ล็อกดาวน์ผิดพลาด เศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลต้องทำอย่างไรหากจะแก้ให้แย่น้อยลง

ข่าว

    ล็อกดาวน์ผิดพลาด เศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลต้องทำอย่างไรหากจะแก้ให้แย่น้อยลง

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ค. 2564 15:16 น.

    • จากสถิติการระบาดในต่างประเทศ พบว่าการแพร่ระบาดหนึ่งรอบกินเวลาเฉลี่ย 120-150 วัน สำหรับกรณีประเทศไทย KKP Research ประเมินว่า การแพร่ระบาดอาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ถึง 6 เดือน และจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างน้อย 3 เดือน
    • มาตรการล็อกดาวน์ตามที่คาดการณ์นี้ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และกระทบต่อการคาดการณ์จีดีพีปี 2564 เหลือเพียงเติบโต 0.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และคาดว่าการเติบโตของจีดีพีในปี 2564 และ 2565 รวมกันจะไม่เพียงพอชดเชยการหดตัวในปี 2563 เพียงปีเดียว
    • นักวิเคราะห์ของ KKP Research มองว่ามาตรการล็อกดาวน์ของไทยไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เมื่อปีที่แล้วไทยปิดเมืองมากไป ส่วนปีนี้ก็ปิดช้าไป และแนะด้วยว่ามีหลายมาตรการที่รัฐบาลควรเร่งปรับปรุงนโยบายและออกมาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบ ไม่อย่างนั้น เศรษฐกิจและสังคมจะเสียหายหนัก


    ผู้คน 99 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยกำลังเผชิญความยากลำบากด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพการงาน รายได้ ต้องห่างไกลครอบครัว ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในบ้านเราอยู่ในขั้นวิกฤติหนัก ส่วนคนอีก 1 เปอร์เซ็นต์ หากชีวิตประจำวันทั่วไปยังไม่ได้รับผลกระทบ ก็คงมีผลกระทบที่เกิดกับธุรกิจหรือการลงทุนอยู่บ้าง

    แต่ต้องขออนุญาตบอกว่า ณ เวลานี้อาจจะยังไม่ใช่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่เราต้องเผชิญ

    การระบาดระลอกนี้กินเวลายาวนานกว่าการระบาดครั้งก่อนๆ และตัวเลขผู้ติดเชื้อก็ยังเป็นทิศทางขาขึ้น วัคซีนประสิทธิภาพสูงที่รัฐจัดซื้อมาฉีดเป็นเกราะปกป้องประชาชนอย่างทั่วถึงก็ยังไม่ได้มาในเร็ววันนี้ มีเพียงวัคซีนที่ได้รับบริจาคมาไม่กี่ล้านโดสเท่านั้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยอาจจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลานาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจก็จะรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย

    “จากสถิติการระบาดใหญ่ในต่างประเทศ พบว่าการแพร่ระบาดหนึ่งรอบกินระยะเวลาเฉลี่ย 120-150 วัน สำหรับกรณีประเทศไทย เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ อาทิ ประสิทธิผลของวัคซีนที่ลดลงต่อเชื้อสายพันธุ์เดลตา แผนการจัดหาวัคซีน และสถานการณ์ระบบสาธารณสุขในปัจจุบัน KKP Research ประเมินว่า การแพร่ระบาดอาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ถึง 6 เดือน” คือข้อมูลที่ KKP Research โดย เกียรตินาคินภัทร เขียนไว้ในรายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้


    การเติบโตของจีดีพีปี 2564 + 2565 ยังไม่พอชดเชยที่เสียไปในปี 2563


    ในรายงาน ‘คาดล็อกดาวน์อย่างน้อย 3 เดือน เสี่ยงทำไทยเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกปี’ ของ KKP Research บอกว่า การระบาดระลอกปัจจุบันจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างน้อย 3 เดือนกว่าสถานการณ์จะลดความรุนแรงลง

    มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 3 เดือน ตามที่คาดการณ์นี้ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และกระทบต่อการคาดการณ์จีดีพีปี 2564 จากที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 1.5 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงเติบโต 0.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    ในกรณีเลวร้าย มีความเสี่ยงที่อาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ยาวนานกว่า 3 เดือน หรือต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่มีข้อจำกัดมากขึ้น จนกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย ทำให้เราอาจเห็นเศรษฐกิจหดตัวในปีนี้

    รายงานนี้บอกข่าวร้ายอีกว่า การเติบโตของจีดีพีในปี 2564 และ 2565 รวมกันจะไม่เพียงพอชดเชยการหดตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 เพียงปีเดียว

    จากข้อเท็จจริงที่ว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจไทยหดตัวลงไป 6.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปี 2564 ตัวเลขคาดการณ์เป็นดังที่กล่าวไปแล้วว่าคาดว่าจะเติบโต 0.5 เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเลวร้ายคืออาจจะหดตัว และสำหรับปี 2565 นักวิจัยของ KKP Research คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตที่ 4.6 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นสรุปคาดการณ์ว่า การเติบโตของจีดีพีปี 2564 บวกปี 2565 ยังไม่สามารถชดเชยที่เสียไปใน 2563

