องคาพยพยังไปคนละทาง

ข่าว

    องคาพยพยังไปคนละทาง

    เพลิงสุริยะ

      29 พ.ย. 2564 05:39 น.

      “Unlock เศรษฐกิจไทย” นิยามแนวทางการบริหารด้านเศรษฐกิจใหม่ ที่มีการหยิบยกมาพูดถึงในงานสัมมนา “Thailand 2022 Unlock Value” ก้าวสู่เส้นทางใหม่ ไร้ขีดจำกัด จัดโดยประชาชาติธุรกิจ

      คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ประกาศแนวทางที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

      ด้วยการเปิด 4 Unlock เศรษฐกิจไทย

      เริ่มที่ unlock นโยบายการคลัง เปิดช่องว่างให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น ควบคู่ไปกับการ unlock นโยบายการเงิน ผ่อนคลายให้นโยบายการคลังทำงานได้อย่างเต็มที่

      unlock ล็อกดาวน์ เปิดประเทศให้เศรษฐกิจเดินได้เต็มที่ และเป็นไปตามวิถีปกติต่อไป

      unlock เพดานหนี้ ที่ได้ขยับเพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปแล้วจาก 60% เป็น 70% ของจีดีพี เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง ดำเนินนโยบายต่างๆ

      และ unlock ความคิด ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่

      ตั้งความหวังว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเป็น engine of growth ตัวใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล

      พิษจากโควิดทำให้คนออกจากงานค่อนข้างเยอะ มีส่วนหนึ่งอยากเปลี่ยนอาชีพ จึงต้องส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้เศรษฐกิจระดับตัวบุคคลเติบโต หรือ inclusive growth คือต้องถึงระดับประชาชน

      ขณะที่ คุณเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ชู 3 แนวทาง Unlock เศรษฐกิจ คือ

      1.ประสานนโยบายให้ดี ระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง ใช้จุดแข็งของแต่ละนโยบายให้ถูกต้อง

      2.ทำนโยบายแบบยืดหยุ่นทางปฏิบัติ อย่ายึดติด สถานการณ์เปลี่ยนก็ปรับนโยบาย

      3.ให้นโยบายการเงิน หรือนโยบายโดยรวมได้ประสิทธิภาพสูงสุด ต้องรับรู้ขีดจำกัด ไม่ควรทำอย่างสุดโต่ง

      หัวใจสำคัญคือ ถ้าขาดเสถียรภาพทั้งฝั่งการเงินและการคลังจะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด

      สัญญาณที่น่าห่วงของไทย คือ โควิดจะระบาดอีกรอบหรือไม่, การฟื้นตัวของเศรษฐกิจช้า และไม่เท่าเทียม

      โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพีที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติห่วงว่า จะเป็นการฟื้นตัวในเชิงตัวเลขขณะที่คนทั่วไปยังไม่รู้สึกกลับมาเหมือนเดิม เพราะตลาดแรงงานและรายได้ฟื้นตัวช้ากว่าตัวเลขจีดีพี

      โจทย์สำคัญก็คือ นโยบายการเงิน ต้องทำให้ฟื้นตัวไม่ให้สะดุด ต้องทำให้ชัวร์ว่าตลาดการเงินไม่ตึงตัว

      เมื่อวันก่อน เขียนถึงตัวเลขคนว่างงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากทาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่นำข้อมูลตัวเลขมาจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ อีกที

      ระบุตัวเลขอัตราการว่างงาน ในไตรมาส 3/64 มีผู้ว่างงาน 8.7 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 2.25% นั้น

      มีข้อมูลจากอีกฝั่งคือ กระทรวงแรงงาน ที่นำข้อมูลอัตราการว่างงานของปี 2563 กับ 2564 เปรียบเทียบกัน

      โดยของกระทรวงแรงงาน ใช้ข้อมูลยืนยันผ่านตัวเลข 13 หลัก ในบัตรประชาชนของผู้ประกันตน

      ที่มาจากความคิดริเริ่มของรัฐมนตรีแรงงาน “สุชาติ ชมกลิ่น”

      ในปี 63 มีผู้ประกันตนว่างงาน 1,061,589 คน แต่มีกลับเข้าสู่ระบบ 249,899 คน และมีผู้ประกันตนรายใหม่ (เข้าสู่ระบบงานใหม่) 313,095 คน หักลบกันแล้วมีผู้ว่างงาน 498,595 คน

      ส่วนในปี 64 ช่วง 3 ไตรมาสแรก บวกของเดือน ต.ค.อีก 1 เดือน มีผู้ว่างงาน 694,110 คน แต่กลับสู่ระบบ 473,615 คน มีผู้ประกันตนรายใหม่ 402,115 คน หักลบแล้วตัวเลขดีดขึ้นไปเป็นบวกที่ 181,620 คน

      ก็ไม่รู้ว่าตัวเลขมันต่างกันขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งที่อยู่ในองคาพยพรัฐด้วยกัน

      มันสร้างความสับสน และหวั่นวิตก...ได้นะ.

      เพลิงสุริยะ

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        เปิดรายชื่อคนบันเทิงหายป่วยโควิด-19
        03:21

        เปิดรายชื่อคนบันเทิงหายป่วยโควิด-19

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        เศรษฐกิจไทยฟื้นฟูเศรษฐกิจโควิด-19เศรษฐกิจใหม่นโยบายการคลังนโยบายการเงินแบงก์ชาติว่างงานกล้าได้กล้าเสียเพลิงสุริยะ

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 12:02 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์