ส่องดวงธุรกิจปี 2564 กับหมอดูดัง ทำอะไรรุ่ง อะไรปัง

ข่าว

ส่องดวงธุรกิจปี 2564 กับหมอดูดัง ทำอะไรรุ่ง อะไรปัง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

1 ม.ค. 2564 08:30 น.

ปีนี้ตรงกับปีนักษัตร “ปีวัว” หรือ “ปีฉลู” หลายคนยังมองไม่ออกว่าจะเป็น “ปีฉลุย” หรือ “ปีสลบ” เพราะ “โควิด–19” ระบาดรุนแรงทั่วโลก เนื่องจาก “วัคซีน” ป้องกันโรคนี้เพิ่งจะทยอยฉีดกันในบางประเทศ อย่างของประเทศไทยก็คาดว่าจะได้ฤกษ์ฉีดกลางปีนี้

ทำให้หลายคนกังวลใจว่าปี 2564 อาจจะต้องมีเกณฑ์ดวงชะตา “อยู่บ้าน” กันอีกครั้ง

“ทีมเศรษฐกิจ” จึงขอให้ 4 อาจารย์หมอชื่อดังมาช่วยส่องดูว่าปีนี้จะทำอะไรถึงจะรวยปังๆ!!!

หมอช้าง
หมอช้าง

“หมอช้าง” ชี้ปีนี้ปีฟ้าหลังฝน

“หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” หมอดูชื่อดังของเมืองไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย ยกให้ปี 2564 เป็น “ปีฟ้าหลังฝน” ที่คนไทยจะได้พักยกและหายใจหายคอคล่องขึ้นบ้าง

สำหรับปี 2563 มีดวงดาวใหญ่ๆโยกย้ายเปลี่ยนแปลงเยอะ ทำให้ประเทศไทยเจอความผันผวนทุกด้าน

แต่ปี 2564 จะเป็นปีที่พลิกฟื้นและมีข่าวดีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะดวงดาวใหญ่ๆแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ครึกโครมเหมือนปีที่ผ่านมา

ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยในปีนี้ ดาวพฤหัสจะเข้าราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นธาตุลม ส่งผลดีต่อธุรกิจในภาคการสื่อสาร, ข้อมูล, ออนไลน์, เทคโนโลยี, โลกอนาคต และนวัตกรรมใหม่ๆ

โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อธุรกิจ เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคของบิ๊กดาต้าเต็มตัว

อีกธุรกิจที่จะกลับมาคึกคักคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดาวพฤหัสกลับมาแข็งแรง หลังจากอ่อนกำลังเมื่อปีที่แล้ว โดยกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวกับดาวพฤหัสคือ ครู, ผู้หลักผู้ใหญ่, ผู้สูงอายุ, บุคลากรทางการแพทย์, การดูแลสุขภาพ และโรงพยาบาล ธุรกิจที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ และการขนส่งทางอากาศ ก็จะเริ่มกลับมาในปี 2564

แต่ธาตุลมไม่ถูกกับธาตุดิน ฉะนั้นสิ่งที่งอกเงยจากดิน เช่น สินค้าเกษตรทั้งหลาย และอสังหาริมทรัพย์ ยังต้องระมัดระวังให้ดี มีแต่ร่วงมากกว่ารุ่ง

ถามว่าลงทุนยังไงให้รวยปังๆๆ หมอดูชื่อดังชี้ว่า ถ้าปี 2563 เป็นปีเฮงของทองคำ ก้าวสู่ปี 2564 จะเป็นปีแจ้งเกิดของ “สกุลเงินดิจิทัล” กระแสของเงินดิจิทัล และคริปโตเคอเรนซีจะเริ่มมีบทบาทชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่จะมาแรงจริงๆในอีก 2 ปีข้างหน้า

ถ้าจะลงทุนก็ต้องหว่านพืชในปีฉลูนี้ เพื่อหวังเก็บเกี่ยวดอกผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยในอนาคต ใครที่อยู่ในวงการเงินสกุลดิจิทัลรับรองว่ารุ่ง ส่วนมือใหม่เริ่มศึกษาแล้วลุยเลย

สำหรับตลาดหุ้น หมอช้างยืนยันปี 2564 จะเป็นปีที่ดีของการเสี่ยงโชค, การเงิน และการลงทุนหุ้น