    ยังไม่นับว่า เศรษฐกิจปี 2565 ต้องเผชิญความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การระบาดและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่ง KKP Research คาดว่า นักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาได้ 5.8 ล้านคน และกลับมาอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากคนไทยส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน และการเดินทางระหว่างประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ความเสี่ยงในกรณีเลวร้าย คือ การได้รับวัคซีนล่าช้ากว่าที่คาดและไทยอาจเปิดประเทศได้ช้าลง หากนักท่องเที่ยวกลับมาได้เพียง 3 ล้านคน จะส่งผลให้จีดีพีปี 2565 เติบโตได้เพียง 3.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


    ล็อกดาวน์ของไทยไม่ค่อยดี แล้วล็อกดาวน์อย่างไรที่ได้ผล?


    มาตรการล็อกดาวน์ที่ประเทศไทยบังคับใช้มีประสิทธิภาพมากหรือน้อยเพียงใด นัยที่รายงานนี้บอกคือ การล็อกดาวน์ของประเทศเราผิดพลาด ทั้งปีที่แล้วและปีนี้

    “ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสาธารณสุข: ไทยปิดเมืองมากไปปีที่แล้ว และช้าไปในปีนี้” คือหัวข้อหนึ่งในรายงาน ซึ่งนักวิเคราะห์เขียนอธิบายขยายความว่า

    “ในการระบาดรอบแรกเมื่อปีที่แล้วที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ในระดับต่ำ (ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันสูงสุดเพียง 188 คน) แต่ไทยเลือกที่จะใช้มาตรการอย่างเข้มงวดมากในการปิดเมืองทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวในโรงพยาบาล (active case) สูงขึ้นมาก แต่มาตรการกลับมีความผ่อนคลายค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับการระบาดครั้งก่อน จนทำให้สถานการณ์เกิดการระบาดอย่างรุนแรง”

    รายงานชิ้นนี้ชี้แนะว่า “ล็อกดาวน์ต้องทำอย่างเป็นระบบ เพราะประสิทธิผลอยู่ได้ไม่เกิน 2 เดือน” โดยนำผลการศึกษาในต่างประเทศมาอธิบาย ดังนี้

    งานศึกษาใน 152 ประเทศของ Goldstein et al. (2021) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ให้เห็นว่ามาตรการล็อกดาวน์มีข้อจำกัดสำคัญ คือ ผลของมาตรการจะมีประสิทธิผลสูงสุดไม่เกิน 2 เดือนแรก หลังจากบังคับใช้มาตรการผ่านไป 60 วัน ผลที่ได้จะไม่ดีมากเท่าในช่วงแรก เนื่องจากความร่วมมือต่อมาตรการจะลดลงอย่างมาก

    “ด้วยข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสังคมทำให้การจำกัดการเคลื่อนไหวของคนในสังคมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานแทบจะทำไม่ได้เลย การล็อกดาวน์ให้ประสบผลสำเร็จจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องแข่งกับเวลา” คณะผู้จัดทำรายงานแสดงความเห็น และแนะว่าถึงแม้จะมีการล็อกดาวน์ที่เข้มข้น สิ่งสำคัญต้องทำควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วขึ้น ได้แก่ เร่งเพิ่มศักยภาพในการตรวจหาเชื้อ และจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิผลสูงมาเร่งฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง

    รายงานของ KKP Research ชิ้นนี้ยกข้อมูลจากต่างประเทศมาให้เห็นอีกว่า การศึกษาประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) 35 ประเทศ ในช่วงเดือนมกราคม 2563 ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 พบว่ามาตรการที่มีผลในการลดอัตราการแพร่ระบาดได้มากที่สุด คือ การสั่งปิดสถานที่ทำงาน (ยกเว้นสำหรับงานที่มีความจำเป็น) สามารถลดอัตราการแพร่ระบาดได้เฉลี่ย 23 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การบังคับใช้มาตรการด้านอื่นๆ เช่น การงดรวมกลุ่มเกิน 10 คน การปิดโรงเรียน คำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน และการห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ ช่วยลดการแพร่เชื้อได้ราว 12-14 เปอร์เซ็นต์

    อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังไม่ได้พิจารณาครอบคลุมถึงการแพร่ระบาดที่รวดเร็วขึ้นของเชื้อสายพันธุ์เดลตา เนื่องจากยังไม่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในกลุ่มประเทศ OECD ก่อนเดือนพฤษภาคม 2564 จึงเป็นไปได้ว่า ประสิทธิผลของมาตรการต่างๆ จะถูกลดทอนลงไปในการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตารอบนี้

    “หากมาตรการที่ไทยใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจต้องต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น เช่น มาตรการปิดสถานที่ทำงาน แต่มาตรการเหล่านี้ต้องมีการวางแผนและประสานงานกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดผลกระทบและความสับสน และทำให้บังคับใช้มาตรการได้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด” KKP Research แนะนำ


    อะไรบ้างที่รัฐบาลไทยต้องทำและต้องปรับปรุง?


