เอกชนคึกพร้อมประมูล!

ข่าว

    เอกชนคึกพร้อมประมูล!

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    17 ส.ค. 2560 06:15 น.

    เปิดเงื่อนไขแหล่งก๊าซ “เอราวัณ-บงกช”

    กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เผยร่างเงื่อนไขทีโออาร์ เปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกชในอ่าวไทย ที่จะหมดอายุปี 2565-2566 ในระบบพีเอสซี คาดหวังราคาก๊าซธรรมชาติ จะต้องไม่สูงเกินกว่าราคาในปัจจุบัน เหตุหวั่นค่าไฟฟ้าพุ่ง “เชฟรอน” พร้อมเข้าแข่งประมูล ตอกย้ำการเข้ามาลงทุนในไทย 55 ปี ปตท.สผ.ประกาศพร้อมใส่ผลประโยชน์ตอบแทนเต็มพิกัด แข่งขันแย่งทั้ง 2 แหล่งเช่นกัน

    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์การประกาศประมูลแหล่งปิโตรเลียมรายภาค โดยในอ่าวไทย ให้ ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ดังนั้น กรมฯจะเร่งเสนอร่างประมูลแข่งขัน (TOR) แหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุปี 2565-2566 คือแหล่งเอราวัณและบงกช ต่อคณะกรรมการปิโตรเลียม และเมื่อได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพลังงาน ก็จะเสนอให้ ครม.พิจารณาในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อเปิดให้เอกชนเสนอแข่งขันประมูลในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ขณะที่การประมูลแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ จะเปิดให้ยื่นแข่งขันได้ภายใน 3 เดือน ถัดจากการพิจารณา 2 แหล่งนี้เสร็จสิ้น

    สำหรับหลักเกณฑ์พีเอสซี เป็นการกำหนดวิธีคำนวณจากรายได้ที่พบปิโตรเลียม แบ่งเป็นค่าภาคหลวง 10% กำหนดการหักค่าใช้จ่าย 50% เหลืออีก 40% เป็นการแบ่งครึ่ง หรือ 50% ทั้งรายได้และการลงทุนของภาครัฐและเอกชน หรือที่เรียกว่า PROFIT SHARING โดยส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ภาคเอกชนสามารถเสนอตัวเลขเพื่อแข่งขันได้ ขณะที่ร่างทีโออาร์ ก็จะกำหนดให้เอกชนเสนอ เรื่องการวางแผนผลิตให้ต่อเนื่องในอัตราที่เหมาะสม รวมถึงการต้องจ้างแรงงานคนไทย และราคาก๊าซธรรมชาติ ที่จำหน่ายจะต้องไม่สูงกว่าที่ขุดพบได้ในขณะนี้มากนัก

    ขณะเดียวกัน การจะปรับสูตรรับซื้อก๊าซฯจากแหล่งเอราวัณ-บงกช ก็จะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งราคาตลาดโลก และมูลค่าการลงทุนใหม่ที่จะสูงขึ้น โดยหลักเกณฑ์ก็จะให้ได้ราคาที่ไม่สูงไปกว่าเดิมมากนัก เพื่อไม่ให้กระทบค่าไฟฟ้า ส่วนพนักงานขุดเจาะสำรวจไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นรายใหม่หรือไม่ จะมีการกำหนดเรื่องการใช้พนักงานคนไทย โดยอาจกำหนดสัดส่วนจ้างงานคนไทย 70-80% ของคนงานรวม รวมถึงผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องมีประสบการณ์ในการสำรวจและผลิตในแหล่งปิโตรเลียมทั่วโลก ที่มีกำลังผลิตไม่น้อยกว่าแหล่งเอราวัณ-บงกช

    “ในปัจจุบันผู้ดำเนินการหรือโอเปอเรเตอร์แหล่งเอราวัณ ได้แก่ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ส่วนแหล่งบงกช คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยผู้บริหาร ปตท.สผ.เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า เตรียมพร้อมศึกษาเพื่อเข้าประมูลทั้ง 2 แหล่ง ที่มีกำลังผลิตใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยปัจจุบันผลิตรวมกัน 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

    นายสตีฟ กรีน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนเอเชียแปซิฟิกสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า เชฟรอนประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนระยะยาวในประเทศไทย ซึ่งเชฟรอนอยู่ระหว่างการเตรียมตัว เพื่อเข้าร่วมในการประมูลแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุดังกล่าว เพื่อคงความต่อเนื่องในการผลิตพลังงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และเชฟรอน มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับประเทศไทยมาตลอดระยะเวลา 55 ปี และได้เดินหน้าขยายการลงทุนด้านปิโตรเลียม ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.กล่าวว่า ปตท.สผ.พร้อมเข้าร่วมประมูลแหล่งก๊าซฯทั้ง 2 แหล่ง เพราะ ปตท.สผ.เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ จึงมีเป้าหมายที่ต้องชนะการประมูล และจะเสนอผลประโยชน์ที่เหมาะสมที่สุดให้กับภาครัฐ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเชฟรอนพีเอสซีกระทรวงพลังงานราคาก๊าซธรรมชาติ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 16:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์