ปตท. จับมือ ฟอกซ์คอนน์ ดันไทยเป็นฮับ ผลิตรถยนต์ EV ในอาเซียน

ข่าว

ปตท. จับมือ ฟอกซ์คอนน์ ดันไทยเป็นฮับ ผลิตรถยนต์ EV ในอาเซียน

ไทยรัฐออนไลน์

1 มิ.ย. 2564 10:07 น.

ปตท.จับมือ ฟอกซ์คอนน์ ดันไทยเป็นฮับผลิตรถยนต์ EV ในอาเซียน ตั้งเป้าให้คนไทยเข้าถึงรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตในไทยที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีความยั่งยืนในอนาคต

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กับ Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. หรือ Foxconn Technology Group

ทั้งนี้ เพื่อศึกษาโอกาสการพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า สมัยใหม่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนโยบายและกำหนดทิศทางยกระดับให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยรักษาและต่อยอดความเป็นผู้นําของฐานการผลิตยานยนต์เพื่อการส่งออกในภูมิภาค ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

โดยตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) เท่ากับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 7 แสนคันต่อปี ยํ้าจุดยืนของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าสําคัญของอาเซียน และส่งผลให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ขอให้การดำเนินงานของ ปตท. และฟอกซ์คอนน์เทคโนโลยี กรุ๊ป ประสบผลสําเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ พร้อมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสําคัญ ที่ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 องค์กรเท่านั้น แต่จะยังช่วยเป็นฟันเฟืองสําคัญ ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่อนาคต ของเศรษฐกิจ นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป

ด้าน ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการ ปตท. กล่าวถึงความร่วมมือ ปตท. Foxconn ว่า จะสนับสนุนการผลิตรถรถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และส่วนประกอบหลักต่างๆ แบบ end-to-end ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขยายการลงทุนเป็น 2 พันล้านเหรียญสหรัฐในอนาคตต่อไป สร้างโอกาสทางธุรกิจและการพัฒนา รวมทั้งทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยที่มีต้นทุนต่ำกว่าและมีความยั่งยืนในอนาคต


Mr. Young Liu, Chairman and CEO of Foxconn กล่าวถึงเป้าหมายของความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจทั่วโลก ได้เชื่อมต่อสังคมแห่งการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความเชี่ยวชาญของ Foxconn ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมของโลก ทำให้เราผนึกความร่วมมือกับภาครัฐ และ ปตท. ในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และความชำนาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมสำหรับอนาคต

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปตท. ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จพลังงานและแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ Foxconn จะสามารถแบ่งปันความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งขึ้น เรามุ่งหวังที่จะเห็นประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เปิดเผยว่า รูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต จะมุ่งไปด้าน GO GREEN และ GO ELECTRIC มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเดินทางของประชาชน ซึ่งในช่วงของการเปลี่ยนผ่านพลังงานดังกล่าว

ทั้งนี้ เราเชื่อว่าเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมจะยังเป็นพลังงานที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันเราก็จำเป็นต้องเร่งพัฒนาและปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ทิศทางพลังงานในอนาคตอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

ที่ผ่านมา ปตท. ได้เริ่มรุกเข้าสู่ EV Value Chain โดยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ในการพัฒนา EV Charging Platform, EV Station รวมถึงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น ความร่วมมือกับ Foxconn ในครั้งนี้ จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ เสริมสร้างทักษะและอาชีพให้กับประชาชน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคตและเป็นต้นแบบนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านพลังงานให้กับประเทศได้ต่อไป

"ในระยะแรก ปตท. และ Foxconn ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และส่วนประกอบหลักต่างๆ แบบ end-to-end ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1-2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจสู่เวทีโลกในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองนโยบายและทิศทาง การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย"

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    นี่มันตี๋ใหญ่! วีรกรรมแบบพีกๆ กระบะเมาแล้วขับ โดดลงคลองหนีตำรวจซุกใต้ผักตบ
    05:42

    นี่มันตี๋ใหญ่! วีรกรรมแบบพีกๆ กระบะเมาแล้วขับ โดดลงคลองหนีตำรวจซุกใต้ผักตบ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565 เวลา 21:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์