advertisement

ตำนานรัก...แห่ง"จำปาสัก"อลังการงาน"บุนวัดพู2013"

โดย 12 ม.ค. 2556 05:15

งาน “บุนวัดพู” จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี ในปีนี้ กำหนดจัดงาน 5 วัน 5 คืน ใช้ชื่องานว่า “เทศกาลบุนวัดพู 2013” หรือ “เดอะ เลเจนด์ ออฟ วัดพู” (The Legend of Vat Phou2013) ซึ่งเพิ่งจะมีการแถลงข่าวไปหมาดๆเมื่อไม่นานมานี้

อาจารย์เจี๊ยบ “อภินันท์ บัวหภักดี” ชักชวนให้ร่วมทริปเดินทางเยือนถิ่นลาวใต้ เพื่อรับฟังการแถลงข่าวการจัดงานแบบอลังการงานสร้างที่ว่า ครั้งนี้ ผู้จัดทั้งจงใจและตั้งใจให้เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศระหว่างประเทศ สายกรุงเทพฯ-ปากเซ บริการใหม่ล่าสุดที่ บขส.ภูมิใจนำเสนอ

ออกเดินทางประมาณสองทุ่มครึ่ง หลับไปหนึ่งตื่น ประมาณหกโมงเช้าเราก็มาถึงด่าน ช่องเม็ก-วังเต่า พรมแดนไทย-ลาวด้านจังหวัดอุบลราชธานี ขั้นตอนผ่านแดนเข้าประเทศ สปป.ลาวก็ไม่ยากเย็นอะไรนัก แค่ลงจากรถแล้วเดินไปยังจุดผ่านแดนเพื่อประทับตราหนังสือเดินทาง ตามขั้นตอนใช้เวลาไม่นานมาก ก่อนกลับขึ้นรถคันเดิม มุ่งหน้าสู่เมืองปากเซ เมืองหลวงของแขวงจำปาสัก และถือเป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของ สปป.ลาว รวมทั้งเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของลาวใต้ด้วย

รถวิ่งผ่านเมืองโพนทองก่อนข้ามสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น เพื่อเข้าไปยังปากเซ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร แต่ด้วยบรรยากาศที่สวยงาม 2 ข้างทาง ทำให้รู้สึกว่า เวลาผ่านไปแค่ชั่วอึดใจเราก็มาถึงที่พักโรงแรมจัมปาสักแกรนด์ ซึ่งตั้งอยู่เชิงสะพานริมแม่น้ำโขง บรรยากาศยามเช้า กับห้องพักริมน้ำโขง อากาศสบายๆ ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ บอกได้คำเดียวว่า......สุดยอดส์

หลังเก็บข้าวของสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย จิบกาแฟดาวเรือง กาแฟลาวเลื่องชื่อที่ส่งออกไปขายทั่วโลก เรียกความกระปรี้กระเปร่าแล้ว ก็ได้เวลาตะลุย “ปราสาทวัดพู” ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของการเดินทางครั้งนี้

ปราสาทวัดพู ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของลาวรองจากหลวงพระบาง เมื่อปี 2545 ตั้งอยู่ในแขวงจำปาสัก ห่างจากเมืองปากเซ ลงไปทางใต้ ตามถนนหมายเลข 13 และตามเส้นทางแม่น้ำโขงประมาณ 40 กิโลเมตร

นอกเหนือจากตำนานรัก 3 ยุค ที่เป็นนิยายปรัมปรา เล่าสืบต่อกันมา เรื่องแรกเป็นเรื่องราวในยุคสมัยของท้าวบาเจียง ที่หลงรักนางมะโรง แต่นางมะโรงกลับไปรักกับท้าวจัมปาสัก ทำให้ท้าวบาเจียงผิดหวัง ถึงขนาดเทเหล้าและต้มไก่ในขบวนขันหมากที่ตั้งใจยกมาสู่ขอนางมะโรงทิ้ง

จนกลายเป็นชื่อภูเขาต่างๆ เช่น ภูบาเจียง ภูมะโรง ภูจัมปาสัก ภูเสล่า และ ภูต้มไก่ ต่อมาอีกร้อยปี มีเรื่องเล่าต่อมาว่า จิตรเสน ซึ่งเป็นอนุชาต่างมารดาของกษัตริย์ภววรมัน เกิดหลงรักนางชยันธร บุตรสาวปุโรหิต แต่นางเป็นคู่รักของกษัตริย์ที่เปรียบเสมือนพี่ชาย จึงไม่สมหวังในรักอย่างที่ตั้งใจไว้ เรื่องมาลงเอยเองตอนสุดท้ายเมื่อนางแพง เจ้าเมืองจัมปาสัก ยินยอมยกเมืองจัมปาสักให้แก่เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร เจ้าชายแห่งล้านช้าง เพื่อยุติบาปเคราะห์ที่ผูกพันกันมาแต่ชาติปางก่อนให้สิ้นไป แล้วปราสาทหินวัดพูยังถือเป็นต้นแบบสำคัญ ด้านสถาปัตยกรรมในยุคสมัยนครวัดในกัมพูชา

ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6-8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท

สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นคือภูเขาด้านหลังปราสาทที่ตั้งเด่นตระหง่านมองเห็นแต่ไกล รูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูผาแห่งนี้ว่าเขานมสาว แต่ชาวบ้านนิยมเรียกภูเกล้ามากกว่า

อาณาเขตของปราสาทวัดพู เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นลดหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่างๆ

งานแถลงข่าว “เดอะ เลเจนด์ ออฟ วัดพู” (The Legend of Vat Phou 2013) เริ่มต้นในช่วงบ่ายแก่ๆ เป็นหนึ่งในส่วนของงานบุญนมัสการวัดพู ซึ่งโดยปกติจะมีพิธีสำคัญ 2 วัน คือ ช่วงเย็น ของคืนวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 เป็นวันจุดธูปเทียน ไหว้บูชาวัดพู และพระพุทธรูป และเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา เป็นวันตักบาตรพระสงฆ์ ถือเป็นงานบุญที่ใหญ่ที่สุดของ 4 แขวงลาวตอนใต้ คือ จำปาสัก สาละวัน อัตตะปือ และเซกอง

“เทศกาลงานบุนวัดพูประจำปี 2556 จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับการจัดงานในพื้นที่แหล่งมรดกโลกของลาว เพราะนับเป็นครั้งแรกที่ให้มีการจัดแสดงโชว์แสงสีเสียงตระการตาต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะการแสดงชุด “เดอะ เลเจนด์ ออฟ วัดพู” ที่จะบอกเล่าถึงความเป็นมาเป็นไปของลาวใต้ ทั้งในแง่ที่เป็นนิยายปรัมปราและเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชนชาติลาว” นางสมเล็ด โพสาลาด ประธานกลุ่มบริษัทยิ่งโซคไซ และประธานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแขวงจำปาสัก เล่าถึงความภูมิใจในการจัดงานบุนวัดพูในปีนี้

เสร็จจากแถลงข่าว วันรุ่งขึ้น คณะผู้จัดนำสื่อมวลชนชมความงดงามของลาวใต้ เริ่มจาก น้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย” ถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด ในเขตแม่น้ำโขงตอนใต้ มีลักษณะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ ขวางกั้นเส้นทางการไหลของแม่น้ำโขง ทำให้เกิดการปะทะกับหินแยกกันเป็นสายน้ำที่ถาโถมกระหน่ำลงมา ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ ออกจากคอนพะเพ็ง ต้องไม่พลาดเติมพลังด้วยเมนูปลาแม่น้ำโขง ทั้งต้มยำปลาคังใส่มะเขือเทศ ลาบปลา อาหารปลานานาชนิด ก่อนมุ่งหน้าสู่ “น้ำตกหลี่ผี” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตดอนคอน

ความหมายที่มาของ หลี่ผี  มาจากคำว่า หลี่...หมายถึง เครื่องมือดักปลาที่สานและขัดด้วยไม้ไว้ดักปลากลางแก่ง ส่วนผีก็คือศพ...สมัยสงครามอินโดจีน มีศพลอยมาติดแก่งทุกวัน เลยเรียกแก่งนี้ว่าแก่งหลี่ผี ช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวชมคือช่วง กรกฎาคม-ธันวาคม เพราะจะเห็นสายน้ำกำลังแรงถาโถมผ่านเนินโขดหินลงมาแล้วแตกออกเป็นละอองสีขาว ดูสวยงามมากๆ

โบกมือลาจำปาสัก ลาวใต้ในวันพรุ่ง เสียงเพลง “ดวงจำปา” ท่อนที่เขียนว่า.... “กลิ่นเจ้าสำคัญ ติดพันหัวใจเป็นตาฮักใคร่ แพงไว้เซยซม ยามเหงา เฮาดม เอ๋ยจำปาหอม...เมื่อดม กลิ่นเจ้า ปานพบ เพื่อนเก่า ที่ได้พราก จากไปเจ้าเป็นดอกไม้ ที่งาม วิไล ตั้งแต่ใดมา...โอดวงจำปา มาลา ขวัญฮักของเรียม นี่เอย” ดังก้องในความรู้สึก

อีกไม่กี่วันจะถึงงาน “บุนวัดพู” ตั้งใจไว้ว่าถ้าไม่ติดอะไรมากมายในวิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือนแล้วล่ะก็ จะกลับไปดอมดมกลิ่นหอมของจำปาลาวที่ปราสาทวัดพู...อีกครั้ง.

โหวตข่าวนี้