รับมือ “ลดคุ้มครองเงินฝาก” อย่างสบายใจ

ข่าว

    รับมือ “ลดคุ้มครองเงินฝาก” อย่างสบายใจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      17 ส.ค. 2564 05:05 น.

      เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา สถาบันการคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ได้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก ลงเหลือ 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน จากเดิมที่เคยคุ้มครองในวงเงิน 5 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเกิดความกังวล เพราะช่วงนี้เป็นช่วงล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การติดต่อแก้ไขอะไรต่างๆกับธนาคารพาณิชย์ยากลำบากมากขึ้น

      ขณะเดียวกัน คนอีกส่วนอาจยังไม่เข้าใจกระบวนการคุ้มครองเงินฝากอย่างชัดเจนว่าใครบ้างที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก และหากเรามีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท เงินที่เหลือเราจะสูญหรือไม่ มาหาคำตอบกันว่า การคุ้มครองเงินฝากคืออะไร และการลดวงเงินคุ้มครองครั้งนี้ กระทบต่อผู้ฝากเงินมากน้อยเพียงไร

      “การคุ้มครองเงินฝาก” เป็นการรับประกันว่า “ผู้ฝากเงิน” กับสถาบันการเงินสมาชิกของ สคฝ.จะได้รับเงินฝากใน 5 ประเภทบัญชี คือ เงินฝากกระแสรายวัน ออมทรัพย์ เงินฝากประจำ บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงินคืนเต็มจำนวนที่คุ้มครอง ภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากทางการ

      หมายความว่า ผู้ฝากเงินจะมีเงินฝากกี่บัญชีก็ได้ ใน 1 ธนาคาร เช่น มีเงินฝากในธนาคาร ก. 3 บัญชี หากทั้ง 3 บัญชี รวมกันไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับคุ้มครองเต็มจำนวนตามเงินฝากที่มีอยู่จริง แต่หากเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 1 ล้านบาทจะได้รับความคุ้มครอง 1 ล้านบาท ขณะที่เงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทไม่ได้รับความคุ้มครอง ขณะเดียวกัน หากผู้ฝากรายเดิม มีบัญชีเงินฝากอยู่ในธนาคารอื่นๆ อีก เช่น ธนาคาร ข. หรือ ธนาคาร ค. ก็จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน คือ ได้รับการคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาท รวมกันทุกบัญชีต่อ 1 ธนาคาร

      แต่ไม่ต้องกังวลว่า เงินฝากที่เกิน 1 ล้านบาทจะไม่ได้คืน หรือสูญไป เพราะเงินจำนวนดังกล่าวจะถือเป็น “หนี้สิน” ของธนาคาร ผู้ฝากจะได้รับสิทธิ์รับคืนเงินในฐานะ “เจ้าหนี้” แต่ต้องรอการชำระบัญชีเสร็จสิ้น

      ทั้งนี้ สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของ สคฝ.ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 19 แห่ง สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ 11 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง ในขณะที่ธนาคารรัฐทั้ง 6 แห่งนั้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสมาชิก สคฝ.แต่ผู้ฝากเงินกับธนาคารรัฐไม่ต้องตกใจ เพราะตามกฎหมายการจัดตั้งธนาคารรัฐ เงินฝากจะได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาลเต็มจำนวนในทุกบัญชีอยู่แล้ว

      สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมีธนาคารใด มีฐานะการเงินอ่อนแอ และมีโอกาสที่จะกระทบต่อเงินฝากประชาชน สคฝ.มีสิทธิที่จะเสนอ และร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สั่งให้ปรับปรุงฐานะการเงิน หรือเพิ่มทุน และหากแก้ไขไม่ได้มีปัญหาจนต้องถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต สคฝ.จะทำหน้าที่เป็นผู้ชำระบัญชี

      ในเบื้องต้น ผู้ฝากเงินกับธนาคารดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองเงินฝากทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำร้อง คือไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย สคฝ.จะโอนเงินคืนอัตโนมัติภายใน 30 วัน ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ส่วนเงินฝากที่เกินกว่า 1 ล้านบาท จะอยู่ในขั้นตอนของการชำระหนี้คืนเจ้าหนี้ สคฝ.จะนำเงินที่ได้จากการชำระบัญชีคืนให้กับเจ้าหนี้ตามลำดับ คือ เจ้าหนี้ทางภาษี เจ้าหนี้แรงงาน หรือพนักงานธนาคาร ถัดลงมาจะเป็นผู้ฝากเงิน จากนั้น เป็นเจ้าหนี้กรณีอื่นๆ

      ทั้งนี้ จากข้อมูลบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ณ วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีบัญชีเงินฝากทุกประเภทรวมกันทั้งสิ้น 109.4 ล้านบัญชี เป็นบัญชีที่มีเงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทั้งสิ้น 107.56 ล้านบัญชี เป็นบัญชีที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทต่อบัญชี 1.84 ล้านบัญชี

      แสดงให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่มีเงินฝาก 1 บัญชี จะไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ไม่มีเงินฝากบัญชีเดียว และเมื่อหลายบัญชีรวมกันเกิน 1 ล้านบาท ทำให้มีคำถามว่า เราควรจะแยกฝากเงินย่อยๆแห่งละ 1 ล้านบาทดีหรือไม่ หรือควรย้ายไปฝากแบงก์รัฐที่ได้รับประกันเต็มจำนวนดี

      คำตอบคือ ทำได้ แต่จะมีความยุ่งยากในการดูแลและมีต้นทุนรักษาบัญชีที่สูงขึ้น รวมทั้งยังเป็นการตัดหรือลดโอกาสได้รับผลตอบแทนจากเงินฝากในอัตราที่สูง ทางที่ดีที่สุด ผู้ฝากเงินควรติดตามฐานะการเงิน และการดำเนินการของสถาบันการเงินที่เราฝากเงินว่าขาดทุนกำไรอย่างไร ขาดทุนต่อเนื่องหลายปีหรือไม่ มีกรณีที่ ธปท.สั่งให้ดูแลฐานะหรือไม่ เพราะกรณีเหล่านี้เป็น “สัญญาณอันตราย”ที่ต้องจับตา แต่หากยังมีความเข้มแข็ง ก็ไม่จำเป็นต้องแยกเงินฝากเป็นจำนวนย่อยๆ แต่อาจจะเลือกฝากแบงก์ที่เข้มแข็งสัก 1-2 ธนาคารก็เพียงพอ

      ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้ยืนยันมาตลอดว่า สถาบันการเงินในไทยมีความเข้มแข็งมาก มีฐานะการเงินที่ดี และยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แค่เราต้องไม่ประมาท และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

      เพียงเท่านี้ ก็น่าจะช่วยให้ผู้ฝากเงินสบายใจได้ว่า เงินที่เราฝากไว้ “ปลอดภัย” แน่นอน.

      ประอร นพคุณ

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เงินฝากบัญชีเงินฝากลดวงเงินคุ้มครองคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเงินฝาก1ล้านสถาบันการคุ้มครองเงินฝากสถาบันการเงินThe Issueประอร นพคุณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 02:36 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์