ลั่นดาลพนักงานรัฐวิสาหกิจ คนร.สั่งยุบ 13 บริษัทลูก งานไม่ตรงภารกิจ

ข่าว

    ลั่นดาลพนักงานรัฐวิสาหกิจ คนร.สั่งยุบ 13 บริษัทลูก งานไม่ตรงภารกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    14 ก.ย. 2564 07:05 น.

    “บอร์ด คนร.” สั่งปรับแนวทางดำเนินการทางวินัยพนักงานรัฐวิสาหกิจให้พ้นสภาพ ไม่ให้ทำผิดแล้วไปทำงานหน่วยงานอื่นได้อีก พร้อมให้ยุบเลิกบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจ 13 บริษัท ภายใต้ 6 รัฐวิสาหกิจ ที่ดำเนินการไม่สอดคล้องภารกิจ ขณะที่นายกฯ ฝากรัฐวิสาหกิจนำงบ CSR มาจ้างงานพิเศษ ช่วยคนตกงาน

    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (บอร์ด คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ควบคุมดูแลการดำเนินวินัยของพนักงานรัฐวิสาหกิจให้พ้นสถานะพนักงาน รวมทั้งให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจกำกับดูแลผู้บริหารสูงสุดอีกชั้นหนึ่ง โดยให้ปรับระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยให้เหมาะสม เพราะหากพนักงานรัฐวิสาหกิจทำความผิดทางวินัยแต่ไม่ถูกลงโทษ อาจกระทำผิดซ้ำอีก รวมถึงอาจไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีสาเหตุจากการดำเนินทางวินัยล่าช้า เช่น ยุติการสอบสวนไม่มีผู้สอบสวนที่ดำรงตำแหน่งสูงกว่าผู้ถูกสอบสวน ผู้สอบสวนขาดความเชี่ยวชาญ

    นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการจัดกลุ่มบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจใหม่เป็น 3 กลุ่ม โดยให้ยุบเลิก หรือถอนการลงทุน กลุ่มบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจ 13 บริษัท ภายใต้ 6 รัฐวิสาหกิจ ที่มีการดำเนินการไม่สอดคล้องกับภารกิจ ซึ่งมีทั้งกำไรและขาดทุน ได้แก่ บริษัทที่อยู่ภายใต้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 6 บริษัท, องค์การคลังสินค้า 2 บริษัท, องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 1 บริษัท, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 2 บริษัท, บริษัท ท่าอากาศยานไทย 1 บริษัท และภายใต้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) 1 บริษัท

    ส่วนอีก 2 กลุ่ม ให้คงอยู่ ได้แก่ บริษัทในเครือที่มีการดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ คือ กลุ่มที่มีผลประกอบการมีกำไร และผลประกอบการขาดทุน โดยบริษัทที่ขาดทุนให้ทำแผนแก้ปัญหาเสนอกระทรวงเจ้าสังกัด ส่วนที่ขาดทุนนี้มีทั้งหมด 26 บริษัท ที่อยู่ภายใต้รัฐวิสาหกิจแม่ 5 แห่ง และกลุ่มสุดท้ายให้คงอยู่เช่นกัน ได้แก่ กลุ่มบริษัทในเครือที่จัดตั้งขึ้นตามความจำเป็นต่อการดำเนินภารกิจ

    นอกจากนี้ ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์การเสนอกรอบนโยบายการพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งบริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอโดยให้การเคหะแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตามความเห็นของฝ่ายเลขานุการฯ และเห็นชอบให้ พม.นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

    พร้อมกันนั้น นายกฯได้สั่งการให้การพัฒนาและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จะต้องเป็นการพลิกโฉมประเทศไทย โดยพุ่งเป้าความต้องการในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยให้รัฐวิสาหกิจที่มีขีดความสามารถ เน้นการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนต้องช่วยกันขับเคลื่อน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก

    “พล.อ.ประยุทธ์ขอให้รัฐวิสาหกิจมีส่วนช่วยเหลือประชาชน โดยจัดทำแผนงานการจ้างงานในด้านต่างๆ เช่น งานด้านสิ่งแวดล้อมโยธา รักษาความปลอดภัยในทรัพย์สิน เป็นต้น ที่อาจเป็นการจ้างงานในรูปแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้ประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยเหลือคนตกงานให้มีรายได้ประจำวันด้วย”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจกลุ่มบริษัทบริษัทรัฐวิสาหกิจนโยบายการพัฒนาและทิศทางการลงทุนข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 20:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์