รอบรั้วการตลาด : DIPROM ผลักดันเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ช่วยธุรกิจชุมชน

ข่าว

    รอบรั้วการตลาด : DIPROM ผลักดันเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ช่วยธุรกิจชุมชน

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 ส.ค. 2564 19:35 น.

    รอบรั้วการตลาด ประจำวันที่ 29 ส.ค. 64 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ รวบรวมข่าวจากแวดวงธุรกิจ การตลาด การเงินธนาคาร ประกัน และอสังหาริมทรัพย์

    นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ DIPROM กล่าวว่า รัฐบาลส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์และสินค้าเกษตรทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

    ดังนั้น เพื่อให้หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตรและเพิ่มรายได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับธุรกิจเกษตรชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ โดยพัฒนาอุปกรณ์เครื่องจักรที่สามารถติดตั้งหรือประกอบเพิ่มเติม ส่งผลให้เครื่องจักรทำงานได้ดีขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงจัดงานประกาศรางวัลการประกวดกิจกรรมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ผ่านรูปแบบ Online Virtual Conference 

    ทั้งนี้ ได้คัดเลือกแบบอย่างการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และประกาศผลเพื่อมอบโล่เกียรติยศและเงินรางวัลจำนวน 5 รางวัล ประกอบด้วย

    1. รางวัลชนะเลิศ 1 แบบอย่าง ได้แก่ เครื่องเผาข้าวหลาม

    2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับหนึ่ง 1 แบบอย่าง ได้แก่ เครื่องผสมและพาสเจอไรซ์น้ำมะนาว

    3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับสอง 1 แบบอย่าง ได้แก่ เครื่องขอดเกล็ดปลาอัตโนมัติ

    4. รางวัล Knowledge Sharing จำนวน 1 แบบอย่าง ได้แก่ เครื่องอบฟักข้าว

    5. รางวัล Technical Challenge จำนวน 1 แบบอย่าง ได้แก่ ตู้อบไล่ความชื้นน้ำผึ้งอัจฉริยะ

    นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในปี 63 มีปริมาณขยะชุมชน 27.35 ล้านตัน ขยะที่กำจัดถูกต้อง 11.19 ล้านตัน และขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง 4.23 ล้านตัน ประกอบปัจจุบันคนอาศัยอยู่ในที่พัก อาจจะยังไม่เข้าใจการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี 

    ด้วยเหตุนี้ แอสเซทไวส์ จึงร่วมมือกับ Little Big Green จัดทำโครงการแยกBinกัน ซึ่งเป็นวิธีการคัดแยกขยะ ด้วยการเรียกขยะแบบใหม่ ช่วยให้ลูกบ้านเข้าใจและสามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น กับโครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 71 (Atmoz Ladprao 71) เป็นที่แรก มีผลการตอบรับที่ดี ทั้งจากนิติบุคคล ลูกบ้าน รวมถึงแม่บ้านภายในโครงการ

    โดยได้เปลี่ยนชื่อและสีถังขยะประเภทต่างๆ ตามวิธีการแยกขยะแบบใหม่ ได้แก่

    1. ถังขยะเศษอาหาร คือถังขยะสีเขียว สำหรับขยะที่เป็นเศษอาหารเท่านั้น ไม่รวมภาชนะที่บรรจุ ซึ่งขยะเหล่านี้จะสามารถนำไปต่อยอดในการทำปุ๋ย

    2. ถังขยะแห้งสะอาด คือถังขยะสีเหลือง สำหรับขยะประเภทแห้งสะอาด เช่น ขวดน้ำพลาสติก กระดาษ หรือขวดแก้ว โดยต้องทำให้แห้งสะอาดก่อนทิ้ง เพื่อไม่ให้ขยะในถังเน่าเสีย สามารถนำไปรีไซเคิลได้

    3. ถังขยะเลอะเปื้อน คือถังขยะสีฟ้า สำหรับขยะที่เปรอะเปื้อน และไม่สามารถทำให้สะอาดได้ เช่นภาชนะบรรจุอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และจะถูกส่งไปสู่กระบวนการจัดการขยะต่อไป

    4. ถังขยะหน้ากากอนามัย + ห้องน้ำ คือถังขยะสีแดง สำหรับขยะที่ติดเชื้อ หรือเสี่ยงติดเชื้อ รวมถึงขยะในห้องน้ำ อาทิ หน้ากากอนามัย หรือกระดาษชำระ เพื่อช่วยให้จัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันการติดเชื้อในกระบวนการเก็บ และกำจัดขยะได้มากขึ้น

    ธนาคารไทยพาณิชย์ สนับสนุนการก่อสร้างหอผู้ป่วยสนาม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 2 หลัง รวมมูลค่า 13 ล้านบาท ณ บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารแพทยพัฒน์ โดยหอผู้ป่วยสนามดังกล่าวจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้หลังละ 15 เตียง มีพื้นที่พักผู้ป่วยที่มีความดันอากาศเป็นลบ ห้องทำงานพยาบาลและแพทย์ พื้นที่เก็บวัสดุการแพทย์ ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนชุด PPE 

    โดยหอผู้ป่วยสนามดังกล่าว ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ ศ.ดร.เสริชย์ โชติพานิช รองผู้อำนวยการฝ่ายกายภาพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นผู้รับมอบจาก นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวอารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ ผศ.พญ.ยุวรีย์ พิชิตโชค รองผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กรและทรัพยากรบุคคล

    ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า หลังจากตั้งโครงการ เกษตรกรแฮปปี้ ที่ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน เปิดช่องทางให้เกษตรกรสามารถนำผลไม้ตามฤดูกาล อาทิ มังคุด ลำไย และ เงาะโรงเรียน มาจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยและที่ทำการไปรษณีย์

    นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังมีโครงการบริหารจัดการผลไม้ปี 64 ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ให้เกษตรกรไทยที่เป็นสมาชิกของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ฝากส่งผลไม้ 5 ประเภท ได้แก่ มังคุด เงาะ ลำไย ลองกอง และทุเรียน ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม เปิดให้บริการรับฝากผลไม้ผ่านการหุ้มห่อและใส่บรรจุภัณฑ์ได้ตามปกติ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกบรรจุภัณฑ์ได้ทั้งแบบกล่องและตะกร้าตามที่ไปรษณีย์ไทยวางจำหน่าย และจัดส่งได้ที่ไปรษณีย์ทั่วประเทศจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 64

    บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด แนะนำแอปพลิเคชัน ME HappyFridge สามารถตรวจเช็กปริมาณอาหารในตู้เย็นหรือวันหมดอายุได้ โดยบันทึกข้อมูลประเภทอาหาร ปริมาณ และวันหมดอายุลงในแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ สามารถแจ้งเตือนเมื่ออาหารใกล้หมดอายุเพื่อวางแผนการนำมาใช้ ลดการเหลือทิ้งและลดปัญหาการซื้อซ้ำได้ และสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      รอบรั้วการตลาดDIPROMดีพร้อมแอสเซทไวส์ASWแยกขยะธนาคารไทยพาณิชย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปรษณีย์ไทยมิตซูบิชิ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 17:47 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์