ไลฟ์สไตล์
100 year

PTTOR หุ้นร้อนแรงแห่งปี คนแห่จองทำเว็บ 3 แบงก์ยักษ์ล่ม

ลม เปลี่ยนทิศ
26 ม.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

หุ้นไอพีโอของ บริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัทลูกของ ปตท.ที่จะเข้าตลาดในต้นเดือนหน้าได้กลายเป็นหุ้นไอพีโอที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า แต่นักลงทุนรายย่อยยังแย่งกันจองซื้อผ่านเว็บไซต์ของ 3 แบงก์ ยักษ์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ผู้ให้บริการรับจองซื้อหุ้นรายย่อย จนเว็บของ 3 แบงก์ยักษ์ล่ม ไม่สามารถให้บริการได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม วันแรกที่เปิดจอง จนต้องขออภัยในความไม่สะดวก เพราะมีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปจองซื้อหุ้นเป็นจำนวนมาก จนเว็บไม่สามารถให้บริการได้ทัน

โออาร์ ให้นักลงทุนรายย่อย และผู้ถือหุ้น ปตท.ที่ได้รับการจัดสรรหุ้น จองซื้อหุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม จนถึงเที่ยงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยใช้วิธีจัดสรรหุ้นแบบ Small Lot First คือ ผู้จองซื้อจำนวนน้อยได้รับการจัดสรรหุ้นก่อน กำหนดให้จองซื้อขั้นตํ่า 300 หุ้น ราคาหุ้นละ 18 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท ถ้ามีหุ้นเหลือก็จัดสรรเพิ่มให้แต่ละรายเท่ากันจนกว่าหุ้นหมด

ข่าวแนะนำ

การระดมทุนของ OR ครั้งนี้ เสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 18 บาท เป็นเงิน 54,000 ล้านบาท โดยจะนำหุ้น ออกเสนอขายประชาชนครั้งแรกจำนวน 2,610 ล้านหุ้น และสำรองไว้ 390 ล้านหุ้น (กรีนชู) ถ้าไม่พอก็จะนำออกขายเพิ่มเติม ซึ่งผมเชื่อว่าขายหมด 3,000 ล้านหุ้นแน่นอน เพราะหุ้นไอพีโอส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยมีเพียง 300 ล้านหุ้นเท่านั้น หุ้นส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปให้นักลงทุนรายใหญ่ที่เป็นสถาบันและกองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งกระทรวงการคลังที่ได้รับการจัดสรรตามสิทธิ 153.34 ล้านหุ้น ใช้เงินลงทุนกว่า 2,760 ล้านบาท

OR ถือเป็นบริษัทลูกบริษัทที่ 6 ของ ปตท.ที่เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก (OR) ให้ข้อมูลว่า การระดมครั้งนี้โออาร์ตั้งเป้าขยายธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า 2564-2568 ประมาณ 74,600 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจนํ้ามัน 34.6% ธุรกิจนอน-ออยล์ 28.6% ธุรกิจต่างประเทศ 21.8% และการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งการเข้าซื้อกิจการ 9 เดือนแรกปี 2563 โออาร์มีรายได้กว่า 319,308 ล้าน
บาท มาจากธุรกิจนํ้ามัน 91.38% ธุรกิจค้าปลีกและบริการอื่นๆ 3.66% ธุรกิจต่างประเทศ 4.96% มีกำไรสุทธิ 5,869 ล้านบาท

คุณจิราพร เปิดเผยว่า คาเฟ่ อเมซอน ของโออาร์ ปัจจุบันมียอดขาย 264 ล้านแก้วต่อปี อยู่อันดับ 12 ของโลก จะขยายจาก 3,168 แห่งเป็น 5,200 แห่งในปี 2568 โดยเน้นขายแฟรนไชส์ 60% และจะอัปเกรดบริหารผ่านบัตรสมาชิก Blue Card 6.7 ล้านสมาชิกในปัจจุบัน โดยใช้ big data analytic วิเคราะห์พฤติกรรมให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล

โออาร์ยังมองถึงโอกาสการขยายธุรกิจใหม่ เช่น โรงงานเบเกอรี โรงงานผงผสมเครื่องดื่ม ศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ รวมทั้งการเข้าซื้อแบรนด์อื่นๆเพื่อเพิ่มความหลากหลาย ร้าน Texas Chicken จะขยายอีกกว่า 20 แห่งต่อปี ต่อสัญญาร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ไปอีก 10 ปีเพื่อเป็นพันธมิตรกัน ลงทุนบริษัทโลจิสติกส์ Flash Express ร่วมทุนกับ Peaberry Thai ขยายธุรกิจกาแฟครบวงจร และธุรกิจใหม่อย่าง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Fit Auto บริการซ่อมรถ เป็นต้น

บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ประมาณการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปีของโออาร์ว่า จะอยู่ในระดับแข็งแกร่ง 14.0% ระหว่างปี 2563-2565 แม้ว่าปี 2563 จะปรับตัวลดลง 30.8% แต่ปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 8.7% และขยายตัว 19.6% ในปี 2565 บนสมมติฐานว่าไม่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และสถานการณ์ทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น โดยประเมินราคาเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า 2564–2566 จะเพิ่มขึ้นเป็น 25–27 บาท มีอัตรากำไรต่อหุ้น 1.25-1.35 บาท

ก็ถือเป็น หุ้นใหญ่ที่มั่นคงน่าลงทุนอีกตัวในเวลานี้ แต่จะทำกำไรได้รวดเร็วเหมือนหุ้นหลายตัวก่อนหน้านี้หรือไม่ ผมคิดว่าคงจะไม่หวือหวาขนาดนี้ แต่เป็นหุ้นที่มีอนาคต.

ลม เปลี่ยนทิศ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไอพีโอPTTORหุ้นร้อนแรงหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศปตท.โออาร์นักลงทุน

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 02:47 น.