ไลฟ์สไตล์
100 year

แจกเงิน "เราชนะ-ม.33" คนละ 2 พัน ช่วยค่าน้ำ-ไฟ รัฐเยียวยาโควิด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 พ.ค. 2564 05:13 น.
SHARE

ครม.เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกเดือน เม.ย. ใช้เงินกู้ 225,500 ล้านบาท เพิ่มเงินเราชนะ ม.33 เรารักกันคนละ 2,000 บาท ส่วนครึ่งปีหลัง ก.ค.-ธ.ค. เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการคนละ 200 บาทรวม 6 เดือน เพิ่มเงินคนละครึ่งเฟส 3 อีกคนละ 3,000 บาท ผุดโครงการใหม่ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” แจกบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์คนละ 7,000 บาท ใช้ในร้านค้าร้านอาหารวันละไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมทุ่มหมื่นล้านบาท ช่วยค่าน้ำค่าไฟ แถมให้เงินกู้ฉุกเฉินคนละ 10,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ ปลอดเงินต้น-ดอก 6 เดือนแรก ให้แบงก์รัฐพักหนี้ถึงสิ้นปี นายกฯโวแผนครึ่งปีหลังครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 51 ล้านคน มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ 473,000 ล้านบาท

รัฐบาลออกสารพัดมาตรการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจสู้โควิด-19 เปิดเผยขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือน เม.ย. มี 3 มาตรการหลักที่สามารถดำเนินการได้ทันที มาตรการแรกเป็นมาตรการด้านการเงินมี 2 มาตรการคือ 1.มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายละ 10,000 บาท ดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เป็นเวลา 3 ปี ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 2.มาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้แก่ลูกหนี้ออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อลดภาระและนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นเสริมสภาพคล่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

ข่าวแนะนำ

สำหรับมาตรการที่สอง เป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ภาครัฐจะลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าน้ำประปาของประชาชน และกิจการขนาดเล็กทั่วประเทศช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ส่วนมาตรการที่สามต่อเนื่องด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน โดยให้สิ้นสุดเวลาการใช้จ่ายในเดือน มิ.ย.2564 ประกอบด้วย 2 โครงการ วงเงินรวม 85,500 ล้านบาท ได้แก่ 1.การเพิ่มวงเงินโครงการเราชนะ 32.9 ล้านคนอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 67,000 ล้านบาท 2.การเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนโครงการ ม.33 เรารักกัน จำนวน 9.27 ล้านคน อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงิน 18,500 ล้านบาท

“การเพิ่มเงินในโครงการเราชนะ และโครงการ ม.33 เรารักกัน จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้าและยังมีมาตรการต่อเนื่องอื่นๆอีก เช่น การช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. โดยขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมสู้ภัยโควิดออกไปจนสิ้นปีนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0.01 มีผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ประมาณ 3 ล้านคน รวมทั้งการชดเชยผู้ประกันตนตาม ม.33 ที่ต้องกักตัวหรือต้องหยุดทำงาน”

นอกจากนี้ วางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยสิ้นปีนี้ ด้วยมาตรการระยะที่ 2 ช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค.64 คาดว่าถ้าเราร่วมมือกันเพื่อจำกัดการระบาดอย่างเต็มที่ สถานการณ์ระบาดน่าจะคลี่คลายลงจนอยู่ในระดับที่สามารถดำเนินมาตรการระยะที่ 2 ได้ ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก กรอบวงเงิน 140,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.มาตรการลดภาระค่าครองชีพ ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.64 ครอบคลุมประชาชนประมาณ 13.6 ล้านคน 2.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.64 ครอบคลุม 2.5 ล้านคน

2.มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 โครงการนี้ทุกท่านมีความคุ้นเคยและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ครั้งนี้มีเป้าหมาย 31 ล้านคน 2.โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ซึ่งเป็นโครงการใหม่ ภาครัฐจะสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) อี-วอชเชอร์ ให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เมื่อชำระเงินผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับผู้ประกอบการ ร้านค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคใน ประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อสูงให้นำเงินออกมาใช้จ่าย และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

“มาตรการในระยะที่ 2 ทั้ง 4 โครงการข้างต้นจะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 51 ล้านคน และคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 473,000 ล้านบาท ช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถมีโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น มาตรการ ระยะที่ 2 นี้ ครม. รับทราบในหลักการ และหน่วยงานที่รับผิดชอบจะเร่งดำเนินการเพื่อขออนุมัติจาก ครม.ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีวงเงินกู้ใช้ได้ มาตรการที่ ครม.อนุมัติครั้งนี้ใช้กรอบวงเงินรวม 225,500 ล้านบาท ขณะที่ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ครม.เห็นชอบใช้เงิน 10,000 ล้านบาท ช่วยลดค่าน้ำประปาลง 10 เปอร์เซ็นต์ และค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก ส่วนที่ใช้เกิน 150 หน่วยให้ส่วนลด ใช้เดือน เม.ย.เป็นฐาน กรณีใช้น้อยกว่าหรือเท่ากับเดือน เม.ย.ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้จริง กรณีใช้มากกว่าเดือน เม.ย. สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือนคิดค่าไฟฟ้าเท่ากับเดือน เม.ย. ส่วนผู้ใช้มากกว่า 500 หน่วย และมากกว่า 1,000 หน่วย จะมีส่วนลดเฉพาะส่วนที่เกิน 30-50 เปอร์เซ็นต์ ด้านผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก ส่วนค่าน้ำประปาลด 10 เปอร์เซ็นต์เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก นอกจากนี้ ครม.ให้เลื่อนการดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และโครงการทัวร์ทั่วไทยออกไปก่อน

ส่วนนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการใหม่ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ที่รัฐสนับสนุน e-Voucher ให้ประชาชนช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เป้าหมาย 4 ล้านคน ให้นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน สามารถนำไปใช้จ่ายได้ในเดือน ส.ค.-ธ.ค.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แจกเงินเยียวยาโควิดเราชนะม.33มาตรการเยียวยาเงินกู้ข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 00:37 น.