เน็ตฟลิกซ์-กูเกิล-เฟซบุ๊กมาหมด 49 แพลตฟอร์มยอมขึ้นทะเบียนเสียภาษี

ข่าว

    เน็ตฟลิกซ์-กูเกิล-เฟซบุ๊กมาหมด 49 แพลตฟอร์มยอมขึ้นทะเบียนเสียภาษี

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    27 ส.ค. 2564 05:15 น.

    เผย 49 แพลตฟอร์มออนไลน์ จาก 15 บริษัทข้ามชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจโกยรายได้จากประเทศไทย มาขึ้นทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตามกฎหมายอี–เซอร์วิส กับกรมสรรพากรแล้ว มีผลให้มีการจัดเก็บได้ตั้งแต่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เข้ามาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ตามกฎหมายอี-เซอร์วิส กับสรรพากรแล้ว 49 ราย จาก 15 ประเทศ โดยมีทั้งรายเล็กรายใหญ่ โดยภาษีอี-เซอร์วิสจะมีผลการจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป

    สำหรับรูปแบบที่ถูกเก็บภาษีออนไลน์จะมีอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ 1.ธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เปิดให้ซื้อขายผ่านออนไลน์ เช่น อเมซอน อีเบย์ 2.ธุรกิจที่มีรายได้จากค่าโฆษณา เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ กูเกิล 3.ธุรกิจตัวกลางที่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายสินค้าและบริการ เช่น จองโรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน 4.ธุรกิจตัวกลาง อาทิ บริการเรียกแท็กซี่ ฟู้ดดีลิเวอรี ซึ่งการเรียกเก็บค่าจีพีจากร้านค้า และ 5.ธุรกิจที่มีรายได้จากการบอกรับสมาชิก เช่น บริการดูหนัง ฟังเพลง หรือเกมออนไลน์

    สำหรับประเด็นที่มีผู้เป็นห่วงว่า จะมีการผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภค หรือไม่นั้น จากการติดตามข้อมูลการเก็บภาษีอีเซอร์วิสจาก 60 ประเทศ พบว่า มีทั้งผลักภาระและไม่ผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภค เช่น หากเป็นธุรกิจที่แข่งขันกันสูง บริษัทอาจยอมเสียภาษีเองเพราะกลัวจะเสียลูกค้า แต่ถ้าธุรกิจรายใหญ่ๆที่ไม่มีคู่แข่งก็อาจจะให้ผู้ซื้อ
    ผู้ใช้บริการเป็นคนเสียภาษีเอง หรือบางรายอาจแบ่งเสียภาษีกันคนละครึ่ง ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท รวมถึงสภาพการแข่งขันทางการค้า
    อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไทยรายใดที่เสียภาษีในส่วนนี้ ก็สามารถทำเรื่องหักเป็นค่าใช้จ่าย หรือหักภาษีซื้อภาษีขายได้ เพราะการเก็บภาษีอี-เซอร์วิสจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับธุรกิจบริการออนไลน์ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทย หรือธุรกิจต่างชาติที่จดทะเบียนในไทยต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ผิดกับบริษัทต่างชาติที่ไม่จดทะเบียน ไม่ต้องเสียภาษีเลย ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ภาษี อี-เซอร์วิสจะช่วยให้รัฐเก็บรายได้เข้าคลังเพิ่มไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มาจดทะเบียนเพื่อเสียภาษีอี-เซอร์วิสแล้ว อาทิ เน็ตฟลิกซ์ กูเกิล เฟซบุ๊ก ไมโครซอฟต์ ซูม อเมซอน เป็นต้น
    สำหรับ 15 ประเทศที่แพลตฟอร์มออนไลน์ มาขอขึ้นทะเบียนมีรายละเอียดดังนี้ ไอร์แลนด์ 11 ราย สหรัฐอเมริกา 10 ราย สิงคโปร์ 10 ราย เยอรมนี 4 ราย สวีเดน 2 ราย อังกฤษ 2 ราย ฮ่องกง 2 ราย ส่วนประเทศละ 1 ราย ได้แก่ แคนาดา ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย ก็สามารถยื่นจดทะเบียนได้ตลอด ตามช่องทางออนไลน์ของกรมสรรพากร โดยภาษีงวดแรกที่จะต้องจ่ายตามรอบของภาษี คือ เริ่มวันที่ 23 ก.ย. เป็นต้นไป

    “นับจากวันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่จะมีการจัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นทางการ มั่นใจว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทยที่ต้องเสียภาษี จากเดิมผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศที่มาให้บริการในประเทศไทย และกอบโกยรายได้ออกนอกประเทศไปเป็นจำนวนมากไม่ได้เสียภาษีใดๆเลย”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แพลตฟอร์มออนไลน์บริษัทข้ามชาติขึ้นทะเบียนเสียภาษีเน็ตฟลิกซ์กูเกิลเฟซบุ๊กเศรษฐกิจข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 16:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์