เก็บภาษีหลุดเป้า 1.95 แสนล้าน หวั่นต้องกู้เงินมาปิดหีบ กระทบรายจ่ายปี 65

ข่าว

    เก็บภาษีหลุดเป้า 1.95 แสนล้าน หวั่นต้องกู้เงินมาปิดหีบ กระทบรายจ่ายปี 65

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ค. 2564 06:01 น.

    “คลัง” ผวาจัดเก็บรายได้ปี 64 หลุดเป้า 1.95 แสนล้าน หวั่นกระทบแผนจัดทำงบประมาณรายจ่าย และแผนบริหารหนี้ ที่อาจต้องกู้เงินมาใช้ปิดหีบงบประมาณ ด้าน สำนักงบประมาณ ชงกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณ นำงบที่ปรับลดจากกระทรวงต่างๆ 2 หมื่นล้านมาตั้งเป็นงบรับมือโควิดเพิ่มเติมจากที่รัฐบาลขอมา 8.7 หมื่นล้านบาท และขอแบ่ง 8,000 ล้านบาทมาใช้หนี้ ธ.ก.ส.ที่นำไปอุดหนุนสินค้าเกษตร

    น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 64 (ต.ค.63-มิ.ย.64) พบว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิจำนวน 1.73 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 195,357 ล้านบาท หรือ 10.1% แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 49,527 ล้านบาท หรือ 2.9% โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรเก็บได้ 130,711 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 9.0% กรมสรรพสามิต 54,204 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 11.5% และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ 28,984 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 21.5% “การจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าประมาณการเป็นผลจากผลกระทบจากโควิดและการลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 2% เพื่อบรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจ”

    น.ส.กุลยากล่าวว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 64 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1.74 ล้านล้านบาท ขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2.38 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 601,810 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน มิ.ย.64 มีทั้งสิ้น 460,366 ล้านบาท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยอดจัดเก็บรายได้ที่ติดลบลงทุกรายการ โดยเฉพาะจาก 3 กรมภาษี ที่เก็บรายได้รวมกัน 1.81 ล้านล้านบาท ลดลงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 186,599 ล้านบาท ส่วนการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจก็ลดลง โดยมีรายได้ทั้งสิ้น 105,569 ล้านบาท ลดลง 28,984 ล้านบาทเมื่อเทียบกับเป้าหมาย เนื่องจากปีนี้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มีผลประกอบการลดลง รวมถึง ธนาคารรัฐก็นำกำไรไปช่วยเหลือลูกหนี้และมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้เสียที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่รายได้อื่นจัดเก็บได้ 123,729 ล้านบาท ลดลงกว่าเป้าหมาย 8,983 ล้านบาท

    ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้ประเมินว่าการจัดเก็บรายได้ตลอดงบประมาณปีนี้ จะต่ำกว่าเป้าหมาย 10% หรือมีรายได้ลดลงกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่คลังกังวลเพราะอาจกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 65 รวมถึงการจัดทำแผนบริหารหนี้ในปีถัดไป เพราะมีความเป็นไปได้ว่ากระทรวงการคลัง อาจจำเป็นต้องกู้เงินมาใช้ปิดหีบงบประมาณ หากการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ามากๆ

    ขณะที่นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณปี 65 เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ว่า ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 ได้หารือกันถึงการตั้งงบประมาณขึ้นมาเป็นงบกลางฯ สำหรับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หรือค่าบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากเดิมที่ไม่ได้มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้เฉพาะ เนื่องจากในปีงบ ประมาณ 65 การจัดทำงบประมาณได้ให้หน่วยงานต่างๆจัดทำงบประมาณในส่วนของการรับมือกับโควิด-19 ไว้แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ในชั้นของการพิจารณาของกรรมาธิการได้มีการปรับลดงบประมาณจากกระทรวงและหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เสนอเข้ามาในการพิจารณาวาระแรกได้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีข้อเสนอในการขอใช้งบประมาณหลายส่วน แต่ส่วนหนึ่งได้มีการหารือว่าจะนำมาตั้งเป็นงบประมาณดูแลผลกระทบจากโควิด-19 คล้ายๆกับงบกลางฯโควิดในปีงบประมาณ 64 แต่กรรมาธิการยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะตั้งงบประมาณในส่วนนี้เท่าไหร่ ส่วนวงเงินที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ 87,000 ล้านบาทคือวงเงินที่รัฐบาลตั้งเสนอไป

    แต่ก็จะถูกตัดลงเท่าที่จะสามารถจัดสรรได้เท่านั้น “กรอบวงเงินงบประมาณปี 65 ยังอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาท โดยปรับเพิ่มงบประมาณงบกลางฯเพื่อใช้เกี่ยวกับโควิด-19 นั้น ยังไม่แน่ชัดว่าจะจัดงบได้เท่าไหร่ แต่จะมีงบฯส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะมาใช้รับมือโควิด-19”

    นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า สำนักงบฯได้เสนอว่างบประมาณที่ปรับลดลงได้ ให้นำไปตั้งงบคืนให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งรัฐบาลต้องใช้หนี้คืนจากนโยบายอุดหนุน สินค้าเกษตรและสินเชื่อต่างๆที่รัฐบาลให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่าย ซึ่งเป็นวงเงินในปีนี้ 8,000 ล้านบาท และเดิมปีงบประมาณ 65 จะไม่มีการตั้งงบประมาณคืน แต่เมื่อมีวงเงินที่จ่ายได้ก็ควรนำมาจ่ายคืนเพราะปีต่อๆไปรัฐบาลต้องใช้วงเงินจาก ธ.ก.ส.มาดูแลเกษตรกรอีก หากไม่ชำระหนี้คืน ธ.ก.ส.จะกระทบการวางแผนการเงินของ ธ.ก.ส.เช่นกัน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ภาษีเก็บภาษีเงินกู้งบประมาณกุลยา ตันติเตมิทกระทรวงการคลังข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 21:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์