PTTEP โชว์กำไรครึ่งปีแรก 64 ที่ 18,673 ล้าน พร้อมจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น

ข่าว

    PTTEP โชว์กำไรครึ่งปีแรก 64 ที่ 18,673 ล้าน พร้อมจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 ก.ค. 2564 18:53 น.

    ปตท.สผ.โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 64 ที่ 598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 18,673 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น

    เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 64 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP กล่าวว่า ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 3,546 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 109,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับรายได้รวม 2,779 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 87,549 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2563

    โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 413,168 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จาก 345,207 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการซื้อสัดส่วนการลงทุนในแปลง 61 ประเทศโอมาน ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 รวมทั้งการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย – แปลงเอช

    ประกอบกับผู้ซื้อก๊าซฯ ได้เรียกรับก๊าซธรรมชาติจากโครงการในอ่าวไทยเพิ่มขึ้นด้วย ในด้านราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็น 41.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 40.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

    สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รวมภาษีเงินได้) ในครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 2,953 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 91,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับ 2,382 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 75,000 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยปัจจัยหลักมาจากภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในต่างประเทศ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลดลงมาอยู่ที่ 27.57 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ เทียบกับ 30.62 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ ของครึ่งแรกปี 2563 โดยเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุน และการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Expand ที่ขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ

    จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 18,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 409 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,935 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา ในระดับร้อยละ 75 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

    สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 นั้น ปตท.สผ. มีรายได้รวม 1,768 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 55,624 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 222 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 7,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

    จากผลประกอบการดังกล่าว มติคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.64 อนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2564 ที่ 2 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อรับสิทธิในการรับเงินปันผลวันที่ 13 สิงหาคม 2564 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 สิงหาคม 2564

    นายพงศธร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Execute and Expand ได้อย่างชัดเจน โดยการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการโอมาน แปลง 61 ซึ่งเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คาด และยังสามารถผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติได้เต็มกำลังการผลิตที่ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

    รวมถึงการเร่งการผลิตก๊าซฯ ในโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช ทำให้ปริมาณการขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีกด้วย เราจึงปรับเพิ่มเป้าปริมาณขายสำหรับปี 2564 อีกครั้ง เป็น 412,000 บาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 405,000 บาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ที่เคยได้ประกาศไปในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

    ส่วนการสำรวจนั้น จากการที่ ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการเจาะหลุมสำรวจ ค้นพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลุมโดกง-1 หลุมซีรุง-1 หลุมกุลินตัง-1 รวมทั้งการค้นพบแหล่งลัง เลอบาห์ ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยสำรวจพบ โดย ปตท.สผ. มีแผนจะเร่งการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเหล่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มปริมาณสำรองให้กับบริษัทต่อไปในระยะยาว 

    นายพงศธร กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งแผนงานหลักที่ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนผ่านสิทธิการเข้าเป็นผู้ดำเนินการของแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) ซึ่งขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ จึงส่งผลให้การดำเนินงานต่างๆ ล่าช้าจากกำหนดไปค่อนข้างมาก และถึงแม้จะได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ได้ในช่วงเวลานี้ การผลิตก๊าซฯ ในปี 2565 ให้ได้ตามเงื่อนไขสัญญาแบ่งปันผลผลิตจะเป็นไปได้ยาก

    อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนงานและกระบวนการต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมหากสามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ ปตท.สผ. สามารถทำได้ รวมทั้งได้เตรียมแผนรองรับเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศ โดยจะจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆ ในอ่าวไทยมาทดแทนในบางส่วน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปตท.สผ.PTTEPพงศธร ทวีสินปันผล PTTEPผลประกอบการ PTTEP

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 23:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์