คาดครึ่งปีหลัง 64 หุ้นแบงก์อาจอ่อนตัวลง เหตุตั้งสำรองรับมือเศรษฐกิจ

ข่าว

    คาดครึ่งปีหลัง 64 หุ้นแบงก์อาจอ่อนตัวลง เหตุตั้งสำรองรับมือเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐออนไลน์

    25 ก.ค. 2564 11:47 น.

    บล.ทรีนีตี้ คาดงวดครึ่งปีหลัง 64 ผลดำเนินงานหุ้นกลุ่มธนาคารอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก เหตุตั้งสำรองเพิ่มจากความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง

    นายธนภัทร ฉัตรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดครึ่งปีหลัง 2564 น่าจะอ่อนตัวลงจากงวดครึ่งแรกของปีที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศผลดำเนินงานออกมาดีกว่าที่คาดไว้เพราะคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ ที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธนาคารที่ตั้งสำรองส่วนเกินไว้ไม่มากในไตรมาส 2/64

    ขณะที่สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ที่ยังมีความไม่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายเมื่อใด ซึ่งหากกินระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ทั้งระบบมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นปัจจัยกดดันต่อแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง รวมทั้งคาดว่าจะมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่อาจลดลง

    สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2564 ของธนาคารโดยเฉพาะที่ฝ่ายวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ 6 ธนาคาร ได้แก่ 1. ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL 2. ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK 3. ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB 4. ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB 5. ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB และ 6. ธนาคารทิสโก้ หรือ TISCO มีกำไรสุทธิดีกว่าที่เราคาดไว้ 7% โดยมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 34,227 ล้านบาท อ่อนตัว 9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเติบโต 57% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

    ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโต ราว 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยที่เติบโตถึง 5.4% จากความต้องการสินเชื่อของภาครัฐ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของกลุ่มปรับตัวลง ทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและสภาวะตลาดหุ้นเป็นปัจจัยกดดัน

    "ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นราว 14% จากไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 3% แม้สัดส่วน NPL ของกลุ่มจะปรับตัวลงจาก 3.64% ในไตรมาสก่อนเหลือ 3.59% อย่างไรก็ตามบางธนาคาร อาทิ KTB SCB TTB และ TISCO ตั้งสำรองต่ำกว่าที่คาด จึงทำให้คาดว่าในงวดครึ่งปีหลังจะต้องตั้งสำรองสูงขึ้น"

    สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารนั้นมองว่า ราคาหุ้นยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น แนะนำ Selective Buy โดยเลือก Top pick คือ BBL ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่ 151 บาท KBANK ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่ 158 บาท และ TISCO ให้ราคาเหมาะสมพื้นฐานที่ 106 บาท

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หุ้นแบงก์ผลประกอบการธนาคารบล.ทรีนีตี้หุ้นธนาคาร

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 22:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์