ไลฟ์สไตล์
100 year

เงินติดล้อ ขวัญใจคนฐานราก โชว์กำไรสุทธิปี 63 กว่า 2.4 พันล้าน

ไทยรัฐออนไลน์
16 เม.ย. 2564 15:08 น.
SHARE

ก่อนจองซื้อหุ้น IPO เงินติดล้อ ขวัญใจคนฐานราก ส่องกำไรสุทธิย้อนหลัง 3 ปี พบอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.0% พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานกว่า 5 พันคนร่วมเป็นเจ้าของ เปิดจองซื้อหุ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย วันที่ 22 - 26 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 64 นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กล่าวว่า ที่ผ่านมาเงินติดล้อมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ รถแทรกเตอร์ เป็นต้น โดยมีฐานลูกค้าเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท มีเงินหมุนเวียนไม่แน่นอน และประวัติข้อมูลทางการเงินจำกัด

ข่าวแนะนำ

ล่าสุด เราได้นำเสนอบัตรติดล้อ ซึ่งเป็นบัตรกดเงินสดหมุนเวียนที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดเพิ่มเติมตามวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่ ผ่านตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่เป็นคู่ค้าตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น ส่งผลให้เงินติดล้อเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 เมื่อคำนวณจากยอดหนี้คงค้างในปี 2562

ส่วนธุรกิจนายหน้าประกันภัยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้แก่ ประกันวินาศภัยแก่ลูกค้ารายย่อย ประกันชีวิตแก่ลูกค้าสินเชื่อ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและภาคสมัครใจ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยเงินติดล้อเป็น 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยที่จำหน่ายแก่ลูกค้ารายย่อย และในปี 2562 - 2563 เบี้ยประกันวินาศภัยที่จัดเก็บได้มีอัตราเติบโตสูงกว่าการเติบโตของภาพรวมเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งตลาด 12.5 เท่า

นายวีรภัทร์ วิริยะโกวิทยา ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันของเงินติดล้อมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง และมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ดังนี้

- สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 39,724.1 ล้านบาท
- สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 47,979.4 ล้านบาท
- สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 51,331.2 ล้านบาท

ส่วน ธุรกิจนายหน้าประกันภัยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นแรงผลักดันมูลค่า และการเติบโตที่สำคัญ โดยเงินติดล้อมีค่าเบี้ยประกันวินาศภัยที่ขายได้

- สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 1,917.7 ล้านบาท
- สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 2,854.3 ล้านบาท เติบโต 48.8%
- สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 4,010.9 ล้านบาท เติบโต 40.5%

นอกจากนี้ เรายังมีแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย และมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ จากการได้รับการจัดอันดับเครดิตโดย Tris Rating ในระดับ A- ซึ่งสูงกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ในส่วนของการบริหารความเสี่ยง เรามีนโยบายการตั้งสำรองที่รัดกุม มีอัตราส่วน NPL Coverage สูงถึงร้อยละ 325.1 และสามารถรักษาอัตราส่วน NPL ให้อยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 1.7 ณ สิ้นปี 2563 ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เงินติดล้อมีภาพรวมผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.0% ในช่วงเวลาเดียวกัน

- สิ้นปี 2561 มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,569.4 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,306.2 ล้านบาท
- สิ้นปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,457.9 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,201.7 ล้านบาท
- สิ้นปี 2563 มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,558.9 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,416.1 ล้านบาท



นางสาวภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส แผนก Digital Transformation กล่าวว่า เงินติดล้อให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ส่งผลให้เงินติดล้อมีลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีลูกค้าชำระเงินกู้และค่างวดเบี้ยประกันรถยนต์ทางออนไลน์กว่า 1.1 ล้านรายการ ในปี 2563 ที่ผ่านมา และเว็บไซต์ของเงินติดล้อมีการเข้าถึงมากกว่า 3 เท่าของผู้ให้บริการรายอื่นในธุรกิจใกล้เคียง ระยะเวลาช่วงเดือน ก.พ.62 - ก.ค.63

นอกจากนี้ เงินติดล้อยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์ (Areegator) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้โดยบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นคู่ค้า 16 ราย ทำให้ลูกค้าของเราสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย และความคุ้มครองเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้นายหน้าประกันภัยอิสระสามารถเข้าถึงคู่ค้าบริษัทประกันภัยของเงินติดล้อ เพื่อความสะดวกและยังสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้กับลูกค้าได้อย่างมีมาตรฐาน และหลากหลายทางเลือก

สำหรับการ IPO หุ้นเงินติดล้อในครั้งนี้ บริษัทให้สิทธิ์พนักงานของเงินติดล้อกว่า 5,000 คน มีโอกาสจองซื้อหุ้นที่ราคา IPO เพื่อร่วมเป็นเจ้าของและเติบโตไปด้วยกัน นักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้น TIDLOR ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวแทนจำหน่ายหุ้นทั้ง 3 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และ บล.กรุงศรี ในวันที่ 22 - 26 เมษายนนี้ กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 หุ้นที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่ 36.50 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 36,500 บาท โดยจะใช้วิธีจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงินติดล้อเงินติดล้อ IPOTIDLORปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูลหุ้นไทยตลาดหลักทรัพย์ตลาดหุ้นข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:42 น.