แต่เตือนให้แบ่งทำกำไรให้จบภายในปี 2564 อย่าไปลากยาว เพราะมีศึกหนักรออยู่ในปี 2565 เมื่อพระราหูย้ายเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งเป็นลัคนาดวงเมือง อาจเกิดความวุ่นวาย และมีความเสี่ยงเกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจ

ส่องหุ้นตัวไหนรุ่งตัวไหนร่วง “หมอช้าง” ฟันธงให้พุ่งเป้าลงทุนไปที่กลุ่มเทคโนโลยี, สื่อสาร, ธนาคาร, โรงพยาบาล, การดูแลสุขภาพ และการขนส่งทางอากาศ ส่วนกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงคือ กลุ่มสินค้าเกษตร และอสังหาริมทรัพย์ ถ้าอยากอยู่รอดต้องปรับตัวให้ทันสมัยและเทิร์นตัวเองเป็นดิจิทัล

อุปสรรคธุรกิจที่ต้องระวังในปี 2564 หมอช้างบอกเป็นปีที่หลายคนมีโอกาสทำกำไร ไม่น่ากังวล

แต่สิ่งที่เตือนคือ ต้องออมเงินไว้รับกับพายุถาโถมที่จะซัดเข้ามาในปี 2565 พระราหูแรงมาก!!

เรียกว่าปีนี้เป็นปีพักยกให้ได้หายใจหายคอ หลายๆธุรกิจเริ่มกลับมาลืมตาอ้าปาก ใครจะลงทุนใหญ่ มีโปรเจกต์บิ๊กเบิ้ม ควรทำให้จบภายในปี 2564 อย่าดึงให้ยืดเยื้อข้ามปี!!

อาจารย์โสรัจจะ
อาจารย์โสรัจจะ

“อาจารย์โสรัจจะ” เตือน “ปีวัวไฟ”

“อาจารย์โสรัจจะ นวลอยู่ เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” กล่าวออกตัวก่อนถึงการทำนายดวงชะตาปี 2564 ว่า ปีนี้ตรงกับ “ปีฉลู” หรือ “ปีวัวไฟ”

“ผมยังย้ำว่าในปี 2564 ดาวมฤตยูเคลื่อนทับดวงเมือง แบบตั้งฉากในราศีเมษ และจะอยู่แบบนี้ไปเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน หรือจะเป็นลักษณะนี้ไปจนถึงกลางปี 2565 ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นทุก 84 ปี”

โดยปี 2564 มีการเคลื่อนย้ายดวงดาวสำคัญถึง 3-4 ดวง แบบที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์ชาติไทย เริ่มจากดวงดาวมฤตยูย้ายสู่ราศีเมษ ดาวเสาร์ย้ายจากราศีธนู มาราศีมังกร ดาวอังคารย้ายเข้าราศีกรกฎ พร้อมดาวศุกร์ แล้วมาเล็งดาวเสาร์ และตั้งฉากกับดาวมฤตยู

อาจถึงขั้นเรียกได้ว่า “ปีอภิมหากลียุควิปโยค” หนักกว่าปีที่แล้วหลายเท่าตัว

ซึ่งนับจากวันนี้ไปอีก 1 ปี 6 เดือนจะเกิดเรื่องราวร้ายๆหลายเรื่องที่ซ้ำเติมประเทศไทย และทั่วโลก นั่นคือ โรคระบาดไวรัสโควิดที่จะพัฒนาสายพันธุ์ “กลายพันธุ์” ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น หากเข้าสู่ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2564 จะเห็นสัญญาณรุนแรงขึ้น เพราะจะระบาดรวดเร็วมาก

การเกิดของโรคระบาดปีนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ว่าแย่อยู่แล้ว ให้แย่หนักกว่าเดิมอีก อาจถึงขั้นกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะเข้ามาช่วยเหลือหรือช่วยฟื้นฟูได้

ขณะที่ธุรกิจการเงิน ตลาดหุ้น ทองคำจะตกต่ำไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะการลงทุนที่หวังผลเร็ว จะหนักมาก ตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นไป และจะหนักมากในเดือน เม.ย. ถึงขั้นเรียกว่า “เมษาวิปโยค”

เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ก็มีผลต่อการเมือง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีความขัดแย้งกันรุนแรง มีม็อบค่อนข้างเยอะกว่าปีที่แล้ว อาจถึงขั้นเกิดสงครามย่อยๆ หรือสงครามกลางเมือง

ปีนี้เรายังจะเจอภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ ถ้าทางการเตรียมการตั้งแต่วันนี้ ก็อาจผ่อนหนักให้เป็นเบา

ภัยแล้ง จะเห็นตั้งแต่ต้นปีนี้ สินค้าเกษตรเสียหาย เกษตรกรปลูกอะไรก็มีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะแล้งในภาคเกษตรเท่านั้น แต่อาจถึงขั้นน้ำเพื่อการบริโภคก็ไม่เพียงพอ ถือว่าขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ อาจถึงขั้นเกิดโกลาหลก็ว่าได้

ขณะเดียวกัน ก็จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เหมือนเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 เพราะพายุจะเข้าตั้งแต่กลางปี

อีกทั้งยังจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเกิดสึนามิอีก 2 ครั้ง และถ้าเกิดขึ้นอาจหนักกว่าปี 2547 ขอพยากรณ์คร่าวๆว่า หากจะเกิดขึ้นก็ในช่วง ส.ค.และ ธ.ค. ควรระมัดระวัง แต่ถ้าไม่เกิดขึ้น ย่อมเป็นเรื่องที่ดี

ปัญหาฝุ่นละอองหนักมาก จะยังคงอยู่ไปอีกนาน เดือน เม.ย.จะมีฝุ่นเต็มไปหมด

แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ประเทศไทยเราก็รอดพ้นผ่านไปได้ด้วยดี นั่นเป็นเพราะคนไทยทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ถือเป็นเรื่องราวที่ดีของคนไทย

ขณะเดียวกันอาจมีการค้นพบยารักษาโรค “โควิด–19” ในประเทศ ซึ่งอาจเป็นสมุนไพรไทยที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่กว่าจะเจอและได้ใช้น่าจะช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่ยังมีอีกช่องทางในการรักษา

นอกจากนี้ ประเทศไทยอาจมี “นางงามจักรวาล คนที่ 3” ก็เป็นไปได้ เพราะตามดวงดาวแล้ว ประเทศไทยจะมีชื่อเสียงในต่างประเทศ ในเรื่องความสวยงามจากการประกวด

อาจารย์โสรัจจะทำนายต่อว่า ธุรกิจที่ดีในปีนี้คือ ธุรกิจอาหาร เพราะทุกคนยังต้องทานอยู่ตลอดเวลา แต่จะเน้นเป็นอาหารที่ปลอดภัย เพราะทุกคนใส่ใจสุขภาพ

ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ ทั้งหน้ากากอนามัย ถุงมือ เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่จะมาทุกทาง

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือการก่อสร้างสถานที่ ยังคงไปได้ดีจากที่ผ่านมาซบเซา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกอีกเช่นกัน โดยธุรกิจก่อสร้างจะดีขึ้นในปี 2564-2565 หรืออาจมีการก่อสร้างโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนก็เป็นไปได้

ส่วนธุรกิจที่ยังคงแย่ คือ ธุรกิจท่องเที่ยว เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนยังคงอึดอัด แม้จะผ่อนปรนกฎกติกา แต่ก็น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ดี ถ้าผ่านกลางปี 2564 ไปแล้วจะค่อยๆดีขึ้น แต่ไม่ดีขึ้นแบบพรวดๆ

โหรเจนชาติ
โหรเจนชาติ

“โหรเจนชาติ”เข้าสู่ยุค “อนาวิถี”

อาจารย์สุวิทย์ ตันติสุนทรชัย กูรูแห่งโหรชั้นสูง (โหรเจนชาติ) ประธานโหราสภานิรายนะวิธี เขียนคำพยากรณ์ลงในปฏิทินแห่งกาลเวลาว่า สถานการณ์โลกทั้ง 12 เดือนปี 2564 ซึ่งเริ่มต้นแต่ต้นปีเป็นเรื่องน่าแปลกใจตรงที่เทหวัตถุบนท้องฟ้า ได้แก่ดาวพลูโต เริ่มสถิตในราศีมกร (มังกร) ประเดิมศักราชใหม่ และจะสถิตราศีนี้ต่อไปอีก 20 ปี ผู้เขียนขอใช้ชื่อยุคว่า “อนาวิถี” เป็นห่วงโซ่ต่อเนื่องจาก “ยุคสุปฏิกรณ์” ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2563 อย่างลงตัว

