advertisement

สนามพระ 31/03/56

โดย สีกาอ่าง 31 มี.ค. 2556 05:00

พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ 7 ชั้น B (หูประบ่า) วัดไชโยวรวิหาร  อ่างทอง ของจิรวุฒิ สิงห์โตทอง.

เข้า สนามพระวิภาวดี ในวันสุดท้ายของเดือน 3 เงินเดือนเพิ่งออก หลายคนเลยได้ช็อปพระ ส่วนคนที่ถูกเมียยึดไปหมด ก็ได้แต่เดินดูพระเครื่องสวยๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจให้วางแผนกำจัดเมีย จะได้ซื้อพระได้ตามสบาย.....

องค์แรกคือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ 7 ชั้น B (หูประบ่า) วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง เป็นพิมพ์พระที่นักนิยมพระเครื่องแสวงหาไว้ใช้บูชาติดตัว เพราะมีราคาย่อมเยากว่า พิมพ์นิยม 7 ชั้น A ที่มีต้นทุนที่สูงลิบ.....

พิมพ์นี้จัดเป็น 1 ในพิมพ์มาตรฐาน ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างบรรจุไว้คราวเดินทางมาสร้างองค์พระประธานอุทิศให้โยมมารดาชื่อ เกศ ซึ่งเป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด ทำให้เรียกชื่อวัดว่า วัดเกศไชโย.....

ยังเชื่อกันว่า สมเด็จฯโต สร้าง พระสมเด็จเกศไชโย บรรจุไว้ก่อนสร้าง พระสมเด็จวัดระฆังฯ เพราะพบหลักฐานเป็นเค้ารางว่าท่านเดินทางมาสร้างองค์พระประธานสำเร็จก่อนปีที่ระบุว่าท่านเริ่มสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯ.....

แต่ก็ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน เพราะฝ่ายคัดค้าน เห็นว่า เนื้อพระวัดระฆังฯ มี อายุความเก่า กว่า วัดไชโย.....

แต่ที่ชัดเจนและเห็นตรงกันคือ พุทธคุณ ของพระตระกูลนี้ ที่มีดีด้านมหาลาภ มหานิยม ไม่ต่างจากพระสมเด็จวัดระฆังฯ-บางขุนพรหม แล้ว ยังมีดีด้านคงกระพันชาตรีด้วย.....

สําหรับองค์งามวันนี้ เป็นของ เสี่ยจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เลขาฯ รมต.คลัง ซึ่งได้มรดกจาก เฮียซุ้ย–ดํารงค์ สิงห์โตทอง นักการเมืองที่นักเลงพระรุ่นเก่าเกรงใจ.....

องค์ที่สองฉลองเงินเดือนออกคือ พระสมเด็จจิตรลดา พระพิมพ์เนื้อผงจากฝีพระพระหัตถ์ในหลวง ซึ่งทรงเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.2508 โดยทรงกําหนดรูปแบบและให้ อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ โดยให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมหาวัสดุมวลสารจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั่วประเทศมาผสมรวมกับ มวลสารมงคลส่วนพระองค์ และทรงผสมเนื้อ กดพิมพ์ ตกแต่งด้วยฝีพระหัตถ์ ณ ห้องทรงงานในสวนจิตรลดา.....

แรกเริ่มเมื่อสร้างสำเร็จเป็นองค์พระ ส่วนหนึ่งก็พระราชทานแก่ข้าราชบริพารใกล้ชิด โดยไม่มีใบประกาศ จนทรงตกแต่งได้พระพิมพ์งดงาม จึงมีการออกใบประกาศกํากับองค์พระให้ผู้รับพระราชทาน.....

ประมาณว่าจำนวนพระที่พระราชทานนับแต่ปี 2508 ถึงปี พ.ศ.2513 มีจำนวนพระทั้งที่มีใบประกาศและไม่มีไม่เกิน 4,000 และ 1 ในจำนวนนั้นคือพระองค์นี้ของ เสี่ยเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่พิจารณาแล้วบอกได้ทันทีว่าเป็นพระแท้ประเภทดูง่าย ความงามพอตัว แต่มวลสารเข้มข้นมาก.....

