ไลฟ์สไตล์
100 year

เปิดโมเดลฝ่าวิกฤติโควิด-19 “กิฟฟารีน” ไม่มีอะไรสำคัญกว่าสุขภาพและชีวิตเราเอง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 ก.ย. 2563 06:01 น.
SHARE

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบลุกลามไปทุกภาคธุรกิจ แต่ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ถ้ารู้จักปรับตัวอย่างรวดเร็วทันท่วงที เฉกเช่น แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์” ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้นำเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ที่ลุกขึ้นมาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยเร่งปรับกลยุทธ์พร้อมกันทุกด้าน ทั้งภาคการผลิต, การตลาด, การจัดประชุมสัมมนา รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ จนสามารถนำพากิฟฟารีนฝ่าวิกฤติเอาตัวรอดมาได้ พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

สถานการณ์ของกิฟฟารีนในช่วงครึ่งปีแรกเป็นอย่างไร

ข่าวแนะนำ

ช่วงมกราคม-มิถุนายน 2563 ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาของกิฟฟารีน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับกลยุทธ์ทุกด้านเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกิฟฟารีนสามารถผ่านไปด้วยดี เนื่องจากเร่งปรับแผนกลยุทธ์ขององค์กรอย่างทันท่วงที ทั้งภาคการผลิต การตลาด การจัดประชุมสัมมนา รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยสิ่งที่เราเน้นที่สุดคือ การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอล โดยอาศัยช่องทางการตลาด และการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์กับอีมาร์เก็ตเพลส ที่ได้มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว เพื่อรับมือกับกระแสดิสรัปชัน ผนวกกับการดูแลค่าใช้จ่ายและต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลประกอบการของกิฟฟารีนไม่ได้รับผลกระทบในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อะไรคือกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้กิฟฟารีนรอดพ้นวิกฤติโควิด-19 มาได้

โควิด-19 ทำให้เกิดปรากฏการณ์นิวนอร์มอล ทั้งเทรนด์การเว้นระยะห่างระหว่างกัน และเทรนด์หลีกเลี่ยงการสัมผัส รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อีกต่อไป ทันทีที่รู้ข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่อู่ฮั่น ประเทศจีน เราเร่งเปลี่ยนแผนการผลิตอย่างฉับไว โดยปรับโรงงานเครื่องสำอางมาผลิตเจลแอลกอฮอล์แทน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำยอดขายไปได้ 2 ล้านกว่าหลอดแล้ว รายได้ตรงนี้ช่วยชดเชยยอดขายเครื่องสำอางที่หดหายไป ขณะเดียวกัน ยอดขายอาหารเสริมกลับเพิ่มขึ้น 10% เพราะคนไทยห่วงสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าทะลายโจร, วิตามินรวม, เลซิติน และแอลซีวิต ทำให้ภาพรวมทางธุรกิจยังไปได้ดี

ในช่วงไตรมาสสาม อะไรคือ “ฮีโร่โปรดักส์” ที่จะกระตุ้นยอดขายให้กิฟฟารีน

สำหรับไตรมาสสามนี้ กิฟฟารีนเตรียมส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุควิถีชีวิตใหม่ “นิวนอร์มอล” ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก หลังเกิดโควิด-19 ผู้บริโภคหันมาโฟกัสที่ของใช้จำเป็นในบ้าน และสินค้ากลุ่มสุขอนามัยมากขึ้น เพื่อปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ปลอดภัย ห่างไกลจากการติดโควิด-19 นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหาร ที่ดูแลร่างกายให้แข็งแรง และช่วยเสริมภูมิต้านทาน รวมถึงสกินแคร์ ก็ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์คึกคัก โดยเฉพาะในช่วงที่มีมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม และเวิร์กฟอร์มโฮมทำงานที่บ้าน จนถึงขณะนี้ภาพรวมของการจำหน่ายสินค้า ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ มีสัดส่วนการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังต้องมีการวางแผน และปรับกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายทุกระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายดีส่วนใหญ่ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมสร้างสุขอนามัย ได้แก่ กิฟฟารีน ไฮจีนิค แฮนด์ สเปรย์, เจลแอลกอฮอล์, กิฟฟารีน แอนตี้ แบคทีเรียล ชาวเวอร์ ครีม และน้องใหม่ล่าสุด “กิฟฟารีน โฟมมิ่ง แฮนด์ วอช” ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหารที่สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของใช้ส่วนตัวและสกินแคร์ก็มาแรง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกิฟฟารีน ไฮยา ซีรีส์ ก็ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะผู้นำธุรกิจของเมืองไทย กิฟฟารีนมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง

ตลอดระยะเวลา 24 ปี ของการดำเนินธุรกิจ กิฟฟารีนมอบรายได้ให้คนไทยไปแล้วกว่า 39,072 ล้านบาท ธุรกิจกิฟฟารีนเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้คนไทยหลายแสนครอบครัว ให้มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันเรามีนักธุรกิจจำนวน 740,000 รหัส และยังมีผู้สมัครเข้าร่วมธุรกิจเดือนละ 10,000 คน เรามีระบบสนับสนุนทางการตลาดมากมาย ที่ช่วยให้นักธุรกิจไม่ต้องลงทุนในการเข้ามาทำธุรกิจ สามารถสร้างรายได้ และได้รับผลประโยชน์ตามระดับตำแหน่งทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังเปิดให้ทำธุรกิจกิฟฟารีนผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้ระบบ authorize dealer เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายเครือข่ายผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

หลังยุคโควิด-19 คุณหมอเล็งเห็นโอกาสอะไรใหม่ๆทางธุรกิจบ้าง

สำหรับกิฟฟารีน การทำธุรกิจในยุคนิวนอร์มอลเป็นสิ่งท้าทาย เรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจในหลายช่องทาง สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ การปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคให้ได้สูงสุด ทั้งในเรื่องคุณภาพ, ราคา, ช่องทางการจำหน่าย และบริการ ทุกอย่างต้องเข้าถึงได้ง่าย และสะดวกสบายรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกัน การสื่อสารกับผู้บริโภคในยุคนี้ และช่องทางการจำหน่ายสินค้า ต้องทำควบคู่กันทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ครอบคลุม Customer Journey ในทุกช่องทาง

ถ้ามองไปอนาคต 5 ปีข้างหน้า กิฟฟารีนจะเติบโตไปในทิศทางไหน

ธุรกิจกิฟฟารีนมีเป้าหมายในการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ขณะเดียวกัน ก็ต้องเร่งพัฒนาสินค้าในครัวเรือนที่มีความจำเป็นต่อยุควิถีชีวิตใหม่ พร้อมกับดูแลนักธุรกิจให้ได้รับผลประโยชน์อย่างยั่งยืนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

อะไรคือบทเรียนยิ่งใหญ่ที่ได้จากการฝ่าวิกฤติโควิด-19

โลกจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว ระบบขนส่งมวลชนต้องออกแบบใหม่ให้มีระยะห่าง คนไทยยังต้องสวมแมสก์ และใช้แอลกอฮอล์ไปอีกนาน อย่าการ์ดตกเด็ดขาด นี่ถือว่าเราได้แก้เคล็ด ไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่สาม แต่เกิดวิกฤติโควิด-19 แทน วิกฤติครั้งนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพและชีวิตของเราเอง.


ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กิฟฟารีนแพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์กิฟฟารีน สกายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผลิตภัณฑ์ความงามโควิด-19

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:06 น.