ส่วนดาวเสาร์ คือนักการเมือง จะสถิตราศีมกร-กุมภ์ประมาณ 5 ปี ลำพังดาวเสาร์ไม่มีพิษสง แต่เมื่อดาวพลู โตเข้าไปร่วม ทำให้เกิดพลังกำลัง 2 ที่จะทำให้ระบบการเมือง-การปกครองเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยของเรา และสิ่งที่เราๆท่านๆ เห็นกันในวันนี้คือการที่ดาวพลูโตกำลังแสดงฤทธิ์ด้วยพลานุภาพต่างๆ

ถ้าพูดถึงดาวพลูโตในเชิงรุกทุกด้านของโลกอนาคต จะเกิดมีมหันตภัยร้ายแรงที่หนือความสามารถของโหราจารย์จะพยากรณ์ได้

คำว่า “อนาวิถี” ที่บัญญัติขึ้นให้ทันยุคสมัยของโลก หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทุกเวลานาที สถานการณ์เมืองไทยที่กำลังคุกรุ่นประหนึ่งภูเขาไฟที่รอลาวาปะทุ มีความจำเป็นต้องเตรียมการรับมือกับกลุ่มประท้วงต่างๆให้มาพบกันครึ่งทางตั้งแต่ต้นปี เป็นไปตามพลังของดาวมฤตยูที่โคจรทับดาวอาทิตย์ของดวงเมื่อตลอดเดือน ก.พ.2564 อาทิตย์ หมายถึงกษัตริย์ นายกรัฐมนตรี ผู้นำระดับสูง ส่วนการพบกันครึ่งทางคือ การแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมาก

ดวงเมืองของไทย เป็นตำแหน่งเดียวกับลัคนาดวงโลก ต่างกันที่โลกมีอายุขัยหลายร้อยล้านปี แต่เมืองไทยมีอายุขัย 240 ปี (กรุงรัตนโกสินทร์) ทักษากำเนิดเหมือนกัน แต่ต่างกันที่องคาพยพราวฟ้ากับดิน หมายถึงการเมืองมีข้อเสียมากมายที่ซ่อนเร้นอยู่

โดยเฉพาะในยามนี้ ดาวเสาร์สถิตร่วมดาวพลูโตในราศีมกร สื่อถึงประชากรในชาติร่วมกับนักการเมืองกำลังช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบต่างๆ ขนานใหญ่

พระเอกของเรื่องคือ ดาวพลูโต โคจรเข้าวงรอบตัวเอง คราวตั้งดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวอย่างดวงเมืองกรุงศรีฯมีอายุขัย 417 ปีต้องล่มสลาย ต่อด้วยกรุงธนบุรีได้เกิดรูปลักษณ์ของดวงเมื่อตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2310 โดยสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่ก็อยู่ได้เพียง 15 ปี

ในฐานะโหราจารย์ขอพยากรณ์ว่าชะตากรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุขัยได้ไม่เกิน 300 ปี และวันนี้เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในเรื่องสำคัญ เช่น การล้มล้างสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ผลพวงล้วนมาจากชะตาดวงเมืองในวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2325 เสมือนโรคร้ายแฝงอยู่ในกายตัว ย่อมแสดงผลของวาระสิ้นสุดของดวงเมือง จะแก้ไขได้ต่อเมื่อการเปลี่ยนดวงเมืองใหม่ ผู้เขียนหมายถึงการย้ายเมืองหลวง โดยใช้หลักโหราศาสตร์ ที่มีองค์คณะของผู้รู้ในวิทยาการด้านนี้ เหมือนดั่ง “สมัชชาโหร” ร่วมกับองค์กรรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติ

ชะตาเมืองยามนี้อุปมาดั่งโรคร้ายระยะสุดท้าย ดัชนีชี้วัดโดยดาวมฤตยูโคจรเดินหน้า–ถอยหลังที่ราศีเมษในทุติยตรียางศ์อาทิตย์ต่อเนื่องถึง เม.ย.2565