เป็นเรื่องแปลกที่ว่า การเช่าบูชา พระสมเด็จจิตรลดา นั้น ไม่ถือสาว่า องค์พระจะเป็นองค์เดียวกับเลขที่ในใบประกาศหรือไม่ บางทีพระเป็นของอีกคน แต่ได้ใบประกาศอีกคนมาสวม ก็ยอมรับกัน เลยมีการ แยกซื้อใบประกาศ ได้ด้วย ใบละหลายหมื่นถึงแสน ถ้าเลขสวยๆ.....

รายการที่สาม คือ พระกริ่งนํ้าท่วม ที่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม มอบ หมายให้ พระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) ดำเนินการจัดสร้าง ตามวาระวันเพ็ญเดือน 12 เมื่อ พ.ศ.2485.....

โดยหลอมเนื้อโลหะแยกเป็น 2 เบ้า เทตามเวลาฤกษ์เช้ากับฤกษ์เย็น เนื้อพระแยกได้เป็น เนื้อเหลือง กับเนื้อแดง แต่ขณะทําพิธี เกิดนํ้าท่วมครั้งใหญ่กรุงเทพฯ ต้องสร้าง พนังกั้นนํ้า รอบพระอุโบสถ เพื่อให้พิธีสำเร็จราบรื่นตามฤกษ์ องค์ในภาพนี้เป็น พระวรรณะเนื้อเหลือง ของ เลขาฯจิรวุฒิ สิงห์โตทอง อีกองค์.....

อีกองค์ คือ พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงค์คาราม กรุงเทพฯ ยอดพระปิดตา ที่ ซื้อง่ายขายคล่องที่สุดแห่งยุค ทั้งที่ราคาพุ่งสูงจากหลักหมื่นต้นๆ มาปักหลักอยู่ที่ หลักแสนกลางๆ อย่างรวดเร็ว เข้าตํารายิ่งแพง คนยิ่งเล่น .....

เพราะชื่อเสียงความเข้มขลังในวิชาพุทธาคมของผู้สร้าง เนื้อโลหะที่ได้จากการเล่นแร่แปรธาตุสำเร็จวิชาอาคม พุทธคุณที่เลื่องลือว่ามีดีด้านเสริมดวงชะตา ยิ่งถ้าได้ใช้คู่กับ พระราหูกะลาแกะหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง ผู้รู้รับประกันว่าจะทําให้ดวงมีแต่รุ่งไม่มีร่วง ยิ่งเป็นพระพิมพ์หายาก สภาพสวยสุดขีดแบบองค์นี้ของ เสี่ยสมชัย สัมพันธ์สิริกุล ใครเห็นก็คัน อยากได้.....

อีกองค์จากรัง เสี่ยสมชัย เหมือนกัน เป็น เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2504 หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐม ยอดเหรียญพระเกจิฯพระปฐม ราคาหลักแสน เพราะผู้สร้างมีปฏิปทา เมตตา บารมี เทียบได้กับ หลวงปู่บุญ องค์อาจารย์ อมตะพระเถราจารย์.....

แต่คิดจะเล่นหาก็ต้องศึกษาให้รู้จริง เพราะ เหรียญเก๊ ทําได้แสบไส้ ทําเซียนต้องกลืนเลือดมามากแล้ว จุดเป็นจุดตาย เขาให้ดูที่เส้นสายรายละเอียดต่างๆต้องคมลึกชัดครบสูตร ที่สำคัญคือ การเจาะหูห่วง กับ การตัดขอบ ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ไม่งั้นตาย แต่ถ้าดูไม่เป็น แต่อยากได้ ง่ายสุดคือ ให้เล่นเหรียญสวยๆดูง่ายๆแบบเหรียญนี้ไว้ก่อน ยอมจ่ายแพงหน่อยแต่ปลอดภัย.....

เหรียญดีอีกสำนัก คือ เหรียญโล่ห์หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา เนื้อนาก พ.ศ.2511.....

หลวงพ่อน้อย เป็นพระเกจิอาจารย์มีเมตตาต่อคนตกทุกข์ได้ยาก ใครเดือดร้อนเรื่องทํามาค้าขายไม่ราบรื่น ให้ไปจุดธูปอธิษฐานต่อหน้ารูปเหมือนท่าน มักสำเร็จผล พ่อค้าแม่ค้าในเขต อ.สามพราน ล้วนใช้บูชาพระเครื่องวัตถุมงคลของท่าน ส่วน เสี่ยฟลุ๊ค–เอกพันธุ์ คุปตวัช นายกเทศมนตรีเมืองนครปฐม เจ้าของเหรียญนี้ ถึงไม่กลัวจน แต่มีไว้ก่อนก็อุ่นใจ เพราะเป็นเหรียญเนื้อพิเศษสร้างน้อย หายากและแพงมาก.....

