นาทีกระบะพลิกคว่ำดับ 13ศพ -

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นาทีกระบะพลิกคว่ำดับ 13ศพ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.ย. 2562 20:50

 

ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณปากซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เห็นวินาทีที่ รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ จากเลนขวาของถนน ก่อนพุ่งชนฟุตปาธและเสาไฟฟ้า จนร่างผู้โดยสารที่นั่งอยู่ท้ายกระบะ กระเด็นออกจากรถเสียชีวิตเกลื่อนถนน

ส่วนคลิปอีกมุมจะเห็นภาพร่างของผู้โดยสารที่กระเด็นออกมาจากท้ายกระบะรถ มาเสียชีวิตบริเวณกลางถนน ก่อนจะมีผู้เห็นเหตุการณ์จอดรถและรีบเข้ามาช่วยเหลือ

โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ของวันที่ 29 กันยายน หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.บางแก้ว พร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลบาลพลี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผจ.5322 ระยอง สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า พังยับเยิน ขวางกลางถนน โดยมีศพผู้เสียชีวิต กระเด็นจากรถเกลื่อนถนน รวม 12 ราย และมีผู้บาดเจ็บ อาการสาหัสติดคาอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล ในจำนวนนี้ 1 ราย เสียชีวิตในเวลาต่อมา สรุปมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 13 ราย บาดเจ็บ 5 ราย

นอกจากนี้ ยังทราบว่า รถกระบะคันเกิดเหตุ มี นาย นิตยา สุขจันทร์ อายุ 27ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

นางสาว ยุพิน กรินกระโทก อายุ 22 ปี ผู้หญิงคนเดียวในรถ ซึ่งนั่งด้านหลังคนขับ บาดเจ็บน้อยที่สุด ให้การกับตำรวจว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนที่ทำงาน และมี 11 คน เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จังหวัดศรีสะเกษ  ที่ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถประกันกลางแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 22 / 2 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และในวันเกิดเหตุเป็นวันฝึกงานวันสุดท้ายของนักศึกษาทั้งหมด ทางอู่ จึงได้จัดงานเลี้ยงส่งให้กับนักศึกษาที่มาฝึกงาน กันที่อู่ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ทุกคนต่างดื่มเหล้าดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน

จนกระทั่งในช่วงดึก ทั้งหมดได้ชักชวนกันไปดูคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง ที่แสดงอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 2 ก่อนที่จะเดินทางกลับยังได้มีการถ่ายรูปนั่งและยืนกันอยู่ที่ท้ายรถกระบะคันดังกล่าวส่งให้เพื่อนๆ ดูและพิมพ์ข้อความว่า กำลังกลับห้องพัก ก่อนที่จะขับออกมา กลับรถใต้สะพานข้ามแยก และเร่งเครื่องตรงไปได้สักพัก และจังหวะที่เร่งเครื่องเพื่อแซงด้านขวาแท็กซี่ แล้วหักเลี้ยวกลับเข้าเลนซ้าย คาดว่าเพื่อนคนขับไม่สามารถบังคับรถได้ เพราะความแรง และน้ำหนักที่บรรทุกท้ายกระบะ จึงทำให้รถพลิกคว่ำ ชนกับกำแพงหน้าบ้านของชาวบ้าน และกระเด็นพลิกคว่ำไปชนกับเสาไฟฟ้าและตู้โทรศัพท์สาธารณะพังยับ คนในท้ายกระบะกระเด็นกระจาย รอบๆพื้นที่ ไกลสุด คือกระเด็นไกลไปถึง 40 เมตร หลังจากรถนิ่ง ก็พยายามออกจากตัวรถ เพื่อดูเพื่อนๆที่ได้รับบาดเจ็บ​ แต่ปรากฏว่า เสียชีวิตทั้งหมด เหลือแค่คนงานชาวกัมพูชา ที่นั่งด้านหลังและยังรอดชีวิต

รายชื่อผู้เสียชีวิต 13 คน ประกอบด้วย
1.นายโชคชัย ทานนท์ อายุ 21 ปี
2.นายสุริยัน สีถาน อายุ 20 ปี
3.นายนพรัตน์ ไชยรัตน์ อายุ 20 ปี
4.นายศุภพัชชา ดอกโศก อายุ 20 ปี
5.นายเทียนชั ชนกเนตร อายุ 20 ปี
6.นายวีรวัฒน์ กล้าจริง อายุ 20 ปี
7.นายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี
8.นายสุทิน จันทร์สมุทร อายุ 21 ปี
9.นายสุประชัย วรรณทวี อายุ 20 ปี
10.นายจักรพงษ์ มะโนรัตน์ อายุ 20 ปี
11.นายอุดม สานุการ อายุ 20 ปี
12.นายศุภวัฒน์ มาเสมอ อายุ 21 ปี
13.นายวรายุทธ ไชยปัญญา อายุ 21 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางพลี

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย
1.นายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 25 ปี (คนขับรถ)
2.นายพุฒธพงษ์ รินรมย์ อายุ 21 ปี
3.นายรัณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี
4.น.ส.ยุพิน กรินกระโทก อายุ 21 ปี
5.นายวานนาค หม่อง ( VANNAK MONG ) สัญชาติกัมพูชา อายุ 20 ปี

คุณสุชาดา ศิริคง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี ลงพื้นที่สอบถาม นายเดชา เพ็ชรไทย เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน อบต.ราชาเทวะ บอกว่า เขตนี้ ยังไม่เคยเจออุบัติเหตุที่มีคนเสียชีวิตมากขนาดนี้ ซึ่งดูจากลักษณะซากรถแล้ว คาดว่า รถคนดังกล่าวมาด้วยความเร็ว และคนขับไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงเสียหลักเทกระจาดคนนั่งท้ายรถ กระเด็นฟาดพื้นเสียชีวิต ยอมรับว่า บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยจริง เนื่องจากเป็นทางเข้า-ออก ของรถบรรทุก บวกกับเป็นถนนเลนกว้าง ช่วงเวลากลางคืน รถมักจะใช้ความเร็ว ส่วนตัวเชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับความอาถรรพ์ในพื้นที่อยู่บ้าง เพราะเกิดขึ้นบ่อย ใกล้กันก็เป็นโค้ง ที่ได้ฉายาว่า โค้ง 100 ศพ ด้วย

จากนั้น คุณ สุชาดา ลงพื้นที่ต่อ ไปยังอู่ซ่อมรถของน้องนักศึกษาฝึกงานกลุ่มนี้ โดยรุ่นพี่ที่ฝึกงาน บอกว่า น้องกลุ่มนี้มาฝึกงานเป็น เวลา 1 ปี แล้ว และวานนี้เป็นวันสุดท้ายของการฝึกงาน เลยจัดงานเลี้ยงส่งน้อง จึงมีกิจกรรมต่างๆ (ใครแพ้จะถูกทาหน้าด้วยน้ำมันเครื่อง สีดำ และก็ถ่ายรูปกันไว้เป็นความทรงจำ) ส่วนที่น้องๆไปเที่ยวดูคอนเสิร์ตหมอลำกันต่อ เพราะเห็นว่างานอยู่ไม่ไกล จึงนั่งอัดกันไปในรถด้วยกัน

สอบถามวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่ บอกว่า มีชาวบ้านเชื่อแรงอาถรรพ์ในพื้นที่จริง บางคนเชื่อว่า สาเหตุที่จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อย น่าจะมาจากถนนทั้งเส้น มี 12 พญายักษ์ ดูแลอยู่ โดยมีความเชื่อว่า จะส่งพลังร้าย และจุดที่เกิดเหตุตรงกับยักษ์ สุริยาภพ ตั้งอยู่ ซึ่ง ยักษ์สุริยาภพ เป็นยักษ์ที่โมโหร้าย อาจจะส่งผลให้ จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อย แต่บางส่วนก็มองว่า ไม่เกี่ยว น่าจะเป็นเพราะความประมาทของคนมากกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล

 

ขณะที่ นาย ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมนายกเหล่ากาชาดสมุทรปราการ และ พันตำรวจเอก พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.บางแก้ว เดินทางไปเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่ห้องฉุกฉิน โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 พร้อมมอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือ เบื้องต้น รายละ 3,000 บาท

โดยทีมข่าวพยายามพูดคุยกับ นาย นิตยา คนขับรถกระบะคันดังกล่าว พบว่า นายนิตยา ยังอยู่ในอาการเครียด แต่ ยอมรับว่าเป็นคนขับรถ ส่วนอาการแพทย์ยังให้รอดูอาการ เพราะ นายนิตยา มีเลือดออกในสมอง และมีบาดแผลที่ใบหน้า และร่างกายจากการถูกกระแทก

 

