คนไทยทำใจโดนรีดภาษี

ข่าว

    คนไทยทำใจโดนรีดภาษี

    เพลิงสุริยะ

      23 พ.ย. 2564 05:45 น.

      ตามไปเกาะขอบเวทีสัมมนาหอการค้าไทยฯ ครั้งที่ 39 มีข้อเสนอจากทั้งภาคเอกชน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2565

      เริ่มที่ คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาเรื่อง “Connect the Dots : Design the Future รวมพลัง...สร้างสรรค์อนาคต”

      มองว่าหลังการแพร่ระบาดโควิด เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญ VUCA คือ เศรษฐกิจโลกผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอนสูง (Uncertainty) ความซับซ้อนสูง (Complexity) ความคลุมเครือ (Ambiguity)

      ดังนั้นในปี 2565 ต้องปรับตัวใช้ 5 โอกาส ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

      1) ร่วมกันสร้างแรงจูงใจดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

      หอการค้าฯอาสารับบทเป็น “แม่สื่อ” ให้รัฐกับกลุ่มเอ็นจีโอมาพบกัน เพื่อผลักดันการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

      2) สร้างความเชื่อมั่นกับนานาชาติ ผ่านเวทีการประชุม APEC ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า โดยหอการค้าไทยจะมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนการประชุม “CEO Summit”

      3) ภาคการท่องเที่ยว ในปี 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 10 ล้านคน

      4) กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน สร้าง Local demand ผ่านโครงการคนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ

      “การที่รัฐบาลขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% นั่นคือรัฐบาลยังมีวงเงินอีก 500,000 ล้านบาท ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า”

      5) ความท้าทายในเรื่องเทคโนโลยี “ทรานส์ฟอร์เมชัน” ต่อไปจะไม่ใช่ Internet of Things (IoT) แต่จะเป็น Internet of everything ที่ทุกคนต้องปรับมายด์เซต ภายใต้แนวคิด “Connect the Dots DESIGN THE FUTURE”

      ขณะที่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวเสวนา “ประเทศไทยกับการฟื้นตัวหลังโควิด-19”

      ยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% จาก 7 ปัจจัยหลัก ได้แก่

      1.การดูแลการแพร่ระบาดโควิด 2.การหนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัว 3.แรงกระตุ้นการใช้จ่ายครัวเรือน 4.ภาคการส่งออก 5.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน 6.การใช้จ่ายรัฐบาล และ 7.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

      ส่วนแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปี 2565 จะเน้นการเติบโตที่ทั่วถึง หรือ Inclusive Growth ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่ม โดยรัฐบาลจะดูแลโควิดควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ

      ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณดูแลเศรษฐกิจ คิดเป็น 14.6% ของจีดีพี และใช้นโยบายกึ่งการคลังไปประมาณ 4.2% ของจีดีพี แน่นอนว่าส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

      ตัวเลข ณ เดือน ก.ย.ปีนี้ ระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ 57% ต่อจีดีพี ประเมินว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.2565 จะไปอยู่ที่ 62% ต่อจีดีพี จากการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน

      แต่ถือว่ายังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่รัฐบาลได้ขยายเอาไว้ที่ 70%

      ฐานะการคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย.2564 อยู่ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท หากเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้ 4% การจัดเก็บรายได้ก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย

      “แต่ก็คงไม่จบแค่นี้ เพราะเรามีแผนที่จะเพิ่มขยายฐานภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ดีขึ้น”

      แปลไทยเป็นไทยก็คือ หาช่องทางรีดเลือดเอากับปู

      ขูดรีดภาษีเอากับประชาชนนั่นแหละ.

      เพลิงสุริยะ

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        "เอกชัย" ขอระบาย เป็นศิลปินงานมาทีหลัง แต่โดนสั่งงดก่อน
        03:00

        "เอกชัย" ขอระบาย เป็นศิลปินงานมาทีหลัง แต่โดนสั่งงดก่อน

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        ภาษีเก็บภาษีรีดภาษีหนี้สาธารณะจีดีพีขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคลังกล้าได้กล้าเสียเพลิงสุริยะ

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 เวลา 02:58 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์