advertisement

ดื่มด่ำเมรัย...กลางสายฝน เงียบง่าย...สไตล์ "โอกินาวา"

โดย 5 ม.ค. 2556 05:15

ปราสาทชูริ

กลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์หลังขนทัพนักข่าวกว่า 80 คน ขึ้นเครื่องบินโบอิ้งของสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ ไปเยือนโอกินาวา ของ ระเฑียร ศรีมงคล บิ๊กบอสใหญ่แห่งเคทีซี ที่นอกจากจะไปประกาศจับมือทางธุรกิจร่วมกับเจซีบี บริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแล้ว ยังถือโอกาสขอบคุณสื่อมวลชนไปในคราวเดียวกัน

โอกินาวา จังหวัดที่ 47 ซึ่งถือเป็นจังหวัดสุดท้ายของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุด ภูมิประเทศเป็นเกาะ และถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะริวกิว ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักตากอากาศ เพราะเป็นเมืองที่มีอากาศดี ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป

ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า ไปต่อเครื่องที่ไทเป ก่อนจะบินตรงเข้าสู่สนามบินนานาชาตินาฮา ในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน

สายฝนโปรยปรายต้อนรับคณะตั้งแต่มาถึง บรรดาหนุ่มสาวทั้งผู้บริหารเคทีซี และสื่อมวลชน ดูเหมือนจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะแค่วางกระเป๋า เข้าโรงแรม ทุกคนก็ออกมารวมตัวกัน มุ่งหน้าสู่ซุปเปอร์มาร์เกต ข้างๆโรงแรมทันที เตรียมช็อปกันตั้งแต่วันแรก

สำหรับผู้ที่เป็นนักท่องราตรี ชอบแสง สี เสียงแล้วล่ะก็ แนะนำว่า อย่ามาเมืองนี้ เพราะที่นี่เป็นเมืองที่สงบ เงียบ เรียบ ง่าย ต่างจากเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่นอย่างโตเกียว หรือโอซากา ที่สำคัญอัตราส่วนประชากรของที่นี่เป็นคนสูงอายุมากกว่าคนหนุ่มสาว  ถ้าจำกันได้ อาม่าญี่ปุ่นที่เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแก่ที่สุดในโลกอายุมากกว่า 114 ปี ก็อยู่ที่เมืองนี้ เสียดายพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะแวะไปเยี่ยมเยียนอาม่า เป็นบันทึกความทรงจำในชีวิต

วันรุ่งขึ้น หลังรับฟังการแถลงข่าวความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเคทีซีกับเจซีบี อิ่มท้องกับเมนูอาหารพื้นเมือง ก็ได้เวลาตะลุยโอกินาวากันเสียที เริ่มกันที่ อุทยานหลวงชิกินะเอ็น มรดกโลก ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ริวกิว เป็นสวนที่สร้างขึ้นมานานกว่า 1,800 ปี บางครั้งก็ใช้เป็นที่รับรองทูตานุทูตจากต่างประเทศ สวนแห่งนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่และสะพานหินที่ดูสวยงาม ถ้าฝนไม่ตกคงจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศมากกว่านี้

จาก อุทยานหลวงชิกินะเอ็น เราเดินทางสู่มรดกโลกอีกแห่ง ปราสาทชูริ ที่ซึ่งเคยเป็นอดีตพระราชวังของอาณาจักรริวกิว ปราสาทแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1453 ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่มาแล้วถึง 5 ครั้ง

ในอดีตเป็นจุดศูนย์กลางการปกครองของเกาะริวกิว  รวมถึงเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมบนเกาะแห่งนี้ด้วย  ปราสาทแห่งนี้มีจุดเด่นที่มีสีแดงอมส้ม และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ประตูทางเข้าปราสาทเรียกว่าประตูชูเรอิ ผ่านประตูเข้าไปจะเป็นทางขึ้นปราสาทที่ทำเป็นบันไดหิน แต่ละขั้นของบันไดสูงมาก ว่ากันว่าไว้ป้องกันข้าศึกที่ขี่ม้ามา ให้ไม่สามารถขึ้นไปถึงตัวปราสาทได้

นอกจากปราสาทชูริแล้ว ทริปนี้ มีไฮไลต์อีกอย่างคือ การพาไปชมโรงกลั่นเหล้าอาวาโมริ ซึ่งเป็นเหล้าพื้นเมือง ที่ผลิตเฉพาะบนเกาะโอกินาวาเท่านั้น และยังเป็นเหล้ากลั่นชนิดแรกของญี่ปุ่นด้วย

