5 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน "ธุรกิจแฟรนไชส์" ลงทุนถูกทางสร้างกำไรยั่งยืน

ข่าว

    5 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน "ธุรกิจแฟรนไชส์" ลงทุนถูกทางสร้างกำไรยั่งยืน

    ไทยรัฐออนไลน์

    5 ส.ค. 2564 15:30 น.

    ธนาคารไทยพาณิชย์ แนะ 5 ข้อต้องรู้ก่อนทำธุรกิจแฟรนไชส์ 2021 ลงทุนถูกทางสร้างกำไรยั่งยืน  

    พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ SME ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในขณะที่เรากำลังอยู่ระหว่างปรับตัวรอให้สภาวะทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ระหว่างนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีของการศึกษาธุรกิจ รูปแบบการทำงาน และวางแผนการลงทุน เป็นโอกาสสำหรับว่าที่ผู้ประกอบการใหม่ที่ควรคว้าเอาไว้ เพราะการวางแผนบริหารต้นทุนทางการเงินควบคู่กับการวางแผนธุรกิจที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยปูทางสู่โอกาสในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

    โดยธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยศักยภาพของแฟรนไชส์ในประเทศไทยที่สามารถเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ อีกทั้งความหลากหลายของประเภทธุรกิจ และขนาดของการลงทุนแฟรนไชส์ที่มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลายสิบล้านบาท จึงรองรับความต้องการลงทุนที่แตกต่างกันของผู้ประกอบการแต่ละรายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีข้อได้เปรียบที่ดึงดูดใจคนอยากมีธุรกิจของตัวเอง

    เช่น แฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่สามารถเริ่มต้นได้โดยใช้เวลาไม่นาน แม้ไม่มีประสบการณ์ ไม่ต้องเสียเวลาในการบุกเบิกหรือลองผิดลองถูก เพราะเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ หรือ Franchisor ได้อาศัยประสบการณ์ของตนในการทำธุรกิจที่จะขายแฟรนไชส์มาเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการดำเนินธุรกิจ

    รวมถึงการวางระบบต่างๆ ให้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อถ่ายทอดให้แก่ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ หรือ Franchisee ที่เพียงนำมาปฏิบัติตามโมเดลที่สร้างไว้ รวมถึงข้อได้เปรียบด้านชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของแบรนด์มักเป็นที่ยอมรับและติดตลาดอยู่แล้ว ขณะที่การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์และคิดกลยุทธ์การตลาดก็เป็นเรื่องที่ Franchisor ดูแลให้อย่างเป็นแบบแผน

    แม้มองเห็นโอกาสสำเร็จจากการสร้างรายได้และการคืนทุนเร็วของธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ต้องจำไว้เสมอว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนที่จะกระโจนเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ เราต้องสำรวจตัวเองและทำความเข้าใจธุรกิจให้ถี่ถ้วนก่อนเดินหน้าลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมีคำแนะนำ 5 พื้นฐานต้องรู้ ก่อนลงทุนแฟรนไชส์เพื่อสร้างกำไรอย่างที่ต้องการ เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับผู้สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ทุกคน ดังนี้

    1. สำรวจความต้องการและเงื่อนไขของตัวเอง เพื่อช่วยหาไอเดียของประเภทธุรกิจที่เราควรลงทุน เพราะการทำธุรกิจในสิ่งที่ชอบและถนัดจะช่วยให้เข้าใจระบบของธุรกิจได้ง่ายขึ้นและอยู่กับธุรกิจนั้นได้นาน ขณะเดียวกันจำเป็นต้องรู้เงื่อนไขของตัวเองเพื่อหารูปแบบแฟรนไชส์ที่เหมาะสม เช่น หากเราไม่มีเวลาบริหารจัดการธุรกิจตลอดทั้งวันก็ต้องเลือกแฟรนไชส์ที่ไม่ซับซ้อนและสำเร็จรูป เช่น ธุรกิจสะดวกซัก หรือเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เป็นต้น

    หากต้องการทำธุรกิจที่มีอิสระในการบริการจัดการด้วยตัวเอง ต้องมองหาแฟรนไชส์ในลักษณะ Products Franchise ที่ให้เฉพาะสิทธิ์ในเรื่องวัตถุดิบ การขายสินค้า และเครื่องหมายการค้า ซึ่งแตกต่างจาก Business Format Franchise ที่ให้สิทธิ์พร้อมระบบและวิธีการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานที่กำหนดไว้เป็นแนวทางให้ปฏิบัติได้ง่าย