ดวงเมืองครบอายุ 239 ปีย่างเข้า 240 ปีจนถึง เม.ย.2565 ในช่วงอายุย่าง 239 ปีที่ดวงกาลจักรลักคน์จร และเทวกาล ดวงเมืองจรที่ราศีตุลซึ่งเป็นกาลีอยู่แล้ว ในปรนี้ยังเจอดาวเสาร์เป็นกาลีจร เรียกว่าลักน์ดวงเมืองเข้าฆาฏ แปลโดยรวมว่าสิ่งแวดล้อมในชาติเข้าสู่ชนวนสงครามกลางเมือง

นอกจากกลุ่มดาวพลิกผันของโลก ได้แก่ดาวพฤหัส-ดาวเสาร์ ยังมีกลุ่มดาวจัดระบบโลกซึ่งได้แก่ดาวมฤตยูและดาวพลูโต นิยามของดาวมฤตยูคือ สร้างความอาเพศ ส่วนดาวพลูโตทำลายแล้วสร้างขึ้นใหม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดาวทั้ง 4 ดวงกำลังทำหน้าที่อยู่

กระนั้นก็ตามในเดือน พ.ค.-มิ.ย.สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร สำหรับสงครามในที่นี้ เป็นสงคราม กลางเมืองของประเทศไทยระหว่างรัฐบาล/สถาบันกษัตริย์และประชาชนที่เรียกว่า เปิดหน้าเล่นกันชัดเจน ผู้เขียนมิได้อิงฝ่ายใด และไม่เห็นด้วยกับการจาบจ้วงสถาบัน

ที่สำคัญ การเปิดรัฐสภาแห่งใหม่ไม่ได้ใช้หลักทางโหราศาสตร์ มีผลทำให้เกิดเป็น “สภาเลือด” ปฐมฤกษ์เช่นนี้ มีผลให้รัฐธรรมนูญถูกฉีก นัยของคำพยากรณ์จะต้องมีรัฐประหารอีกครั้ง และจะเกิดรัฐธรรมนูญฉบับที่ 21 เป็นฉบับสุดท้าย จากนี้ไปคงจะต้องมีการพิสูจน์คำพยากรณ์ว่าดวงเมืองจะมีระบอบการปกครองแบบใด โดยเหตุเพราะปฐมฤกษ์เปิดสภาเป็นดวงแตก

โหราจารย์สุวิทย์กล่าวด้วยว่า ท่านผู้ใดที่ยังเชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์เหลวไหล ได้โปรดเปิดใจกว้าง ดูสถิติทางประวัติศาสตร์ เป็นคำถามคำตอบอยู่ในบรรทัดเดียวกัน ตามคำกลอนในวิชานี้ว่า “เสาร์ทับจันทร์ จะพลันร้าย จะฉิบหายมอดม้วย ลูกเมียหนี ถูกอายุให้ทายตัดชีวี ไข้หนักถึงที่มรณา”

อาจารย์คฑา
อาจารย์คฑา

“อาจารย์คฑา” เผยดาวอุปถัมภ์เยอะ

“อาจารย์คฑา ชินบัญชร” นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี และฮวงจุ้ย รับพลังบวก บอกว่า ภาพรวมในปี 2564 ถือว่าดีกว่าปี 2563 อย่างมาก

หากใครมาบอกว่าเป็นปีเผาจริง อาจารย์คฑาย้ำว่า อย่าไปเชื่อ แม้ภาพรวมทั่วโลกจะแย่ แต่ประเทศไทยต้องบอกว่าเป็นกราฟตัววีที่ตกลง แต่ขึ้นเร็วมาก

ตามโหราศาสตร์จีนบอกว่าปีนี้มีดวงดาวที่อุปถัมภ์ประเทศเยอะมากๆทั้ง “ดาวเทียนอิดอุ้ยหนั๋ง” หรือที่รู้จักกันในนาม “ดาวอุปถัมภ์” นั่นเอง สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เข้มแข็งมาก ซึ่งสิ่งที่ได้จากอิทธิพลดาวดวงนี้คือ นโยบายต่อเนื่องทั้งระบบการคมนาคมขนส่ง สร้างรถไฟฟ้า เป็นหลัก

นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพล “ดาวแบเอี๊ย” หรือที่เรียกกันว่า “ดาวก้าวข้ามทางเดิน” หมายถึงอิทธิพลของประเทศ และการดำเนินงานของรัฐบาลจะพ้นตำบลกระสุนตกแน่นอน