องค์สุดท้ายในสนามพระอนุรักษ์คือ พระพุทธรูปบูชา ศิลปะสมัยสุโขทัย ยุคต้น (คลาสสิก) หน้าตัก 12 นิ้ว ที่ยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์งดงามที่สุดในโลก ที่สำคัญเป็นศิลปะบริสุทธิ์ของคนไทยโดยแท้ องค์ในภาพนี้เป็นของ เสี่ยเต้ สระบุรี เป็นองค์ที่วงการยอมรับว่ามีอายุการสร้างถึงยุคถูกศิลป์ สมราคาเกือบ 5 ล้าน.....

เข้า สนามพระใหม่ ที่เปิดตัวออกมาถ้ามีเงินก็น่าเก็บ อย่างรายการแรกคือ พระกริ่งสัมพุทธชยันตี 2600 ปี หรือ พระกริ่งอิ่มบุญ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อให้ได้รับอานิสงส์ อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มในโภคทรัพย์นับอนันต์ จากการสร้างกุศลครั้งยิ่งใหญ่ จัดตั้ง ชมรมอิ่มบุญ ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ในสถานศึกษา 999 ชมรม เพื่อจัดกิจกรรมให้เยาวชน เข้าวัดปฏิบัติธรรม ซึ่งประสบความสำเร็จ เพราะโครงการอิ่มบุญ 999 วัด ซึ่งมีเยาวชนเข้าปฏิบัติธรรม 84,000 คน และวัดเข้าร่วมโครงการ 999 วัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เรียกร้องให้ต่อยอดขยายโครงการ.....

จึงมีการจัดสร้าง พระกริ่งอิ่มบุญ ให้บูชา โดย สมเด็จพระวันรัต วัดบวรฯ เป็นประธานเททอง และรวมพลังเตโชธาตุจากดวงอาทิตย์จุดชนวนเทียนชัย และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกไปเมื่อ 9 มิ.ย.ปี 55 โดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นประธานจุดเทียนชัย เกจิอาจารย์ 108 รูป อธิษฐานจิตและลงอักขระเลขยันต์ พร้อม นะ โภคทรัพย์.....

ด้วยพุทธศิลป์ที่ประณีตงดงาม พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เนื้อทองคำ และ เนื้อเงิน จึงหมดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเปิดจอง เหลือแต่ ชุดกรรมการ และเนื้ออื่นๆไม่มาก จึงได้นำมาเปิดบูชาอีก ครั้งเดียว ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือสอบถามที่ 09-0102-8811 และ 08-9872-2701.....

รายการต่อไปก็น่าสนใจมาก เพราะเป็น พระกริ่งทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งคณะเหลืองรังษี วัดบวรฯ ขอประทานจัดสร้างขึ้น เพื่อสร้างกุศลถวายแด่องค์สมเด็จพระสังฆราชฯ โดยนำปัจจัยไปก่อสร้าง โครงการสถานปฏิบัติธรรม รัตนธรรมสถาน ณ บ้านห้วยโจด อ.หนองหิน จ.เลย ซึ่ง พระครูวินัยธร (สท้าน) ได้บริจาคที่ดิน 38 ไร่ ตั้งแต่ปี 2554.....

พระกริ่งทรงเจริญพระ ชันษา 100 ปี (ซึ่งวงการคงเรียกสั้นๆว่า พระกริ่ง 100 ปี) มีพุทธลักษณะงดงามตามสูตรโบราณของพระกริ่งวัดบวรนิเวศฯ โดยได้รับชนวนพระกริ่งเก่าสายวัดบวรฯ มาจัดสร้างเป็น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และ เนื้อทองทิพย์ สร้างจำนวนจำกัด ทุกองค์มีโค้ดและหมายเลข และจะประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก 22 เม.ย.นี้ ณ พระอุโบสถ วัดบวรฯ และให้รับวัตถุมงคลได้ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.--สั่งจองบูชาได้ที่คณะเหลืองรังษี หรือ 0-2282-2562,08-5832-1163, 08-4453-7294.....

