วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ...เหตุไฉนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มก่อน?

ข่าว

    วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ...เหตุไฉนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มก่อน?

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    25 ก.ย. 2564 06:03 น.

    ดร.ฐิติมา ชูเชิด ฝ่ายนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย

    ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets : EMs) หลายแห่งเริ่มขึ้นดอกเบี้ยแล้วด้วยหลายเหตุผล แต่หลักๆเพราะเงินเฟ้อเร่งสูงเกินกรอบเป้าหมาย ขณะที่ฟากประเทศอุตสาหกรรมหลัก (Advanced Economies : AEs) ยังรอดูก่อนเพราะมองว่าเงินเฟ้อสูงอาจเกิดขึ้นชั่วคราวหลังเปิดเมือง จึงยังปล่อยให้นโยบายการเงินผ่อนคลายช่วยฟื้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงานจากโควิดได้ต่อ บางขุนพรหมชวนคิดวันนี้ขอชวนผู้อ่านมาดู สาเหตุของดอกเบี้ยขาขึ้นในหลายๆประเทศและนัยต่อไทยกันค่ะ

    ที่ผ่านมาธนาคารกลางประเทศ AEs สื่อสารว่ายังไม่กลับทิศนโยบายการเงินเร็วเกินไป อยากรอดูก่อนว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นแค่ชั่วคราวหรือไม่ การกลับมาเปิดเมืองมีส่วนทำให้สินค้าบริการบางกลุ่มขาดแคลนไม่พอความต้องการที่เพิ่มเร็ว เช่น สินค้าที่ใช้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ สินค้าโภคภัณฑ์ในโลกและสินค้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมบริการ ที่กลับมาให้บริการได้ปกติ แต่กลับกลายเป็นว่ากลุ่มประเทศ EMs หลายแห่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนำหน้าไปก่อนแล้ว ทำให้ทิศทางนโยบายการเงินในโลกและภายในกลุ่ม EMs เองเริ่มเห็นความแตกต่างกันชัดเจน เช่น

    1. กลุ่มที่ขึ้นดอกเบี้ยแก้ปัญหาเงินเฟ้อสูงจากเศรษฐกิจที่กลับมาร้อนแรง เช่น รัสเซีย บราซิล ชิลี เปรู ฮังการี ยิ่งถ้าเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สูงถึง 60-90% ของการส่งออกรวมยิ่งได้รับประโยชน์จากราคาโภคภัณฑ์โลกพุ่งแรงมากกว่าประเทศอื่น ยิ่งทำให้เศรษฐกิจร้อนแรง ธนาคารกลางต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แก้ปัญหาเงินเฟ้อสูงเกินกรอบเป้าหมายเร็วมากจนอาจเกิดขึ้นถาวรหากแก้ไขไม่ทันการณ์อาจไม่สามารถยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนไว้ได้เหมือนที่เคยเกิดเงินเฟ้อสูงรุนแรง (hyperinflation) กันมาแล้วในอดีต

    2.กลุ่มขึ้นดอกเบี้ยแก้ปัญหาค่าเงินอ่อนมากจนทำให้เงินเฟ้อเร่งสูง เช่น ศรีลังกา เงินรูปีอ่อนค่ามากจากปัญหาขาดดุลแฝด (ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและขาดดุลการคลังพร้อมกัน) หนี้ต่างประเทศสูงแต่เงินสำรองระหว่างประเทศเหลือน้อยทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น เงินทุนไหลออกเงินรูปีอ่อนค่าทำให้ราคาสินค้าในประเทศสูงขึ้นผ่านสินค้านำเข้าส่วนหนึ่งเพราะต้องนำเข้าสินค้าเกษตรจำเป็นมากขึ้น หลังจากรัฐบาลเริ่มนโยบายเกษตรออร์แกนิกปลอดสารเคมี 100% เพื่อให้ส่งออกได้ราคาดีขึ้น แต่เกษตรกรปรับตัวไม่ทันผลผลิตออกมาไม่พอ ความต้องการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำเติมจากโควิดเงินเฟ้อสูงและอาหารจำเป็นขาดแคลน

    3.กลุ่มที่ขึ้นดอกเบี้ยแก้ปัญหาความไม่สมดุลในระบบการเงินและเงินเฟ้อที่เริ่มสูงเกินเป้า เช่น เกาหลีใต้ประชาชนก่อหนี้เพิ่มขึ้นเร็วมาก เพราะดอกเบี้ยต่ำ ตลาดอสังหากลับมาร้อนแรง ราคาอสังหาสูงขึ้นเร็ว เงินเฟ้อเริ่มสูงเกินเป้าต่อเนื่องหลายเดือนสอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังมี

    4.กลุ่มที่คงดอกเบี้ยต่ำแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นจากโควิดกลายพันธุ์ระบาดรอบใหม่ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย ทำให้เงินเฟ้อในกรอบเป้าหมายไม่สูงมากจนต้องเป็นกังวล

    สำหรับประเทศไทยมีอิสระของนโยบายการเงินที่ยังคงดอกเบี้ยต่ำเพื่อตอบโจทย์ประเทศช่วงนี้ ช่วยให้ภาครัฐ ธุรกิจ และประชาชนไม่ต้องเผชิญต้นทุนกู้ยืมแพงขึ้นจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นเหมือนหลายประเทศที่อาจต้องเผชิญความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจากปัญหาเงินเฟ้อสูง แถมยังต้องระวังโควิดกลายพันธุ์ที่อาจกลับมาระบาดระลอกใหม่ได้อีก

    ในช่วงข้างหน้าแต่ละประเทศต้องเผชิญความท้าทายจากทิศทางนโยบายการเงินในโลกที่แตกต่างกันมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจฟื้นจาก

    โควิดไม่เท่ากัน เงินเฟ้อได้รับผลกระทบจากการส่งผ่านราคาโภคภัณฑ์ โลกสูงไม่เท่ากัน แถมประเทศมีปัญหาเฉพาะต่างกัน รวมถึงยังต้องคอยจับสัญญาณนโยบายการเงินของประเทศ AEs เพราะจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินที่แต่ละประเทศทนทานได้ไม่เหมือนกันตามมาอีกด้วยค่ะ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เงินเฟ้อเงินเฟ้อ 2564ฟื้นเศรษฐกิจตลาดแรงงานดอกเบี้ยธนาคารกลางประเทศบางขุนพรหมชวนคิด

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 00:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์