ไลฟ์สไตล์
100 year

พิษโควิดกดรายได้รัฐ 5 เดือนทรุด กระทบปิดหีบงบปี 64

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
2 เม.ย. 2564 09:40 น.
SHARE

ธปท.เผยผลสำรวจผลกระทบโควิด-19 ต่อภาคเอกชนเดือน มี.ค. พบภาคที่ไม่ใช่ การผลิตฟื้นตัวช้า จะกลับมาดีขึ้นเท่าช่วงก่อนโควิดได้ครึ่งแรกปี 65 พบธุรกิจส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ พิษโควิดยังฉุดให้การจัดเก็บรายได้ภาครัฐ 5 เดือนลดลง ต่ำกว่าประมาณการ 11.1% โดย 3 กรมภาษีรีดภาษีต่ำเป้าหลุดลุ่ย แถมรัฐวิสาหกิจขาดทุนนำส่งรายได้ลดลง หวั่นกระทบต่อการปิดหีบงบประมาณปี 64 รัฐอาจต้องกู้เงินเพิ่มเติม ด้านคลังจ่อปรับลดประมาณการรายได้ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สรุปผลสำรวจเรื่องผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจไทยในเดือน มี.ค.64 โดยระดับการฟื้นตัวของธุรกิจในภาพรวมทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน สอดคล้องกับระดับการฟื้นตัวของการจ้างงาน โดยการฟื้นตัวของธุรกิจในภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลงเล็กน้อย จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลง และผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจในภาคการผลิตปรับดีขึ้นบ้าง ตามคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยกลับมา แต่ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทน-เนอร์และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นยังคงกดดันการฟื้นตัวของภาคการผลิต

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ พบว่าธุรกิจในภาคการผลิตมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคที่มิใช่การผลิต เห็นได้จากมีผู้ผลิตถึง 28% ที่ระดับการผลิตกลับมาเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว เทียบกับภาคที่มิใช่การผลิตมีเพียง 16% นอกจากนั้น ในส่วนของธุรกิจที่ประสบปัญหา และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิมก่อนหน้าโควิด-19 มีมุมมองต่อการฟื้นตัวล่าช้าออกไป กว่าการสำรวจในไตรมาสก่อน คาดว่าจะสามารถกลับสู่ ระดับเดิมได้อย่างเร็วภายในครึ่งปีแรกของปี 65

ด้านการเงิน ธุรกิจเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจมากกว่า 1 ปี ขณะที่การสะสมวัตถุดิบคงคลังเริ่มผ่อนคลายลง ส่วนใหญ่มีการสะสมวัตถุดิบคงคลังไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจากกังวลกับการขาดแคลนวัตถุดิบ และการปิดโรงงานของคู่ค้าลดลงกว่าการสำรวจในรอบก่อน ระดับการฟื้นตัวของการจ้างงานค่อนข้างทรงตัว โดยภาคการผลิตใช้นโยบายลดชั่วโมง ทำงานเพิ่มขึ้นบ้างในบางสาขา อาทิ เครื่องจักร สิ่งทอ และเครื่องแต่งกาย ทั้งนี้ ธปท.พบว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ ยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเสริมสภาพคล่องผ่านการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ มาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุน อาทิ ลดภาษี ลดค่า ธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ส่วนภาคท่องเที่ยวซึ่งการฟื้นตัวที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ต้องการมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนมากที่สุดในเกือบทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐด้วย ทำให้รัฐบาลไทยมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ที่ลดลง และเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการปิดหีบงบประมาณปี 2564 และอาจต้องกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้ในการปิดหีบงบประมาณโดยเฉพาะ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประเมินผลการจัดเก็บรายได้อีกครั้ง ก่อนจะปรับประมาณการรายได้ใหม่

สำหรับการจัดเก็บรายได้ในช่วง 5 เดือนของปีงบประมาณ 64 (ต.ค.63-ก.พ.64) จัดเก็บได้ 842,187 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 105,521 ล้านบาท หรือ 11.1% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 145,064 ล้านบาท หรือ 14.7% โดยพบว่ายอดจัดเก็บรายได้ติดลบทุกรายการ ทั้งจาก 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวมกัน 868,556 ล้านบาท ลดลง 112,639 ล้านบาทจากปีก่อน และต่ำกว่าเป้าหมาย 93,510 ล้านบาท

ส่วนรายได้รัฐวิสาหกิจติดลบเช่นกัน จัดเก็บได้ 42,995 ล้านบาท ลดลง 53,871 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 28,252 ล้านบาทเมื่อเทียบกับประมาณการ เนื่องจากปีนี้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มีผลประกอบการลดลงจากผลกระทบโควิด รวมถึงธนาคารรัฐก็นำกำไรไปช่วยเหลือลูกหนี้ ขณะที่รายได้อื่นๆจากส่วนราชการจัดเก็บได้ 74,232 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2,360 ล้านบาท โดยการจัดเก็บรายได้ปีนี้คาดว่าจะติดลบ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ กรมที่จัดเก็บรายได้ติดลบมากสุดคือ กรมสรรพากรเก็บได้เพียง 594,459 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 70,310 ล้านบาท โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเก็บได้ 127,950 ล้านบาท ภาษีเงินได้นิติบุคคล 128,253 ล้านบาท สาเหตุที่ลดลง เนื่องจากรัฐได้ออกมาตรการชะลอการเก็บภาษี เพื่อแบ่งเบาและช่วยบรรเทาผลกระทบโควิด อีกทั้งภาคธุรกิจและประชาชนมีรายได้ลดลงทำให้เสียภาษีน้อยลง ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในช่วง 5 เดือน จัดเก็บได้ 301,565 ล้านบาท ภาษีผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจัดเก็บได้เพียง 6,493 ล้านบาท

สำหรับรายได้กรมสรรพสามิตก็ลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้เพียง 88,921 ล้านบาท เช่นเดียวกับภาษียาสูบเก็บได้เหลือ 26,128 ล้านบาท ภาษีสุรา 25,909 ล้านบาท ภาษีเบียร์ 36,128 ล้านบาท ภาษีเครื่องดื่ม 9,128 ล้านบาท ยกเว้นภาษีรถยนต์มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นจากปีที่แล้ว โดยจัดเก็บได้ 43,070 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการจัดงานมหกรรมรถยนต์เมื่อปลายปี 63 ขณะที่กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ 40,654 ล้านบาท แบ่งเป็นอากรขาเข้า 39,710 ล้านบาท อากรขาออก 94 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ 859 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารแห่งประเทศไทยผลกระทบโควิด-19ภาครัฐงบประมาณเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิษโควิดข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:12 น.