ปีหน้าโต 6-8% ประเทศไทยรอด เอกชนจี้รัฐกล้ากู้เงิน-อัดเยียวยาฟื้นเศรษฐกิจ

ข่าว

    ปีหน้าโต 6-8% ประเทศไทยรอด เอกชนจี้รัฐกล้ากู้เงิน-อัดเยียวยาฟื้นเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    10 ก.ย. 2564 06:30 น.

    “สุพัฒนพงษ์” วอนอย่าปล่อยรัฐโดดเดี่ยว คนไทยทุกคนร่วมชี้ชะตาประเทศ ด้านหอการค้า-ส.อ.ท. เสนอรัฐกล้าเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็น 65–70% ของจีดีพี อัดเพิ่มเงินเข้าระบบ 700,000–1.5 ล้านล้านบาท ชี้ทางรอดปีหน้าต้องโต 6–8% เพื่อเปลี่ยนเศรษฐกิจจากสีเหลืองให้เป็นสีเขียว “สนั่น” จี้รัฐไม่ดื้อ อะไรที่เอกชนเสนอไปขอให้รับเถอะ เอกชนไม่ประสงค์ไปแย่งซีน แต่อยากให้เศรษฐกิจฟื้น

    นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ปาฐกถาในหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทย ใครชี้ชะตา” ว่า คนชี้ชะตาไม่ใช่รัฐ ไม่ใช่เอกชน ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นทุกภาคส่วน ทุกคนต้องหาทางให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งไปด้วยกัน โดยขณะนี้ประเทศไทยยังมีอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ แม้จะไม่ได้สูงมากเหมือนอดีตแต่เป็นเหมือนกันทุกประเทศที่เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีเชื้อกลายพันธุ์ โดยไทยเกิดปัญหาหลุมรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไป ต้องใช้เวลาหลายปีเติมให้เต็มกว่าคนจะกลับมาเที่ยวทั้งโลก แต่รัฐบาลก็ไม่ย่อท้อและมีนโยบายเปิดประเทศ และยังเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ไปทิศทางเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆเติบโตไป

    “นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าเศรษฐกิจต้องเดินหน้าต่อ เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วจากที่มีวัคซีนเข้ามา จึงต้องต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่ทำไว้ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ลงทุนไปนับล้านล้านบาท ต้องทำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การนำนโยบายบีซีจีมาใช้ ตลอดจนนโยบายส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมและพัฒนาระบบการทำงานภาครัฐให้เร็วขึ้น ส่วนการช่วยเหลือภาคประชาชน ตลอด 18 เดือนที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมาตรการช่วยเหลือใช้เงินสูงถึง 1 ล้านล้านบาท และมีมาตรการที่ค้างอยู่พร้อมเติมเข้าไป”

    2 ปีโควิดเศรษฐกิจทรุด 2 ล้านล้านบาท

    ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายใต้หัวข้อ “สุขภาพเศรษฐกิจไทย เขียว เหลือง หรือแดง” ว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้เป็นสีเหลือง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจถูกกระทบไปแล้วร่วม 2 ล้านล้านบาท โดยปี 2563 ถูกกระทบ 1 ล้านล้านบาท และปี 2564 อีก 800,000-1 ล้านล้านบาท โดยภาคบริการและการบริโภคถูกกระทบหนัก มีเพียงภาคส่งออกที่ดีขึ้น โดยคาดว่า ตลอดปีนี้ส่งออกจะขยายตัว 12-14% เมื่อเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่าในปี 2565 รัฐบาลต้องกล้าๆหน่อย โดยตั้งเป้าทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 6-8%

    “รัฐบาลต้องใช้กระสุนทางการคลังเป็นเครื่องมือ ควรขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี เป็น 65-70% ของจีดีพี จึงจะทำให้เศรษฐกิจโตได้หลังเสียหายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้มีเงินเข้ามาเพิ่มเติมอีก 700,000-1.5 ล้านล้านบาท และในไตรมาสที่ 4 จะต้องอัดฉีดเงินเข้ามา 500,000 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2 ของปีหน้ารัฐควรจะอัดเงินเพิ่มอีก 500,000 ล้านบาท”

    นายสนั่น กล่าวฝากไปถึงภาครัฐด้วยว่า อะไรที่เอกชนเสนอไปขอให้รับเถอะ เอกชนไม่ประสงค์ไปแย่งซีน เช่นเรื่องเทคโนโลยี ขอให้รัฐบาลเปิดใจกว้าง โดยเฉพาะต้องปรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และแก้กฎระเบียบให้เร็วกว่านี้จะทำให้เศรษฐกิจเป็นสีเขียวได้เร็วที่สุด

    ชี้โอกาสรอดดันจีดีพีปีหน้าโต 7%

    ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจติดลบ 7% หากปี 2564 ขยายตัว 1% ก็เท่ากับยังติดลบอยู่ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เท่ากับเราโดนดองมา 2 ปี ฉะนั้น ถ้าปีหน้าโตได้ 7% เท่ากับต่อปีโตได้ 3% กว่า สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ ดูจากตัวเลขส่งออกตอนต้นปีไม่ได้คาดว่าจะดีขนาดนี้ และมีแนวโน้มโตต่อไปจากเศรษฐกิจโลกเปิดขึ้น และจีดีพีอยู่กับการส่งออก 70% ท่องเที่ยว 20% และเกษตร 10% เพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคท่องเที่ยวทำให้ทุกอย่างเป็นวิกฤติไปหมด และวัคซีนเราไม่ทันเพิ่งเข้ามา และการตรวจ ATK ด้วยตัวเองจึงสำคัญมาก เพราะจะสามารถแยกผู้ติดเชื้อได้ชัดเจน

    “การปิดประเทศและล็อกดาวน์ไม่ใช่เหตุให้การระบาดลดลง และทำให้เศรษฐกิจแย่ลง สำคัญตอนนี้คนหายป่วยมากขึ้น ทำให้รื้อฟื้นเศรษฐกิจกลับมาได้ น่าเห็นใจบริษัทขนาดเล็ก ไม่ใช่เขาปรับตัวไม่เร็ว แต่เขาไม่มีสภาพคล่อง ธนาคารไม่อัดฉีดแย่กันหมด ทั้งๆที่ตอนนี้ต้องอัดