เปิดกลยุทธ์ทีวีโฮมช็อปปิ้ง "ทีวีไดเร็ค" ฮุบสปริงนิวส์ต่อยอดธุรกิจ

ข่าว

    เปิดกลยุทธ์ทีวีโฮมช็อปปิ้ง "ทีวีไดเร็ค" ฮุบสปริงนิวส์ต่อยอดธุรกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    20 ก.ย. 2561 09:15 น.


    ทีวีไดเร็คขอยังไม่พูด กรณีเข้าถือหุ้นใหญ่สปริงนิวส์ ยอมรับ 2 ฝ่ายกำลังขยายความร่วมมืออย่างยั่งยืน เพื่อปูทางทีวีไดเร็คก้าวสู่การทำวิดีโอมาร์เกตติ้งร่วมกับยูทูบ เชื่อทีวียังไปได้หลังผ่านความยากลำบากสุดๆเมื่อครั้งประมูลช่องเพิ่มพรวดเป็น 24 ช่อง เผยสินค้าขายดีวิทยุธรรมะ เครื่องออกกำลังกายและจีนี่บรา

    นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่ทีวีไดเร็คได้เซ็นสัญญาความร่วมมือผลิตรายการให้แก่ช่องสปริงนิวส์ไปเมื่อเดือน เม.ย.2561 ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ควรหาแนวทางในการขยายความร่วมมือกันให้ยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งความร่วมมือที่แน่นแฟ้นขึ้นนั้น จะทำให้ทีวีไดเร็คบรรลุจุดหมายในการก้าวไปสู่การทำวิดีโอมาร์เกตติ้งในอนาคตอันใกล้นี้ได้

    ทั้งนี้ ทีวีไดเร็คประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยเป็นที่รู้จักในนามผู้ขายสินค้าผ่านทีวี (TV Home Shopping) เบอร์ 1 ของประเทศ ปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายสินค้าถูกขยายครอบคลุมหลากหลาย สัดส่วนขายผ่านทีวียังสูงสุดที่ 60% คอลเซ็นเตอร์ 20% ห้างสรรพสินค้า 10% และออนไลน์ 10%

    นายทรงพล กล่าวว่า แผนดำเนินงานจากนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 แนวทางคือ 1. การขยายช่องทางทีวีให้แข็งแกร่งมากขึ้น จากปัจจุบันอยู่บนแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเช่า-ซื้อเวลาโฆษณาบนฟรีทีวีเกือบทุกช่อง 2.การให้บริการครอบคลุมทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ 3.ขายสินค้าแบบอินเตอร์แอ็กทีฟร่วมกับยูทูบ ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งใหม่และท้าทาย

    “ทีวีไดเร็คทำธุรกิจที่ใช้ภาพเป็นสื่อในการขายสินค้าหรือ Visual Shopping ในรูปแบบหนึ่ง แต่เราเน้นขายผ่านทีวีเป็นหลัก ซึ่งก็ยอมรับว่าช่วงหลัง ความนิยมในการช็อปปิ้งออนไลน์ส่งผลกระทบอยู่บ้าง แม้ว่าลูกค้าหลักของเราซึ่งเป็นวัย 40 ปีขึ้นไป ยังนิยมช็อปปิ้งผ่านทีวีอยู่”

    อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของทีวีไดเร็คนั้น เกิดขึ้นหลังการเปิดประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ทำให้เกิดช่องใหม่ทันทีจาก 6 ช่องรวมเป็น 24 ช่อง ช่วงนั้นเป็นช่วงแห่งความยากลำบาก ฝุ่นตลบ ลูกค้าหาช่องไม่เจอ ไม่รู้ว่าช่องไหนมีคนดูหรือไม่มีคนดู แต่ทุกช่องต้องการขายเวลาแพงหมด เมื่อผ่านช่วงเหตุการณ์นั้นมาได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แม้มีออนไลน์เข้ามาแข่งขัน ก็แค่ต้องปรับตัวเข้าไปแข่งด้วย ปัจจุบันขายสินค้าเน้นทีวีเป็นหลัก เป็นพันธมิตรซื้อเวลาในทุกช่องทีวี เว้นช่องโมโน เป็นต้น เนื่องจากเป็นช่องหนัง การขายสินค้าประเภททีวีโฮมช็อปปิ้ง ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ชมช่องโมโนสักเท่าไร

    นายทรงพลยังกล่าวถึงทิศทางของธุรกิจทีวีดิจิทัลว่า มีแต่คนพูดว่าไม่มีคนดูทีวี แต่ทีวีไดเร็คก็ยังขายสินค้าผ่านทีวีได้ “ถ้าไม่ดี ทำไมช่อง 8 จึงตัดสินใจหันมาเปิดห้างสรรพสินค้าบนช่องของตัวเอง ทีวีของอาร์เอส ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในธุรกิจทีวีมาไม่น้อย เขาคงต้องเห็นโอกาส เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าทีวียังพอมีเวลาให้ทำกำไรต่อไปได้ คนยังดูทีวีเพียงแต่วิธีการรับชมอาจเปลี่ยนไปเท่านั้น

    สำหรับสินค้าที่มียอดขายสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.วิทยุธรรมะ 2.เครื่องออกกำลังกาย 3.จีนี่บรา จากจำนวนสินค้าที่จำหน่ายผ่านทีวีไดเร็คทั้งสิ้น 3,000 รายการ โดยทีวีไดเร็คมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของตลาดโฮมทีวีช็อปปิ้ง อันดับ 2 เป็นช่อง 8 และอันดับ 3 โอช็อปปิ้ง ส่วนยอดขายปีนี้ตั้งเป้า 4,000 ล้านบาท กำไร 4% ทั้งนี้ภายใต้ความร่วมมือในปัจจุบัน ทีวีไดเร็คได้เซ็นสัญญาอายุ 4 ปีกับสปริงนิวส์ เช่าเวลาวันละ 18 ชั่วโมงขายสินค้า เหลืออีก 6 ชั่วโมงเป็นรายการข่าวและสาระที่สปริงนิวส์ยังคงผลิตเองอยู่ ส่วนกรณีข่าวการเข้าถือหุ้นใหญ่ในช่องสปริงนิวส์ของทีวีไดเร็คนั้น นายทรงพลปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลในขณะนี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ทีวีไดเร็คสปริงนิวส์TV Home Shoppingโฆษณาขายสินค้าผ่านทีวีข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 03:12 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์