ร้องพักหนี้อัตโนมัตินาน 2 ปี เอกชนท่องเที่ยวขอลมหายใจ เว้นภาษีงดจ่ายประกันสังคม

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ร้องพักหนี้อัตโนมัตินาน 2 ปี เอกชนท่องเที่ยวขอลมหายใจ เว้นภาษีงดจ่ายประกันสังคม

Date Time: 29 พ.ค. 2564 05:15 น.

Summary

ภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ซึ่งประสบปัญหาอย่างหนัก

Latest

บาร์บีคิวพลาซ่า งัดกลยุทธ์ Value-Based รีเฟรมบุฟเฟต์ใหม่ สวนกระแสสงครามราคา

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่า ภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ซึ่งประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ก็ทำให้คนไทยหยุดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไปด้วย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือด้วยการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ เป็นเวลามากกว่า 2 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยเหลือเอกชน พร้อมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังเสนอขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น การขอยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พร้อมเสนอขอให้ยกเว้นการจ่ายเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม โดยขอให้ยกเว้นอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เพื่อต่อลมหายใจให้กับภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกใหม่อย่างหนัก ซึ่งกรณีนี้ทางแอตต้าจะมีการหารือกับทางกระทรวงแรงงานต่อไปด้วย พร้อมทั้งขอให้ช่วยผลักดันการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งวงเงินของกองทุนจะต้องมาพิจารณากันต่อไป

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ได้หารือนายพิพัฒน์ถึงแนวทางการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ซึ่งรัฐบาลได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วในวันที่ 1 ก.ค.64 ตามแผนเดิมอย่างแน่นอน โดยแอตต้าเองไม่ได้ขออะไรเพิ่มในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้รัฐบาลดำเนินการไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คือ นำร่อง ในจังหวัดภูเก็ตก่อน จากนั้นในไตรมาสสุดท้ายก็ขยายไปยังพื้นที่นำร่องรวม 10 แห่ง โดยขออย่างเดียวคือรัฐบาลจะต้องทำให้ได้ตามแผน ขณะที่เรื่องของการฉีดวัคซีน ล่าสุดก็รับทราบว่ายังทำไปตามแผน และหวังว่าจะมีวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็ว

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของการกระจายวัคซีนไปยังผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงเป็นไปตามแผน โดยในเดือน มิ.ย.นี้ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตจะได้รับวัคซีนถึง 70% ของจำนวนประชากรทั้งหมดตามเป้าหมาย ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะครบ 70% เดือน ก.ค.นี้.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