ขณะเดียวกันยังได้รับอิทธิพลจาก “ดาวม้าทอง” หมายถึง “การเดินทาง” ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศ ที่ขณะนี้ดำเนินนโยบายกระจายรายได้ โดยใช้ออนไลน์เป็นหลัก

ส่วนเดือนที่ต้องระวังคือ เดือน มี.ค., เม.ย., พ.ค., มิ.ย. และ ก.ค. จะเป็นเดือนปะทะชน ทั้งม็อบการเมือง โรคระบาด ภัยธรรมชาติ ที่จะเป็นพายุซัดเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงได้

เดือน ส.ค.-ก.ย. จะเป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นดีขึ้น โดยเฉพาะการเมืองที่ร้อนแรงมาตลอดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

จากภาพรวมมาแล้วทีนี้ ”อาจารย์คฑา” ขอฉายภาพดวงของคนใน 12 ปีนักษัตร ประจำปี 2564 บ้างว่าควรลงทุนอะไรรวย–อะไรรุ่ง

มาเริ่มกันที่คนที่เกิด “ปีชวด” อาจารย์ระบุว่า ควรลงทุนอย่างยิ่ง แต่ที่สำคัญอย่าลงทุนคนเดียว ให้เอาคนรัก คนในครอบครัวมาลงทุนร่วมด้วย และลงทุนในเรื่องของการขนส่ง หรือลงทุนที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุทั้งหมด เช่น ขายประกันชีวิต ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

คนเกิด “ปีฉลู” บอกเลยว่าปีนี้มี “ดาวแห่งสติปัญญา” ซึ่งจะส่งผลให้คนเกิดปีวัว หากจะทำอะไรให้เฮงให้นึกถึงงานวิชาการ การเรียนเสริม เพิ่มความรู้ และงานออนไลน์ เป็นหลัก นอกจากนั้นยังมี “ดาวไท้ส่วย” มาประทับที่ศีรษะ กิจการงานที่ทำแล้วรุ่ง เฮงไม่หยุดคือ การทำกิจกรรมความสวยงามของผม

“ปีขาล” ก็มาแรงไม่เบา เนื่องจากมีดาวสำคัญเข้ามาหนุนไม่ว่าจะเป็นดาวคนอุปถัมภ์ และดาวพระอาทิตย์ ซึ่งคนปีขาลนี้มาแรงมากในเรื่องของความรัก ยิ่งใครเป็นโสดบอกเลยงานนี้มีคู่แน่ๆ ส่วนธุรกิจอะไรที่จะทำแล้วรุ่งสุดๆ งานนี้บอกเลยว่าไม่พ้นธุรกิจที่เกี่ยวกับคนรัก คู่รักเสื้อผ้า หน้าผม งานรับจัดเลี้ยง เป็นต้น

ส่วนสิ่งที่ต้องพึงระวังอย่างมากสำหรับคนปีเสือ บอกเลยให้ระวัง การปล้น ชิง ที่สำคัญคือ บริวาร คิดไม่ซื่อ เพราะหากไว้ใจมากจะถูกหักหลังได้แน่ๆ

มาต่อกันด้วย “ปีเถาะ” ปีนี้บอกเลยว่า หากจะลงทุนอะไรให้นึกถึงการท่องเที่ยวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโรงแรม โฮมสเตย์ หรือธุรกิจที่ต่อเนื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบครบวงจร และที่สำคัญต้องสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐบาลคือ New Normal ด้วย

ส่วน “ปีมะโรง” ปีนี้จะเป็น “ปีแห่งเอกสารสัญญา” ที่เข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตเยอะมาก หรือถ้าจะให้ดีหากใครมีอาชีพทนายความ สำนักงานกฎหมาย การเงิน ผู้สอบบัญชี หากทำงานรับราชการและเกิดปีนี้บอกเลยอาจจะรุ่งมาก เพราะจะได้ตำแหน่งใหญ่โต ซึ่งนอกจากจะดีในอาชีพที่บอกแล้ว หากเกิดเป็นผู้หญิง จะดีมากกว่าผู้ชายมี่เกิดปีเดียวกัน...งานนี้ก็มาลุ้นกัน แต่ก็มีข้อที่ต้องติติงเตือนทิ้งไว้สำหรับคนเกิดปีงูใหญ่คือ ให้ระวังในเรื่องของความขัดแย้ง อารมณ์ คำพูดให้มาก ทางที่ดีมีสติเข้าไว้นั่นเอง

