ที่มาของการผนึกทรู-ดีแทค เพราะไทยต้องมี ‘Innovation’ เป็นของตัวเอง

ข่าว

ที่มาของการผนึกทรู-ดีแทค เพราะไทยต้องมี ‘Innovation’ เป็นของตัวเอง

Advertorial

1 ก.ค. 2565 11:13 น.

บันทึก

ที่มาของการผนึกทรู-ดีแทค เพราะไทยต้องมี ‘Innovation’ เป็นของตัวเอง บทสรุปจากงานเสวนา “โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต”

จาก ‘Digital Disruption’ สู่ ‘Double Disruption’ ดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนตั้งแต่การดำเนินชีวิต วิธีคิด การดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการแข่งขันระดับประเทศ และระดับโลก การพึ่งพาทางเศรษฐกิจในหลายประเทศจึงมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้เกิดการสร้าง ‘tech company’ มีฮับจากภายในประเทศ เพื่อขึ้นไปยืนบนเวทีโลก สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ซึ่งภายในงานเสวนา “The Disruption of Business, Competition and Transformation, Ready Now for the Future. โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต” ที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เมื่อวันพุธที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น มีประเด็นที่น่าสนใจ เปิดบทสนทนา และชวนคิดต่อได้หลากแง่มุม ทั้งเรื่องของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีที่รุดหน้าไปเรื่อยๆ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศที่มีศักยภาพเพียงพอให้ไทยขึ้นไปยืนในการแข่งขันระดับโลกได้ แต่จะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงได้ ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมอย่างไรจึงจะพลิกโฉมสู่อนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

เทคโนโลยีจะเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในอนาคตสังคมจะกลายเป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ มีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันบนเวทีโลกได้ ซึ่งการดึงเม็ดเงินการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมทั้งในเรื่องของโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยด้วย

จอน โอมุนด์ เรฟฮัก (Mr. Jon Omund Revhaug) Senior Vice President เทเลนอร์กรุ๊ป (Telenor) ภูมิภาคเอเชีย บริษัท โทรคมนาคม จากประเทศนอร์เวย์ ที่ลงทุนในประเทศไทยมานานหลายปีให้ความเห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่จะดึงให้บริษัทข้ามชาติตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมนั้น มีทั้งเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ต่อหัวของประชากร ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีสำคัญอย่าง 5G ที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศได้อีกมาก เพราะประโยชน์ของ 5G ไม่ได้มีเพียงเรื่องของความเร็วในการใช้งานโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อให้ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขัน สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาเพิ่มเติมได้อีกด้วย แต่การที่จะดึงต่างชาติมาลงทุนได้นั้น สิ่งสำคัญคือกฎกติกาที่เอื้อต่อการลงทุน ต้องมีความชัดเจน เป็นธรรม และต่อเนื่อง ทั้งฝั่งนักลงทุนและฝั่งผู้บริโภคภายในประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งทางเทเลนอร์เองยังมีความสนใจในการลงทุนกับไทยเพิ่มเติมต่อไป

ในส่วนนี้ วิธวินท์ อิทธิภาณุวัต กรรมการบริหาร Vertex Ventures Southeast Asia and India เสริมว่า ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขกฎกติกาบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของ Human Capital หรือทรัพยากรมนุษย์ที่เห็นว่า ไทยสูญเสียโอกาสจากประเด็นดังกล่าวไปพอสมควร เนื่องจากในประเทศไม่มีพื้นที่ให้กลุ่มคนเหล่านี้เติบโต ไทยไม่มีธุรกิจรองรับ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม และอินโดนีเซียเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของการดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติ การมีสตาร์ตอัป ยูนิคอร์น หลายตัว แต่เมื่อมองกลับมาที่ไทยจะพบว่า อันที่จริงแล้ว ประเทศเรามีโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโมบายล์แอปพลิเคชัน รวมถึงระบบขนส่งพัสดุก็ด้วย ฉะนั้น ไทยมีศักยภาพมากพอที่จะก้าวกระโดดไปข้างหน้า เพียงแต่ต้องเดินไปพร้อมๆ กับกฎกติกาที่เป็นธรรม เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอย่างที่ควรจะเป็น

รวมกันเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง-เสริมสร้างกล้ามเนื้อรับความเปลี่ยนแปลง

เทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนมาจากประเทศอื่น เป็นการรับเอานวัตกรรมจากต่างชาติมาใช้ โดยณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชัน เปรียบเทียบว่า เทคโนโลยีเหล่านี้เหมือนกับท่อส่งน้ำ และตอนนี้ไทยเป็นเพียงท่อให้คนวิ่ง แต่ไม่ได้เป็นน้ำที่ผู้คนบริโภค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นมากกว่าธุรกิจโทรคมนาคม โทรศัพท์กลายเป็นคอมพิวเตอร์ย่อส่วนที่รวบรวมธุรกรรมหลายๆ อย่างไว้ในโทรศัพท์เครื่องเดียว ฉะนั้น ธุรกิจโทรคมนาคมเองต้องปรับตัวสู่การเป็น ‘Tech Provider’ เพิ่มเติมในการแข่งขันในสัดส่วนอื่นๆ ไปด้วย โทรคมนาคมไม่อาจเป็นแค่ telco ได้ ต้องเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในขณะที่เกมทั่วโลกเปลี่ยนไปแล้ว อย่างทรูเองก็มี TrueID และบริการในเชิงความบันเทิงอื่นๆ ซึ่งการเข้าไปเล่นในเลเยอร์อื่นๆ นอกจากการให้บริการแบบดั้งเดิม ที่จะทำให้ไทยแข็งแกร่ง และผู้บริโภคเองก็จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของการผนึกกำลังกันระหว่างบมจ.ทรู คอร์เปอเรชั่น และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชัน มีหัวใจสำคัญอยู่สองส่วน กล่าวคือ เพื่อความแข็งแกร่งในการแข่งขันกับนานาประเทศ รวมถึงเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้โดยตรง อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่า จุดอ่อนของไทยตอนนี้ คือการไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันอ่อนแรงเมื่อเทียบกับชาติอื่น ซึ่งการควบรวม-ผนึกกำลังก็เหมือนการดึงคนมาร่วมทีมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีความแข็งแกร่ง มีทุนมากพอ องค์กรเองก็จะมีความสามารถในการนำเสนอ ทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้นั่นเอง

ณัฐวุฒิยังเสริมเพิ่มเติมด้วยว่า สุดท้ายแล้วโจทย์ที่สำคัญที่สุดของสมการนี้ก็คือประชาชนหรือผู้บริโภคที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุด ทั้งสองบริษัทต้องผนึกกำลังกันเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อไปแข่งขันกับผู้เล่นประเทศอื่นๆ ได้ โดยแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้ในตอนนี้ล้วนมาจากการพัฒนาจากต่างชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram, Line สิ่งสำคัญ คือประเทศไทยต้องเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งการ ‘คิดใหญ่’ เหล่านี้ ก็นำมาซึ่งความเสี่ยง และการใช้ทุนจำนวนมาก ฉะนั้น การผนึกกำลังร่วมกันของโทรคมนาคมขนาดใหญ่ระดับชาติ จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับทั่วโลกได้ ซึ่งวิธีการแบบนี้เป็นหนึ่งในวิธีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดที่บริษัทต่างชาติหลายแห่งก็ทำกัน ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

“ทั้งหมดนี้คือ ความสำคัญที่จะมอง ‘โทรคมนาคม’ เป็นเพียง ‘โทรคมนาคม’ ต่อไปไม่ได้ แต่ต้องมองเป็น Tech Telecom ที่ไม่ได้มีผู้เล่นเพียง 3-4 ราย แต่มีผู้เล่นมากกว่า 10 ราย ทั้งในและต่างประเทศที่เป็น Global Player แต่อยู่นอกการกำกับดูแลของโทรคมนาคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทรูต้องมีการ Disrupt ธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการควบรวมกับพันธมิตรเพื่อปรับตัวเป็นเทคคอมปานี เพื่อร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประเทศต่อไป” นายณัฐวุฒิ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

ApplicationMy Thairath

วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2565 เวลา 14:47 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์