advertisement

เมืองน่าอยู่อันดับ 1 โบลเดอร์,โคโลราโด

โดย ซูม 17 ก.พ. 2556 05:00

ผมจำเป็นจะต้องเขียนต้นฉบับล่วงหน้าอีก 1 วัน ก่อนขึ้นเครื่องบินจากนิวยอร์กกลับบ้าน ซึ่งจะตรงกับคอลัมน์ “ซอกแซก” ของวันอาทิตย์นี้ (17 ก.พ.) พอดีเลยครับ

ขออนุญาตย้อนกลับไปซอกแซกเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด เมืองแห่งความหลังของผมก็แล้วกัน เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเขียนถึงตั้งแต่ตอนเดินทางมาถึงนิวยอร์กวันแรกๆอยู่แล้ว

เผอิญเกิดหิมะตกอย่างหนักในนิวยอร์ก ทำให้ผมตัดสินใจรายงานบรรยากาศในช่วงหิมะตกเสียก่อน และข้ามเรื่องราวของเดนเวอร์ ตลอดจนเมืองอื่นๆในรัฐโคโลราโดไปชั่วขณะ

มาถึงช่วงนี้ คงจะย้อนหลังกลับไปเล่าถึงรัฐโคโลราโดได้แล้วละ และจะเล่าเฉพาะเมืองโบลเดอร์เท่านั้น เพราะเมืองอื่นๆรวมทั้งเดนเวอร์ที่เป็นเมืองหลวงของรัฐโคโลราโดนั้น ผมได้เล่าภาพรวมๆเอาไว้พอสมควรแล้วในช่วงที่อยู่ที่โน่น

โบลเดอร์เป็นเมืองเล็กๆอยู่บริเวณเชิงเทือกเขาร็อกกี้ เมาเทนส์ ห่างจากเดนเวอร์ประมาณ 40 กิโลเมตร มีประชากรล่าสุดประมาณ 98,000 คนในเขตเมือง แต่ถ้ารวมทั้งหมดที่อยู่รอบๆและยังถือเป็นเขตปกครองของโบลเดอร์ด้วย รวมทั้งสิ้นเกือบ 300,000 คน ในปัจจุบัน

นอกจากจะเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยโคโลราโด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนี้ (มีนักศึกษารวมทั้งสิ้นประมาณ 30,000 คน) แล้ว โบลเดอร์ยังติดอันดับเมืองแห่งความสุข เมืองที่น่าอยู่อาศัย ที่จัดอันดับโดยสื่อดังๆของสหรัฐอเมริกาหลายต่อหลายสื่อด้วยกัน

อาทิ...เป็นอันดับ 1 ของ 10 เมืองที่มีความสุขที่สุดของสหรัฐฯ จัดโดยนิตยสารมันนี่วอชต์...ติดอันดับ 1 เมืองสุขภาพและอยู่ดีกินดีของหนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์...ติดอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับการเลี้ยงลูกนอกบ้าน ของนิตยสารแบ็กแพ็ก และที่ฮือฮาที่สุดก็คือ ติดอันดับ 1 ของเมืองที่น่าอยู่ที่สุด 25 เมือง ประกาศโดยนิตยสารฟอร์บส์อันโด่งดัง
เพียงแค่นี้ก็การันตีได้แล้วครับว่า โบลเดอร์ เป็นเมืองที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ผมเองชื่นชมและยกนิ้วให้กับเมืองนี้ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ที่นี่เมื่อ 43 ปีก่อนโน้น รวมทั้งเมื่อกลับไปเยี่ยมล่าสุดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ก็ยังพบว่าความสวยงามของเมืองนี้ยังคงอยู่ครบถ้วน

เหตุที่ทุกอย่างยังสวยเหมือนเดิม น่าจะเป็นเพราะความเข้มข้นเอาจริงเอาจังของระบบผังเมืองของที่นี่ ที่ไม่ยอมให้ใครต่อใครสามารถสร้างตึก สร้างบ้าน หรือโรงงาน อะไรก็ได้ตามใจตัวเอง

ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องไม่สร้างสูงเกินไป จะต้องมีรูปแบบ และสถาปัตยกรรมที่คล้าย คลึงกับสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่แล้ว

ดังเช่น มหาวิทยาลัยโคโลราโด ซึ่งมีการขยายบริเวณแคมปัส หรือวิทยาเขต ให้กับคณะต่างๆ อีก 2-3 คณะ ในพื้นที่ว่างก่อนจะถึงบริเวณมหาวิทยาลัยเก่า เขาก็ก่อสร้างด้วยอิฐสีแดงแบบโบราณ เหมือนตัวตึกเดิมทุกประการ