    “คาดการณ์ว่าการระบาดและมาตรการล็อกดาวน์ครั้งนี้ที่น่าจะกินเวลานานกว่าการระบาดครั้งก่อนๆ กำลังสร้างการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กระแสเงินสด และกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทยอย่างรุนแรง หากไม่มีมาตรการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและเพียงพอ การหยุดชะงักครั้งนี้จะกระทบต่อการจ้างงาน และความอยู่รอดของธุรกิจ และความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ของครัวเรือนและธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เป็นทั้งคาดการณ์และคำเตือนในเวลาเดียวกัน

    KKP Research แนะว่ารัฐบาลควรมีบทบาทสำคัญให้การให้ความช่วยเหลืออย่างเพียงพอ เพื่อลดผลกระทบ ป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นถาวรทางเศรษฐกิจ ช่วยให้ธุรกิจและครัวเรือนสามารถวางแผนชีวิตได้อย่างเหมาะสม รักษาเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็วเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น รักษาการทำงานและเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยมีหลายมาตรการที่รัฐบาลควรเร่งปรับปรุงนโยบายและออกมาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบ ดังนี้

    1. ควรมีการประเมินสถานการณ์และสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์และขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างชัดเจน

    2. ควรจัดทำแผนมาตรการล็อกดาวน์ที่เป็นขั้นตอนและมองไปข้างหน้า สอดคล้องกับสถานการณ์และสมเหตุสมผล สื่อสารแผนการบังคับใช้และขั้นตอนในการผ่อนคลายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจสามารถวางแผนได้อย่างมีเหตุผล และมีการประสานงานกับหน่วยงานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจและลดความสับสน

    3. เร่งเพิ่มศักยภาพในการตรวจหาโรค การสอบสวนโรค การแยกผู้ป่วย และการรักษา ต้องปรับปรุงนโยบายที่เป็นอุปสรรคต่อศักยภาพในการตรวจโรค โดยอาศัยประสบการณ์ประเทศอื่นๆ มาใช้ เช่น การแจกหรืออุดหนุนชุดตรวจ rapid test และส่งผลตรวจเข้าระบบกลาง ร่วมกับนโยบาย home isolation เพื่อลดข้อจำกัดของระบบสาธารณสุข โดยมีการทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างชัดเจนในขั้นตอนและข้อควรปฏิบัติ

    4. เร่งจัดหาวัคซีน mRNA ที่มีหลักฐานสนับสนุนว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งการสร้างภูมิคุ้มกันของประชาชน

    5. จัดเตรียมนโยบายเยียวยาประชาชนและธุรกิจที่เหมาะสมต่อระดับและระยะเวลาของมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อสนับสนุนให้มาตรการล็อกดาวน์มีประสิทธิผล ลดผลกระทบต่อประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นถาวรทางเศรษฐกิจ และรักษาเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็วเมื่อสถานการณ์การระบาดปรับตัวดีขึ้น

    6. แม้ระดับหนี้สาธารณะมีแนวโน้มสูงขึ้นและน่าจะเกินระดับเพดานหนี้ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีในปี 2565 แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายจ่ายดอกเบี้ยเป็นภาระต่องบประมาณน้อยลง ความเสี่ยงต่อความยั่งยืนทางการคลังลดลง ประเทศยังมีศักยภาพในการสร้างหนี้เพิ่มหากมีความจำเป็นในการใช้งบประมาณเพิ่มเติม โดยเฉพาะถ้าเป็นการใช้เงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชน ป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจหดตัว

    ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีแผนในการลดการขาดดุลในอนาคต (มีแผนลดรายจ่าย หรือเพิ่มรายได้) เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและรักษาวินัยทางการคลัง และต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพที่สุดสอดคล้องกับความจำเป็นในการเยียวยา การกระตุ้นเศรษฐกิจ และความท้าทายของประเทศหลังโควิด

    7. นโยบายการคลังและนโยบายการเงินควรต้องมีการประสานงานและมีบทบาทมากขึ้น เพื่อจัดหามาตรการบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของเศรษฐกิจ กระแสเงินสด และความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ของครัวเรือนและธุรกิจ และเพื่อรักษาการทำงานของภาคการเงิน หลีกเลี่ยงมาตรการที่บิดเบือนกลไกตลาด และรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ

    น่าจะเป็นประโยชน์และมีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแน่ๆ หากรัฐบาลฟังคำแนะนำเหล่านี้จากรายงานที่วิเคราะห์ข้อมูลมาหลายด้าน แล้วนำไปปรับใช้.



    อ้างอิง:
    kkpfg.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19มาตรการล็อกดาวน์ล็อกดาวน์เศรษฐกิจไทยเศรษฐกิจถดถอยการล็อกดาวน์แบบไหนที่มีประสิทธิภาพKKP Researchจีดีพีคาดการณ์เศรษฐกิจปี 64คาดการณ์จีดีพีปี 2564วัคซีนโควิดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2564คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2565ผลกระทบจากโควิด-19ผลกระทบจากการล็อกดาวน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 21:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์