สุดท้ายคือ พระพิมพ์สมเด็จรุ่น 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวรฯ จัดสร้างโดยคณะเหลืองรังษีเหมือนกัน ซึ่งนอกจาก พิมพ์ใหญ่ เนื้อผง แล้ว ขอแนะนำ พิมพ์กลีบบัว.....

เพราะจัดสร้างพิเศษ มีมวลสารส่วนพระองค์เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯเช่น พระทนต์ พระเกศา และผงเก่าสมเด็จพระศาสดา ผงพระเจดีย์และผงจิตรลดาผสมด้วย.....

รายได้จะนำไปจัดสร้างสถานปฏิบัติธรรม ญาณสังวรธรรมสถาน ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายเป็นพระกุศลแด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯในวาระทรงเจริญพระชันษา 100 ปี-สอบถามได้ที่ 0-2629-3039 และ 08-7265-2988.....

อีกข่าวสำหรับคนชอบประกวดพระ เตรียมตัวได้เลย เพราะอาทิตย์หน้า 7 เม.ย. ท่านผู้ว่าฯบุรีรัมย์ อภินันท์ จันทรังษี และ ส.ส.พรชัย ศรีสุริยันโยธิน จะจัดงาน ประกวดพระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์ท้องถิ่น ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ณ โรงเรียนอนุบาลนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์.....

ตอนนี้บุรีรัมย์ ดังมาก นอกจาก ทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้ว ก็กำลังจัดประกวดนางงาม มิสบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่--ใครไปประกวดพระ อย่าเข้าผิดงาน ไปดูประกวดนางงามหล่ะ เมียจับได้ เดี๋ยวมีเจ็บ.....

ลาไปหาเลขเด็ด เพราะไม่เข็ดเรื่องหวย ด้วยเรื่อง เสี่ยสกล พนักงานบัญชีบริษัทส่งออกแห่งหนึ่ง ซึ่งคิดการใหญ่ เพราะหลงรักลูกสาวเจ้าของบริษัท อยากตกถังข้าวสาร แต่ก็ถูกญาติๆฝ่ายหญิงกีดกัน.....

เสี่ยสกล เชื่อว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ด้วยกล ก็ต้องใช้ มนต์คาถา จึงเสาะหาอาจารย์ดี ลงนะหน้าทอง เพื่อให้มีเมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก พอลงเสร็จ เสี่ยสกล ก็ถามอาจารย์ว่า มีทีเด็ดอะไรอีกไหม.....

อาจารย์เลยหยิบ ตะกรุดมัยราพสะกดทัพ ให้ บอกเอาติดตัวไว้ ใครเห็นรับรองตามติดเช้าเย็นเหมือนถูกมนต์สะกด.....

คืนนั้น เสี่ยสกล ก็วางแผนดักรอลูกสาวเจ้าของบริษัท ที่ชอบอยู่ทำงานดึกๆ กะลองวิชา นะหน้าทอง และ ตะกรุด โดยให้ผู้สมรู้ร่วมคิดคือแม่บ้านบริษัท คอยส่งซิกว่าคนอื่นกลับไปหรือยัง จะได้เข้าไปบอกรัก กะว่าถ้าไม่รับรักก็จะปล้ำซ้า.....

คืนนั้นผ่านไปไวเหมือนโกหก อีก 6 เดือน เสี่ยสกล ก็กลับไปหา “จาน” ซึ่งยิ้มแฉ่ง ถามว่าเป็นไง ได้ผลใช่ม้า “จาน” บอกแล้วไงว่า ได้เมียแน่ เสี่ยสกล บอกอย่างละเหี่ยเพลียฮาร์ทว่า ได้ แต่ได้ผิดตัว.....

เพราะความที่กลัวๆกล้าๆ คืนนั้น เสี่ยสกล เลยให้แม่บ้านไปซื้อเบียร์มากินย้อมใจ พอรู้สึกตัวมาตอนเช้า พบว่านอนอยู่กับแม่บ้าน แถมมีพยานรู้เห็นเพียบ เลยต้องรับผิดชอบ.....

เสี่ยสกล ก็เลยเอาตะกรุดมาคืน “จาน” เพราะออกฤทธิ์ สะกดมากไป จนเมียตามเหลือเกิน อีกอย่าง คุยกับเมียที่รับสารภาพแล้วรู้สึก มัยราพ จะสะกดได้แต่คน แต่ สะกดยา ที่เมียแอบใส่ในเบียร์คืนนั้นไม่ได้ เลยผิดแผนเสร็จมัน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้