วันที่ผมนั่งรถไปเยี่ยมเมืองโบลเดอร์ และมหาวิทยาลัยโคโลราโด ยังหลงไปลงที่แคมปัสใหม่ เพราะเหมือนของเก่าเป๊ะ โชคดีที่เขามีรถรับส่งวิ่งไปวิ่งมา สำหรับนักศึกษาและครูบาอาจารย์จากบริเวณเก่าถึงบริเวณใหม่ ทำให้ผมไม่ต้องเดินออกแรงมากนัก

บริเวณบ้านพักที่นักเรียนไทยเคยเช่าเป็นที่พักอาศัยเชิงเขาร็อกกี้ไม่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยมากนัก ก็ยังเหมือนเดิมเป๊ะ

โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่ 945 ถนน 11 ข้างมหาวิทยาลัยที่ผมเคยนั่งปั่นต้นฉบับสารคดีชุด “การเมืองตู้” และ “ขอดอเมริกา” ว่าด้วยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการใช้ชีวิตของนักเรียนไทยที่โน่น ส่งกลับมาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย” ยุคก่อน...ก็ยังอยู่ที่เดิม และโครงสร้างเดิม เพียงแต่ทาสีใหม่เท่านั้น

แม้แต่โรงหนัง “แฟลตไออ้อน” ซึ่งเป็นโรงหนังรุ่นเก่าอยู่ข้างมหาวิทยาลัยโคโลราโด ซึ่งปัจจุบันแปรสภาพไปเป็นร้านขายเหล้า ขายไวน์ไปแล้ว แต่ตัวตึกที่สร้างด้วยอิฐสีแดงก็ยังอยู่ และป้ายชื่อโรงหนังบนหลังคาเขาก็ยังเก็บไว้

การสร้างใหม่ โดยไม่ทำลายของเก่า และขณะเดียวก็ต้องสร้างของใหม่ให้กลมกลืนกับของเก่าด้วย นี่แหละครับที่ทำให้เมืองโบลเดอร์ ยังคงติดอันดับ 1 ของเมืองน่าอยู่ของอเมริกา แม้กาลเวลาจะผ่านไปกว่า 40 ปี

ผมลงไปเดินย่ำต๊อกรอบๆบริเวณมหาวิทยาลัยโคโลราโดอยู่หลายชั่วโมง กระทบไหล่นักศึกษาที่เดินเข้าตึกโน้นออกตึกนี้หลายๆพันคน ตามสไตล์การเรียนของสหรัฐฯ ที่จะต้องไปเรียนวิชานี้ที่ตึกโน้น วิชาโน้นที่ตึกนู้น ที่ลงทะเบียนเอาไว้

มหาวิทยาลัยโคโลราโดโดยรวมอยู่ในอันดับ 40 กว่า จากการจัดอันดับของสถาบันและสื่อต่างๆ แต่ก็มีหลายคณะที่อยู่ในอันดับท็อป 20 เช่น คณะวิศวกรรม โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมอวกาศ ติดอันดับต้นๆ รวมทั้งคณะบริหารธุรกิจก็ดูเหมือนจะอยู่อันดับท็อป 20 เช่นกัน

ข้อพิสูจน์ว่า คณะวิศวกรรมด้านอวกาศของมหาวิทยาลัยนี้โด่งดังมาก ก็อยู่ที่จำนวนศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนี้ถึง 18 คน ที่กลายเป็นนักบินอวกาศของสหรัฐอเมริกา ออกไปท่องนอกโลกมาแล้วคนละหลายๆครั้ง

นอกจากนี้ คณะฟิสิกส์ก็น่าจะมีชื่อเสียงไม่น้อย เพราะคณาจารย์ถึง 3 คน เคยได้รับรางวัลโนเบลในอดีต รวมทั้งล่าสุดปี 2012 ศาสตราจารย์ เดวิด ไวน์แลนด์ ก็ได้ไปอีก 1 ราย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเขาก็ขึ้นป้ายติดชื่อไว้ตัวเบ้อเริ่ม มองเห็นแต่ไกล

ส่วนคณะเศรษฐศาสตร์ที่ผมเรียนน่าจะอยู่ในอันดับกลางๆ ไม่ถึงกับโดดเด่น แต่ก็คงจะไม่อ่อนด้อยจนเกินไปนัก...ในอดีตเคยได้รับความไว้วางใจจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ แห่งสหรัฐอเมริกา จัดตั้งสถาบันฝึกอบรมทางเศรษฐศาสตร์แก่นักศึกษาโพ้นทะเล แต่เดี๋ยวนี้ยกเลิกไปแล้ว

ครับ! ก็เป็นของฝากเล็กๆน้อยๆจากเมืองโบลเดอร์ โคโลราโด  เมืองที่ยังติดอันดับ 1 ในความทรงจำของผมอยู่เสมอ แม้จะเคยไปอยู่กินและเรียนหนังสือเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นก็ตาม.

“ซูม”

โหวตข่าวนี้