ไลฟ์สไตล์
100 year

คาดเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 จบ หุ้นทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวรวมถึงไทย

ไทยรัฐออนไลน์
2 พ.ย. 2563 15:32 น.
SHARE

บล. ทรีนีตี้ เปิดกลยุทธ์ลงทุนเดือน พ.ย. บอกถึงเวลาสะสมหุ้นใหญ่เข้าพอร์ต คาดอาจเห็นปรากฏการณ์ ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ เสร็จสิ้น 

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวถึงทิศทางการลงทุนเดือน พ.ย.ว่า มีแนวโน้มดีกว่าเดือน ต.ค.หลังดัชนีปรับลดลงมาพอสมควรแล้ว ซึ่งประเมินว่า SET Index จะสร้างฐานในช่วงต้นเดือนก่อนทยอยปรับขึ้นในช่วงที่เหลือของเดือนนี้

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ เรามองเป้าหมายระดับดัชนีที่ 1,250 จุด อิงกรอบ Forward PE กรณีฐานที่ 15.7 เท่า ส่วนแนวรับสำคัญประเมินที่บริเวณ 1,160 จุดอิงกรอบ Forward PE กรณีแย่สุดที่ 14.6 เท่า

"ด้วยระดับ Upside ที่เป็นต่อ Downside ในปัจจุบัน มองว่า ณ ขณะนี้ไม่ใช่จังหวะของการลดพอร์ตการลงทุนแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถือเงินสดในระดับที่สูงแล้ว ส่วนการเข้าซื้อ ยังคงแนะโฟกัสไปที่หุ้นขนาดใหญ่มากขึ้น หลัง Valuation ของกลุ่มนี้ลงมาค่อนข้างลึก สะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอไปพอสมควร"

สำหรับธีมการลงทุนหุ้นในเดือน พ.ย คือ 1. การสะสมหุ้นใหญ่เข้าพอร์ต แนะนำ 6 หุ้น ประกอบด้วย 1. SCC เพราะ Spread ของ HDPE มีโอกาสฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อจากประเทศจีนและราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง

2. DELTA หุ้นเทคโนโลยีตัวเลือกแรกๆ ของหุ้นไทยรวมทั้งมีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ในรอบถัดไป รวมถึงการเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Standard Index ที่จะมีการปรับในเดือนนี้

3. CPF ราคาหุ้นลดลงมาแรงจน Valuation น่าสนใจ โดย Forward PE ลดลงมาเทียบเท่าช่วงวิกฤติโควิด-19 แล้ว

4. HMPRO เป็นหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการภาครัฐช้อปดีมีคืนรวมทั้งการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

5. STGT หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องในช่วง 3-4 ไตรมาสข้างหน้า และยังได้อานิสงส์จากการกลับมาระบาดของโควิด-19 ที่มากขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้าคำนวณดัชนี MSCI

6. BAM ในช่วงครึ่งปีหลังกำไรน่าจะฟื้นตัวมาได้และมีกระแสเงินสดเข้ามามากขึ้น รวมถึงยังมีโอกาสที่จะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ด้วยเช่นกัน

สำหรับธีมลงทุนที่ 2 คือลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ ช้อปดีมีคืน ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มบัตรเครดิต เช่น HMPRO, COM7 และ KTC

ส่วนของธีมที่ 3 คือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ Social distancing ในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีการจำกัดการเดินทางและเพิ่มการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์คือ ASIAN, XO และ PTL

ส่วนกลุ่มหุ้นที่แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ยังคงได้แก่ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ทั้ง สนามบิน สายการบิน โรงแรม รวมถึงโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ เนื่องจากเป็นผู้ที่เสียประโยชน์โดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มน้ำมันและแก๊สทั้งฝั่งต้นน้ำและปลายน้ำ เนื่องจากอุปสงค์ที่มีต่อเชื้อเพลิงต่างๆ น่าจะยังชะลอตัวต่อไป ตราบใดที่หลายประเทศยังบังคับใช้มาตรการ Lockdown อยู่

คาดตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ

นายณัฐชาต กล่าวว่า การเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ประเมินว่าไม่ว่าผลลัพธ์การเลือกตั้งจะออกมาเช่นไร คาดว่าจะมี Relief rally เกิดขึ้นสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกได้ จากความชัดเจนของภาพการเมืองสหรัฐฯ ที่มีมากขึ้น

แต่หากผลออกมาเป็นไปตามที่โพลหลายสำนักบ่งชี้ล่าสุด ที่ให้ความน่าจะเป็นกับกรณี Blue wave มากที่สุด (กรณีที่นายไบเดนชนะพร้อมกับเสียงข้างมากของเดโมแครตทั้งในสภาสูงและสภาล่าง)

ทั้งนี้ คาดจะทำให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ปรับตัวรีบาวด์ได้ดีกว่าทางฝั่งของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากเม็ดเงิน Fund flow ส่วนหนึ่งที่ไหลออกมาจากความกังวลการขึ้นภาษีในสหรัฐฯ เป็นสำคัญ

ในกรณี Blue wave นี้ จะทำให้การผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังขนานใหญ่ของสหรัฐฯ มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯต้องออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินในระดับสูงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้ Bond yield ของหลายประเทศอื่นรวมถึงไทยปรับตัวขึ้นตาม

ทั้งนี้ จึงแนะหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ หรือหุ้นที่เคยเป็นทางเลือกในช่วงดอกเบี้ยต่ำ เช่น พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ REIT กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มที่อยู่อาศัย และกลุ่มสื่อสาร เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แนวโน้มหุ้นไทยเลือกตั้งสหรัฐ 2020บล.ทรีนีตี้ณัฐชาต เมฆมาสินหุ้นไทยหุ้นทั่วโลกข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:35 น.