มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ปี 64 ทั้งพักหนี้ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ช่วยเหลือประชาชน

ข่าว

    มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ปี 64 ทั้งพักหนี้ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ช่วยเหลือประชาชน

    ไทยรัฐออนไลน์

    12 ก.ย. 2564 12:57 น.

    รวมมาตรการ ธปท. ช่วยลูกหนี้รายย่อย หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หนี้บ้าน และคนทำ SMEs คนเป็นหนี้จะทำอย่างไรมีคำตอบให้ที่นี่

    ไม่มีใครอยากเป็น "หนี้" แต่เมื่อเป็นแล้วทุกคนคงหวังผลในระยะยาว ได้บ้าน ได้รถเป็นของตัวเอง ช่วงก่อนโควิดยังพอมีเงินมาจ่ายหนี้บ้าง แต่โควิดมา ลูกหนี้บางคน รายได้ไม่พอจ่ายหนี้เลยก็มี ด้วยเหตุนี้เอง ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยแล้ว จะเห็นได้จากหลายธนาคารเริ่มบอกว่าจะช่วยเหลือลูกหนี้อย่างไร มาตรการเหล่านี้ "นักล่าฝัน" ขอสรุปชัดๆ ดังนี้

    มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ มีอยู่ 4 ประเภท คือ

    1. บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

    2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

    3. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์

    4. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

    - หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล จะเปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว ให้ลดค่างวดลง แต่หากเป็นหนี้ระยะยาวเกิน 48 งวด ให้ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าเพดานตั้งแต่งวดแรก บัตรเครดิตเดิมร้อยละ 12 และสินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 22 ต่อปี

    - สินเชื่อจำนำทะเบียนรถและรถมอเตอร์ไซค์ มีการลดค่างวด และรวมหนี้ไปยังสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ คนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จะมีอีก 2 ทางให้เลือก คือ พักค่างวด หรือคืนรถสำหรับคนที่ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้จริงๆ รถคันนั้นต้องขายประมูลราคา ถ้าราคาต่ำกว่าหนี้ตามสัญญา สถาบันการเงินช่วยลูกหนี้ให้ตรงกับฐานะของลูกหนี้ได้

    - การเช่าซื้อรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ จะได้ลดค่างวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ออกไป และเมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา หรือ EIR ต้องไม่สูงกว่าอัตราเดิม แต่ถ้าลูกหนี้จ่ายค่าซื้อทั้งหมดเพื่อปิดบัญชี จะได้ลดดอกเบี้ยที่ไม่ถึงกำหนดชำระไม่น้อยกว่า 50% ตามข้อกำหนดของ สคบ. ส่วนคนที่ต้องคืนรถจริงๆ ทางสถาบันการเงินต้องนำรถไปประมูล หากได้ราคาต่ำกว่าจำนวนหนี้ ธนาคารก็จะช่วยลดภาระหนี้ให้ได้

    - สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน มีบรรเทาภาระหนี้ 4 ทาง ได้แก่

    1. ลดค่างวด

    2. พักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน

    3. พักเงินต้นและพิจารณาลดดอกเบี้ย

    4. พักชำระค่างวด

    นอกจากนี้ยังสามารถทยอยชำระเป็นขั้นบันได หรือ step up ตามความสามารถของลูกหนี้ หลังลดค่างวดหรือพักชำระหนี้ และสุดท้ายรวมหนี้ โดยนำสินเชื่อนี้รวมกับสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ ได้

    โดยลูกหนี้ทั้ง 4 ประเภท สามารถติดต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 64

    นอกจากนี้ยังมีโครงการ "คลินิกแก้หนี้" ที่แบงก์ชาติกับ บยส. ได้เปิดช่องทางให้กับลูกหนี้ ด้วยการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว โดยสามารถดูเงื่อนไขการเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ที่นี่ และยังมีผ่อนปรนหลักเกณฑ์การสมัครเข้าโครงการ 2 ประการ คือ 1.เกณฑ์ด้านอายุ จากเดิมไม่เกิน 65 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี (เมื่อรวมระยะเวลาการปรับโครงสร้างหนี้) และ 2.ปรับอัตราดอกเบี้ยจากเดิมร้อยละ 4-7 เป็นอัตราเดียวที่ร้อยละ 5 เป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยในโครงการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 เป็นต้นไป

    ขณะเดียวกัน ธปท. ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมธนาคารไทย และ บสย. เปิดตัวโครงการ "หมอหนี้เพื่อประชาชน" เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน ทั้งการจัดทำแผนธุรกิจ ข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สิน ข้อมูลรายรับรายจ่าย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ รวมทั้งแนวทางการพูดคุยกับเจ้าหนี้ ตลอดจนข้อมูลมาตรการช่วยเหลือของสถาบันการเงินต่างๆ

    โดยโครงการนี้ยังเอื้อประโยชน์ให้กับลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากทีมหมอหนี้ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs เช่น บสย. FA Center สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารไทยได้ฟรี โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับคำปรึกษากับหมอหนี้ ผ่านเว็บไซต์ โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน หรือสอบถามได้ทั้งที่ ธปท. ได้เลย

    อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชนแล้ว ธปท. ก็ยังมีมาตรการลดภาระหนี้เพิ่มเติม สำหรับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และผู้ประอบการ SMEs ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 64 เป็นต้นไป 

    มาเริ่มกันที่ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มีอยู่ 3 ข้อ

    1. ธปท.จะขยายเพดานวงเงินเป็น 2 เท่าของเงินเดือน สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หากมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล คนกู้สามารถขอสินเชื่อได้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ให้บริการ

    2. คงอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ เหลือ 5% จนถึงสิ้นปี 65

    3. ขยายเพดานวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล จากรายละไม่เกิน 20,000 บาท เป็น 40,000 บาท และขยายระยะเวลาชำระคืน จากไม่เกิน 6 เดือน เป็น 12 เดือน

    ส่วนของสินเชื่อ SMEs มีอยู่ 2 ข้อ คือ 

    1. ขยายวงเงินสินเชื่อ ที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำ หรือไม่มีวงเงินกับสถาบันการเงิน เพราะใช้เงินทุนส่วนตัวประกอบธุรกิจ

    2. ค้ำประกันเพิ่มและปรับลดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบมาก อย่างภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการ เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้มากขึ้น 

    โดยสถาบันการเงินสามารถยื่นคำขอสินเชื่อฟื้นฟูมายัง ธปท. ได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 64 

    จะเห็นได้ว่า ธปท. ก็หามาตรการมาช่วยลูกหนี้ทุกประเภท เพื่อให้ต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดแบบนี้ ให้สามารถพยุงธุรกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของคนมีหนี้ สุดท้ายขอเป็นกำลังให้ลูกหนี้ทุกคนฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน.

    ผู้เขียน : นักล่าฝัน nathaorn.s@thairathonline.co.th

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธปท.ลูกหนี้ลูกหนี้รายย่อยหนี้บัตรเครดิตหนี้บ้านหนี้รถมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้หมอหนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 08:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์