“มะเส็ง” ไม่มีอะไรมาก ปีนี้หากจะทำธุรกิจให้เฮงเฮงเฮง!! ให้หันมามองธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับยวดยานพาหนะ หรือธุรกิจนำเข้า–ขนส่ง โลจิสติกส์ทั้งระบบ

“มะเมีย” ถือว่าปีนี้ “พ้นเคราะห์ พ้นโศก” แต่มีดาวความรักหลอกลวงตาเข้ามา งานนี้ไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ แต่มีเสน่ห์อย่างมากสำหรับคนเกิดปีมะเมีย ยิ่งใครเป็นดารา นักร้อง นักการเมือง บอกเลยรุ่งสุดๆ คนจะนิยมชื่นชอบมาก หากใครไม่ได้เป็นดารา นักร้อง นักการเมือง หากมาทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ อาหาร เครื่องดื่ม และยิ่งทำแบบออนไลน์ ออฟไลน์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับที่ดิน อสังหาริมทรัพย์แล้วจะก็ปังปุริเย่สุดๆไปเลย...

ผู้ที่เกิดปี ”มะแม” ปีนี้ มีดาวแห่งการทำลายใหญ่เข้ามาหนุน ดังนั้นผู้ที่เกิดนักษัตรนี้ ธุรกิจที่ทำแล้วรุ่งโรจน์มากๆคือ เกี่ยวกับของหนักๆ เช่น เหล็ก โลหะ อุปกรณ์ วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

ส่วนผู้ที่เกิดปี “วอก” บอกเลยว่ามี “ดาวฟ้ามังกร–ดาวเทพมังกร” หนุน แต่ทั้งนี้สิ่งที่ควรระวังคือ อาจจะมีของจากที่สูงตกหล่นมาใส่ได้ ส่วนธุรกิจที่ทำแล้วรุ่งสำหรับผู้ที่เกิดปีนี้คือ งานจัดเลี้ยง ออกาไนซ์ โฆษณา หรือนักยูทูบเบอร์ทั้งหลาย บอกคำเดียวรุ่งแบบไม่ยั้ง

ผู้ที่เกิดปี “ระกา” ปีนี้จะมีความเกี่ยวกับการเกษตร พืช ผล ไร่ นา สวน ทำแล้วพืชผลจะเจริญเติบโตดีมาก ส่วนธุรกิจที่หยิบจับแล้วเฮง บอกเลยต้องเป็นของมีคม เหล็ก โลหะ หรือค้าเงินตรา แลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น

“ปีจอ” คนเกิดปีนี้ไม่ธรรมดา เพราะมี “ดาววาสนาและดาวแห่งคุณธรรม” หนุนส่งอยู่ ดังนั้นธุรกิจที่ทำแล้วรวยรวยรวย บอกเลยหนีไม่พ้นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ส่วนคนเกิดปี “ปีกุน” จะมี “ดาวม้าทอง” มาเสริมหนุนส่งดวงชะตา ดังนั้นธุรกิจที่ส่งเสริมดวงชะตา หนีไม่พ้นธุรกิจที่เกี่ยวกับการอุตสาหกรรม การแปรรูปอาหาร แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์น้ำ และประมง

“อาจารย์คฑา” ตบท้ายว่าในปีนี้อุปสรรคที่จะทำให้ธุรกิจไม่ดีมี 2 เรื่องใหญ่

คือ เรื่องค่าเงินที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือ ธุรกิจส่งออก และให้ระวังเรื่องมูลค่าทรัพย์สินของที่ดินที่จะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้เร็ว

ปี 2564 จึงเป็นปีที่ทุกคนต้องหนักแน่น นิ่งๆเข้าไว้ สยบความเคลื่อนไหว!!!

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    โฆษกหลวงปู่แสง แจงดราม่าสร้างเหรียญ ขอรอมติประชุมญาติและลูกศิษย์ก่อน
    02:59

    โฆษกหลวงปู่แสง แจงดราม่าสร้างเหรียญ ขอรอมติประชุมญาติและลูกศิษย์ก่อน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 20:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์