ราคาทองไทยสวนทางตลาดโลก หลังเงินบาทอ่อน นักลงทุนยิ้มหวานมีโอกาสทำกำไร

ข่าว

    ราคาทองไทยสวนทางตลาดโลก หลังเงินบาทอ่อน นักลงทุนยิ้มหวานมีโอกาสทำกำไร

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ธ.ค. 2564 09:00 น.

    YLG เผยปี 64 ตลาดทองคำไทยสุดคึกคัก แม้ราคาในตลาดโลกปรับลดลง 5% แต่ราคาทองในประเทศกลับเพิ่มขึ้น 6% หลังค่าเงินบาทอ่อนค่า เพิ่มโอกาสทำกำไรให้นักลงทุนไทย

    เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 64 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG กล่าวว่า ภาพรวมตลอดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา ตลาดทองคำในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยหลัก 2 ด้าน คือ ราคาทองคำในประเทศที่เปลี่ยนแปลงสวนทางกับราคาทองคำในตลาดโลก และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสู่การซื้อทองคำแบบออนไลน์มากขึ้น

    ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมาพบว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงประมาณ 5% แต่ราคาทองคำในประเทศกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดีราคาทองคำในปี 2564 ทั้งปียังถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ได้รับอานิสงส์จากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้นักลงทุนหันไปหาทองคำในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะในรูปแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และคาดว่าแม้ในอนาคตหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น แต่นักลงทุนจะยังนิยมการลงทุนในออนไลน์ต่อไปเพราะเริ่มคุ้นเคย และมีความสะดวก

    "ในปี 65 นี้ แม้จะมีปัจจัยลบเข้ามาต่อตลาดทองคำ เช่น การลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของสหรัฐฯ หรือ QE แต่มองว่าการลด QE ช่วงนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อทองคำมากนักเพราะสถานการณ์เงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง"

    กรณีที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเป็นทางเลือกของนักลงทุนในปัจจุบันซึ่งอาจจะกระทบการลงทุนในทองคำนั้น มองว่าไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวล เพราะโดยปกตินักลงทุนจะกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น พันธบัตร อัตราแลกเปลี่ยน และหุ้น อยู่แล้ว การที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาก็ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แต่ทุกครั้งที่นักลงทุนต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยก็จะกลับมาลงทุนในทองคำ ส่วนการจัดพอร์ตการลงทุนนั้น วายแอลจี ยังคงคำแนะนำนักลงทุนแบ่งสัดส่วนการลงทุน โดยการมีทองคำในพอร์ต 5-15% เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง

    สำหรับราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการปรับฐาน แต่หลังจากราคาปรับตัวลดลงมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี คาดว่าราคาทองคำจะมีโอกาสดีดตัวขึ้นเป็นระยะ โดยให้กรอบภาพใหญ่ไว้ที่ 1,877 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 30,200 บาท

    ส่วนระยะสั้นมองที่แนวต้าน 1,803-1,833 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 29,100-29,300 บาท แนวรับที่ 1,751-1,707 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 28,150-27,450 บาท อย่างไรก็ดี มีปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน คือ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด ในช่วงวันที่ 14-15 ธ.ค. 64 นี้

    ปัจจุบันการลงทุนในทองคำสามารถทำได้ง่าย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีเงินทุนสูง แต่นักลงทุนรายย่อยหรือผู้ที่เริ่มลงทุนก็สามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ โดยการลงทุนในรูปแบบของการออมทอง ซึ่งสามารถเริ่มออมได้เพียงเงินลงทุน 100 บาท โดย YLG เองได้มีการเพิ่มการออมทองให้กับนักลงทุนได้ง่ายขึ้นผ่านเว็บไซต์ YLG และแอปฯ บนมือถือ ทั้งการออมทอง แบบรายวัน เริ่มเพียง 100 บาท ที่ยืดหยุ่น ออมได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องออมทุกๆ วัน

    ส่วนการออมทอง แบบรายเดือน เริ่มต้น 1,000 บาทต่อเดือน ในรูปแบบของการหักผ่านบัญชีอัตโนมัติ ซึ่งสามารถกำหนดวันตัดรอบบิลได้ด้วยตนเอง และยังสามารถกดออมทองรายวันเพิ่มได้เช่นกัน นอกจากนั้น การถอนเงินจากระบบออมทอง จะไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ในการทำธุรกรรมเมื่อถอนเงินขั้นต่ำ 3,000 บาท ขึ้นไป หากต้องการได้รับทองคำเก็บไว้ผู้ออมก็สามารถสะสมทองคำไปจนครบจำนวน 1 กรัม และไถ่ถอนนำทองคำกลับไป หรือ จะออมต่อเนื่องเพื่อสะสมความมั่งคั่งก็สามารถทำได้แลกทองจริง เมื่อออมทองครบ 1 กรัมขึ้นไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "บิ๊กตู่" สั่งแก้หมูแพงตั้งแต่ต้นทาง ขึ้นราคาสินค้าต้องมีเหตุผล
      02:02

      "บิ๊กตู่" สั่งแก้หมูแพงตั้งแต่ต้นทาง ขึ้นราคาสินค้าต้องมีเหตุผล

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ราคาทองวันนี้แนวโน้มราคาทองคำออมทองออมทองเดือนละพันออมทองวันละร้อยราคาทองรูปพรรณราคาทองราคาทองคำแท่งYLG

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 07:54 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์