    2. ศึกษารายละเอียดต้นทุน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาคืนทุน แฟรนไชส์แต่ละแบรนด์มีจำนวนค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Franchise Fee) ซึ่งเป็นเหมือนค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพื่อให้ได้สิทธิ์ และค่าธรรมเนียมสนับสนุนต่อเนื่อง (Royalty Fee) ที่ Franchisor จะเรียกเก็บโดยกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายในสัดส่วนที่แตกต่างกัน

    ผู้สนใจลงทุนจะต้องวิเคราะห์ดูว่าค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรียกเก็บนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ มีสิ่งใดตอบแทนกลับมาจากค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายตลอดการดำเนินธุรกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้าง การตกแต่งสถานที่ และค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้ร้านแฟรนไชส์นั้นสามารถดำเนินกิจการได้ นอกจากนี้ควรพิจารณาในเรื่องของระยะเวลาคืนทุน ซึ่งควรมีระยะเวลาคืนทุนสอดคล้องกับสัญญาแฟรนไชส์เพื่อเป็นหลักประกันได้ว่า การลงทุนแฟรนไชส์นั้น ผู้ลงทุนจะมีกำไรที่มากขึ้นภายหลังจากระยะเวลาคืนทุน ซึ่งเป็นระยะเวลาเก็บเกี่ยวรายได้ของธุรกิจแฟรนไชส์

    3. วิเคราะห์ศักยภาพของแฟรนไชส์ที่จะลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ใด จะต้องวิเคราะห์ตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ให้ชัด คุณค่าของสินค้าและบริการต้องแตกต่างจากคู่แข่งในธุรกิจประเภทเดียวกัน และต้องมั่นใจว่า Franchisor มีเป้าหมายธุรกิจในอนาคตและมีวิธีการทำให้เป้าหมายเกิดขึ้นจริงอย่างชัดเจน และมีข้อมูลความสำเร็จที่น่าเชื่อถือของ Franchisee ปัจจุบันให้เห็นอย่างตรงไปตรงมา

    อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนเองจำเป็นต้องลงศึกษาพื้นที่จริงในหลายๆ สาขา เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ คู่แข่ง และกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องก่อนตัดสินใจเดินหน้าลงทุน

    4. การสนับสนุนและช่วยเหลือจากเจ้าของสิทธิ์ เพราะ Franchisor คือพี่เลี้ยงในการทำธุรกิจ จึงต้องพร้อมเคียงข้างช่วยสนับสนุนให้กิจการของเราไปได้ตลอดอายุสัญญา ก่อนลงทุนจึงต้องมั่นใจว่า Franchisor จะมีการถ่ายทอดโมเดลธุรกิจให้กับ Franchisee ผ่านการอบรมหรือเทรนนิ่งอย่างทั่วถึงด้วยมาตรฐานเดียวกัน และไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้กับ Franchisee

    เมื่อธุรกิจเกิดปัญหาจะต้องมีระบบที่ดีสามารถส่งทีมเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ธุรกิจหยุดชะงัก และในกรณีประสบวิกฤติเจ้าของแฟรนไชส์มีนโยบายเข้ามาช่วยดูแลหรือไม่อย่างไร ในวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้เราได้เห็นเจ้าของแฟรนไชส์หลายแบรนด์ที่ไม่ทอดทิ้งให้ Franchisee ต่อสู้เพียงลำพัง นับเป็นองค์ประกอบที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

    5. เงินทุนในการดำเนินธุรกิจ หากเรามีเงินทุนของตัวเองเพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเริ่มต้นธุรกิจและมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนธุรกิจก็ไม่จำเป็นต้องหาแหล่งทุนอื่น สามารถเดินหน้าธุรกิจได้ทันที แต่หากมีเงินทุนไม่เพียงพอ หรือต้องการเก็บเงินทุนของตนเองเพื่อไปเสริมสภาพคล่องในเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถแจ้งความต้องการไปยัง Franchisor เพื่อช่วยประสานกับธนาคารพันธมิตรในการสนับสนุนสินเชื่อ ขอเพียงมีการรับรองจาก Franchisor ก็จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟรนไชส์ได้แล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แฟรนไชส์ธุรกิจแฟรนไชส์แฟรนไชส์กาแฟแฟรนไชส์เครื่องซักผ้าแฟรนไชส์ 2021แฟรนไชส์ 2021 ลงทุนน้อยแฟรนไชส์ 2021 มาแรงลงทุนแฟรนไชส์ไทยพาณิชย์ธนาคารไทยพาณิชย์SCB

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 05:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์