ส่วนบรรยากาศที่ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีญาติมารอรับศพผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร และ จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ทางสถาบัน ไม่อนุญาต ให้สื่อมวลชนเข้าพื้นที่

คุณสุชาดา ผู้สื่อข่าวของเรา ได้พูดคุยกับแฟนสาว 1 ใน 13 ผู้เสียชีวิต เธอ เล่าว่า เธอเป็นแฟนสาวของ นายสุประชัย วรรณทวี หรือ ลามอส อายุ 20 ปี รู้จักและคบกับ นายลามอส ตั้งแต่ช่วงแรกที่ นายลามอส มาฝึกงานเป็นช่างสีรถยนต์ที่นี่  โดยก่อนเกิดเหตุ เธอได้ชวน นายลามอส ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน แต่แฟนบอกว่า ติดงานเลี้ยงส่ง เธอเลยไปกับเพื่อน แต่สุดท้ายก็ไปเจอกันที่งาน  ดูคอนเสิร์ตไปสักพัก อยู่ๆ แฟนก็เดินเข้ามากอด ตอนนั้นก็เอ๊ะใจ เพราะปกติแฟนไม่ค่อยเข้ามากอดแบบนี้ เหมือนเป็นลาง จากนั้นช่วงก่อนกลับ เธอแอบไปเห็นผู้หญิงเข้ามาคุยกับแฟนเลยหึง เลยงอนกัน เธอกับแฟนจึงแยกทางกันกลับ  จนมาเกิดเรื่อง เธอยังเสียใจ ถ้าเธอกับแฟนไม่ได้ทะเลาะกัน คงแยกกลับด้วยกัน ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ 

หลังเกิดเหตุ เธอกลับไปที่ห้องของแฟน พบว่า ห้องเหมือนมีคนอยู่ และเห็นแฟนอยู่ในห้อง แต่ความเป็นจริงแฟนเกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิตไปแล้ว

 

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก บางส่วนของผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ราย ได้โพสต์ข้อความสุดท้ายเมื่อเวลา 12.26 น. วันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยได้โพสต์ข้อความว่า "ถ้าเป็นแบบนี้ ผมขอไม่เห็นไรดีกว่า มันบั่นทอนจิตใจ" โดยมีเพื่อนผู้เสียชีวิตเข้ามาโพสต์อาลัย และแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ นาย วรายุทธ ไชยปัญญา ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คเมื่อวันที่ 27 กันยายน ช่วง 5ทุ่ม 33 นาทีว่า อยากจะหายไปเลยอะ หายแบบหายไปไหนก็ได้ หายไปพร้อมกับความรู้สึกแย่ๆในตอนก่อน

ก่อนจะโพสต์ภาพสมาชิกกับรถกระบะในคืนก่อนเกิดเหตุ พร้อมระบุข้อความว่า ยาวไป ศรีสะเกษครองเมือง

 

 

และจากภาพนี้ มีผู้นำไปโพสต์พร้อมกับระบุว่า ขออนุญาตนะคะ มีคนเห็นหน้าใครคะ อยู่ท้ายกระบะ น้องๆฝึกงานศรีสะเกษ ซึ่งจากรูปดังกล่าว พบว่า มีเงาบางๆ อยู่ในกลุ่มนักศึกษาที่เสียชีวิตจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง ว่าเป็นเงาอะไร

 

นอกจากนี้ ในเฟซบุ๊กของ นาย ศุภพัชชา ดอกโศก ได้โพสต์คลิปช่วงกินเลี้ยง ฉลองฝึกงานจบ ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนานของทุกคน ที่ไม่มีใครรู้ได้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น

 

ล่าสุด มีรายงานว่า มีเพื่อนของนักศึกษาที่มาฝึกงานด้วยกัน แจ้งกับทางตำรวจว่า เพื่อนหายไป 1 คน ตำรวจจึงได้โทรศัพท์ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาล พบว่า มีอีก 1 คน ที่นั่งท้ายรถกระบะ ชื่อ นายอภิสิทธิ์ ถาวร อายุ 20 ปี ถูกนำตัวส่งไปรักษาตัว ที่ รพ.สิรินธร

รวมเป็นเหตุครั้งนี้เดินทางไป 19 คน นั่งหน้า 4 คน และนั่งท้ายกระบะ 15 คน เหตุการณ์นี้เสียชีวิต 13 คน

ข่าวอื่นๆ- ที่เกี่ยวข้อง
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement