ไทยแลนด์ Growth Story (1)

ข่าว

    ไทยแลนด์ Growth Story (1)

    ลม เปลี่ยนทิศ

      22 พ.ย. 2564 05:33 น.

      วันนี้ผมขอนำปาฐกถาพิเศษของ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง “Looking Beyoud Covid-19 : โจทย์ที่ท้าทายของเศรษฐกิจไทยหลังยุคโควิด-19” ในโอกาสครบรอบ “40 ปีวารสารการเงินธนาคาร” ซึ่งเป็นปาฐกถาที่โฟกัสไปที่ Growth Story ของไทย เจาะลึกถึง “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ของไทยอย่างชัดเจนมาก

      นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องอ่านเพื่อให้ทันกระแสโลกที่เปลี่ยนไป

      ดร.เศรษฐพุฒิ เริ่มต้น Growth Story ของไทยว่า “ผมขอเริ่มจากเมื่อ 40 ปีที่แล้ว หรือในช่วงทศวรรษ 1980 เรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ของเศรษฐกิจไทย ขยายตัวสูงกว่า 10% ต่อปี โดย Growth Story ของไทยที่ชัดคือ มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในภาคการผลิตเพื่อส่งออก มีการลงทุนใน Eastern Seaboard โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ส่งผลให้ FDI ของไทยโตมากกว่า 100% ต่อปี หรือมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในตอนนั้นมากกว่าเวียดนาม 500 เท่า ส่วน การส่งออกอยู่ที่ปีละกว่า 10,000 ล้านเหรียญ มากกว่าเวียดนาม 10 เท่า

      นอกจากนี้ผลจาก Plaza Accord ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมาก ญี่ปุ่นจึงย้ายฐานการผลิตมาไทย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน อุตสาหกรรมยานยนต์ จึงกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญ และวิกฤติปี 40 เงินบาทอ่อนค่าอย่างรุนแรง ทำให้การส่งออกในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการท่องเที่ยวกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยเริ่มเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสองหลักหรือเพิ่มขึ้นเกิน 10 ล้านคนต่อปี

      มาถึงวันนี้ 40 ปีผ่านไป โครงสร้างเศรษฐกิจไทยก็ยังคล้ายๆเดิม ยังพึ่งพาการส่งออกในภาคเศรษฐกิจเดิมๆ คือ ยานยนต์ ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และการท่องเที่ยว ขณะที่บริบทของโลกกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม

      เห็นได้จาก

      หนึ่ง-การส่งออก ปัจจุบัน เวียดนามแซงไทยแล้ว โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวสูงกว่าไทย 6 เท่า และปีที่ผ่านมาส่งออกได้มากกว่าไทยถึง 50,000 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ การส่งออกของภาคอุตสาหกรรมไทย 60% ยังอยู่ในอุตสาหกรรมโลกเก่า ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์หรือ market capitalization ในปัจจุบันก็สะท้อนว่า ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมเกือบ 30% ยังอยู่ในหมวดพลังงาน เกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ สินค้าไทยยังไม่ “eco-friendly” จึงอาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาดที่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รถยนต์สันดาปที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตจะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่จะถูกกระทบจากกระแสการลด carbon ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของการส่งออกโดยรวมของไทย

      สอง-FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) เวียดนามแซงหน้าไทยแล้วเช่นกันตั้งแต่ปี 2557 และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา FDI ของเวียดนามสูงกว่าไทยเกือบ 2 เท่า โดย FDI ของไทยที่ลดลงเป็นผลจากความน่าสนใจของไทยที่น้อยกว่าคู่แข่งในภูมิภาค ทั้งด้าน ต้นทุน และ คุณภาพแรงงาน โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการค้า

      สาม-ภาคการท่องเที่ยว มีโอกาสต้องใช้เวลานานที่จะกลับไปเท่าช่วงก่อนโควิดที่ 40 ล้านคน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวหลังโควิดจะเน้นเรื่องสุขภาพและสุขอนามัย ทำให้นิยมเที่ยวกลุ่มเล็ก รวมทั้งใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น การหวังพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงย่อมเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหา over tourism ซึ่งล่าสุดจากการวิจัย อันดับความสามารถในการแข่งขันภาคการท่องเที่ยว ของ World Economic Forum ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยอยู่ในอันดับที่ 130 จาก 140 สะท้อนถึงผลกระทบที่ชัดเจนจากรูปแบบการท่องเที่ยวเดิมๆในช่วงที่ผ่านมา.

      “ลม เปลี่ยนทิศ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        "หญิง รฐา" โพสต์แจ้งข่าวติดเชื้อโควิด-19
        00:52

        "หญิง รฐา" โพสต์แจ้งข่าวติดเชื้อโควิด-19

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        เศรษฐกิจไทยโควิด-19การลงทุนFDIส่งออกโครงสร้างเศรษฐกิจธุรกิจท่องเที่ยวหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 04:36 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์