนบ้านนา น้องเคยเรียกข้า พ่อดอกสะเดา...

เพลงฝนเดือนหก ทำลายสถิติขายแผ่นได้ถึง 2 แสนแผ่น รุ่งเพชร แหลมสิงห์ โด่งดังล้ำหน้า มีอิทธิพลถึงการสร้างหนัง หนังเรื่องไหนมีนักร้องลูกทุ่งไปเล่น ก็จะมีคนดูเพิ่มขึ้น

สิงหาคม 2516 สุรพล สมบัติเจริญ ราชาเพลงลูกทุ่งถูกยิงตาย เพลงของรุ่งเพชร ก็ยิ่งโด่งดังเป็นทับทวี

วัฒน์ วรรลยางกูร เล่าว่า ความโด่งดังของรุ่งเพชรเปิด สงครามความบาดหมางกับพระเอกยอดนิยมแห่งยุคนั้น ทั้ง มิตร ชัยบัญชา ทั้งสมบัติ เมทะนี ถึงขั้นประกาศว่า ถ้าหนังเรื่องไหน เอานักร้องลูกทุ่งมาเล่น สองพระเอกก็จะไม่รับเล่น

เมื่อเจ้าของหนังมาหาครูไพบูลย์ ขอรุ่งเพชรไปเล่นหนัง รุ่งเพชรติดคิวแสดงวันละสองรอบติดกันสองปี ปฏิเสธครู ครูก็เสียใจ เอาหลายเพลงจำพวก “ตก เป็นต๊ก” ที่แต่งไว้แล้ว ไปให้นักร้องโนเนมที่รู้จักกัน ต่อมา ชื่อศรคีรี ศรีประจวบ

เพลงหนึ่งที่ดังมาก วันนี้ก็ยังมีคนร้องได้ ชื่อเพลง “น้ำท่วม”

“น้ำท่วมน้องว่า ดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่าน้ำแห้ง ให้ฝนแล้งยังดีกว่า น้ำท่วมปีนี้ทุกบ้านล้วนมี แต่คราบน้ำตา พี่หนีน้ำขึ้นหลังคา น้ำตาหลั่งคลอสายชล...

บ้านพี่ก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน ที่ประจวบคีรีขันธ์ เหมือนกันไปทุกครอบครัว ผืนนาก็ล่ม ไร่แตงก็จมเสียหายไปทั่ว พี่จึงเหมือนคนหมดตัว หมดตัวแล้วนะแก้วตา...”

ตอนที่ครูไพบูลย์ เขียนเพลงนี้ ครูคงไม่รู้ว่า จังหวัดอยู่ในลุ่มน้ำยม คือ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี บางปีมากกว่าหนึ่งหน

และน้ำจากแถวนั้น อีกไม่นานมันก็ไหลมาผ่านปากคลองสำแล บ้านครูไพบูลย์แล้ว ก็เลยไปเข้าท่วมกรุงเทพฯ ตัวอย่างเพิ่งเกิดเมื่อปี 2554 แล้วก็ทำท่าจะซ้ำรอยอีกในปี 2555

คนกรุงไปถึงคนสุโขทัย...ไม่เคยรู้ตัวว่ามาปลูกบ้าน มาทำถนน ในถิ่นฐานเดิมที่เป็นโคลน เป็นบึง เป็นคลอง จึงคิดว่า น้ำท่วมเป็นตัวการก่อปัญหา แต่เมื่อรู้ตัวแล้วคิดใหม่ได้ว่า วิถีชีวิตใหม่ของคนต่างหาก ที่ขวางทางน้ำ เส้นทางที่คุ้นเคยของน้ำ

ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวเหนือสอนลูกหลานเสมอๆว่า “อย่าปิดฮู (รู) ลม อย่าถมฮู (รู) น้ำ”

ตั้งสติกันได้ กระบวนการแก้ปัญหาที่เอะอะก็ “สร้างเขื่อน” ก็ จะเปลี่ยนไป ทางเลือกอยู่กับน้ำ ไม่เคยมีวิธีเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้