ที่สำคัญ คือ เหล้าอาวาโมริ ใช้วัตถุดิบในการผลิตคือ ข้าวไทย ซึ่งแตกต่างจากเหล้าสาเกที่ผลิตจากข้าวญี่ปุ่น  นอกจากใช้ข้าวไทยแล้ว การกลั่นเหล้าอาวาโมริ น่าจะได้ภูมิปัญญาจากการผลิตเหล้าโรงสัญชาติไทยด้วย เพราะมีการขุดพบไหที่ไปจากเมืองไทยจำนวนมากที่โอกินาวาในยุคก่อนๆด้วย

อาวาโมริ บางขวดมีแอลกอฮอล์สูงถึง 43 ดีกรี รสชาติเข้ม แต่กลมกล่อม เหล้าอาวาโมริมีถึง 30 ชนิด ความแรงของแอลกอฮอล์ต่างกันไปตามลำดับ บางขวดที่แอลกอฮอล์น้อยหน่อย ก็นุ่มนวล จิบเบาๆแก้หนาวได้ดี

นอกจากอาวาโมริแล้ว ที่นี่ยังมีเหล้าอีกชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ฮาบุ หรือเหล้าดองงู ที่ว่ากันว่า ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพ โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า และชะลอความชราได้ดี คนโอกินาวาที่อายุยืนบางคนบอกว่า จิบเหล้าฮาบุวันละนิด ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

เหล้าฮาบุ เป็นเหล้าที่ดองด้วยงูฮาบุ หรือฮาบุเนค ซึ่งเป็นชื่อของงูพิษชนิดหนึ่ง ในโอกินาวา งูขนาดค่อนข้างใหญ่  เสียงร้องของมันมักจะเหมือนกับเสียงของหีบเพลง  ร่างกายของมันส่วนใหญ่เป็นสีดำ สีสัญลักษณ์สีเหลืองรูปหกเหลี่ยมอยู่ตามด้านบนของลำตัว ตั้งแต่หัวจดหาง มีปุ่มสีเหลืองเล็กๆ มันจำศีลในฤดูหนาว

จริงๆแล้วพิษของมันไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดที่กัดแล้วตายทันที จุดที่มีพิษของมันจะอยู่ที่บริเวณเขี้ยวและปลายหาง แต่เพราะมันมีมาก คนเลยถูกมันกัดบ่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าอันตรายมาก เลยจับมาดองเหล้าซะเลย

ตอนที่ไปที่โอกินาวาเวิลด์ มีโอกาสจิบเหล้าฮาบุไป 2-3 เป๊ก รสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล แต่จะดีมากถ้าไม่ต้องเห็นงูนอนขดอ้าปากมองตาปริบๆในขวดโหล

นอกจากเหล้าฮาบุแล้ว ที่นี่ยังมีเบียร์ท้องถิ่น แต่รสชาติออกขมๆ ไม่ค่อยอร่อย เหมือนเมรัยสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้ลิ้มลองมาสองอย่างข้างต้น

ก่อนกลับแน่นอน สไตล์คนไทย ไม่ช็อปก็ไม่ใช่ไทยแท้ ถนนโคะคุไซ เป็นอีกย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปช็อปปิ้ง ซื้อข้าวของฝากติดไม้ติดมือ งานนี้สินค้ายอดฮิตเห็นจะเป็นมันม่วง ที่ประดานักข่าวและพีอาร์สาวๆซื้อกันเป็นหอบใหญ่  แต่ที่สะดุดตา เห็นจะเป็น เจ้าสิงโตคู่ “ชิซา” สีสันสวยงามที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คนโอกินาวาเชื่อว่าสิงโตคู่ชิซาตัวที่กำลังอ้าปากจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่วนอีกตัวที่หุบปากจะคอยดูดทรัพย์สินเงินทองและสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ และเพราะได้รับอิทธิพลจากจีนมาค่อนข้างมาก ชิซาคงจะคล้ายกับปี่เซียะของชาวจีนเพราะมันไม่มีเพศ จึงไม่ต้องไปถามว่าตัวผู้หรือตัวเมีย

4 วันในโอกินาวา เที่ยวยังไม่ทั่ว เล่ายังไม่หมด เหล้าก็ยังไม่หมดเช่นเดียวกัน ยังมีเหล้าบ๊วยรสกลมกล่อมที่ยังลิ้มลองไม่เต็มที่ แต่ต้องโบกมือลาเสียแล้ว

ขอบคุณเวลาดีๆ...กลางสายฝนพรำบนเกาะเล็กๆแห่งริวกิว.....

ไซโยนาระ....โอกินาวา...!!!!

 

โหวตข่าวนี้