CMMU แนะผูู้ประกอบการไทยใช้สมุนไพรนำเทรนด์ความงาม อาหารเสริม

ข่าว

    CMMU แนะผูู้ประกอบการไทยใช้สมุนไพรนำเทรนด์ความงาม อาหารเสริม

    ไทยรัฐออนไลน์

    19 ก.ย. 2564 17:00 น.

    CMMU เผยธุรกิจความงาม อาหารเสริมควรใช้สมุนไพรขยายตลาดทั่วโลก พร้อมยก 5 ปัจจัยผู้บริโภคทั่วโลกเลือกเทรนด์สุขภาพ

    ดร.กฤษกร สุขเวชชวรกิจ หัวหน้าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU กล่าวว่า ช่วงโควิด-19 เป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทย ต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือธุรกิจความงาม เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ธุรกิจก็ยังขาดความยั่งยืนในระยะยาว เหตุประสบปัญหาการตัดราคา ทำโปรโมชั่น ขาดจุดเด่นชัดเจน 

    ปัจจุบัน ผู้บริโภคนิยมรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่กับการดูแลร่างกาย ถือเป็นเป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมมาแรง ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจนี้เช่นกัน แต่อุตสาหกรรมนี้กลับมีวงจรธุรกิจสั้นเพียง 1-2 ปี และต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้นต้องคำนึงถึงมาตรฐานระดับสากลพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค พยายามขยายไปตลาดต่างประเทศให้ได้ จึงจะเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน

    จากเหตุดังกล่าว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. มีข้อมูลระบุเทรนด์สุขภาพ โดยอ้างอิงจากผลวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคของบริษัท Mintel พบว่า ผู้บริโภคในทวีปยุโรป ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมังสวิรัติ หรือ Vegan มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย ขณะที่ผู้บริโภคในทวีปอเมริกาเหนือ เน้นผลิตภัณฑ์ที่ไม่สารตกแต่งพันธุกรรม

    ส่วนผู้บริโภคในทวีปเอเชียนิยมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและปราศจากสารปรุงแต่ง ถือได้ว่าผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติมากกว่าที่ใส่สารปรุงแต่ง และนิยมรับประทานอาหารเสริมและวิตามินในรูปแบบเม็ดแคปซูลมากที่สุด

    แนวโน้มผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมี 5 ปัจจัย ดังนี้

    1. การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ผู้บริโภค 70% ต้องการอาหารเสริมหรือวิตามิน โดยเฉพาะการรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารเพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยรักษาผิวพรรณ เน้นสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ไม่ส่งผลเสียกับร่างกาย

    2. ความกังวลกับโรคอุบัติใหม่และปัญหาสุขภาพ คนทั่วโลกส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มทดแทน และคนไทย 47% ที่ต้องการอาหารเสริมและวิตามินเพิ่มเติม มักซื้อในรูปแบบของอาหารและเครื่องดื่ม

    3. ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสมกับอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ที่มาจากพืชและโปรตีนทางเลือกจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคในยุโรปร้อยละ 45 เชื่อว่าการรับประทานอาหารจากพืช หรือ Plant-base ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าทานเนื้อสัตว์

    4. ผลิตภัณฑ์พ่วงมากับความสวยความงาม ผู้บริโภคชาวไทยกว่าร้อยละ 51 ให้ความสนใจกับอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ส่วนผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่อาหารเสริมและวิตามินในน้ำผลไม้

    5. ฉลากต้องชัดเจน ผลิตภัณฑ์มีที่ไปที่มาโปร่งใส ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับฉลากที่ชัดเจน บ่งบอกลักษณะสินค้าที่สำคัญ เช่น วัตถุดิบทำจากพืช ไม่มีสารก่อภูมิแพ้

    สำหรับประเทศไทย ธุรกิจอาหารเสริม ควรใช้จุดแข็งจากแหล่งสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติที่หลากหลายนำมาผลิตสินค้า นำเทคโนโลยีและใช้การวิจัยที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนเพิ่มเติม สามารถต่อยอด ขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

    นอกจากนี้ จำเป็นต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากปัจจุบันอาหารเสริมเป็นที่นิยมหลายกลุ่ม ทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค อาทิ กลุ่มวัยทำงานมีพฤติกรรมที่ต้องใช้พลังกายและพลังทางความคิดอย่างหนัก จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองทั้งการเลือกรับประทานอาหารและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เสียสุขภาพไปกับการทำงานทั้งวันจนเหนื่อยล้า ทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ เป็นต้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธุรกิจอาหารเสริมสมุนไพรไทยม.มหิดลอาหารเสริมกฤษกร สุขเวชชวรกิจ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 08:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์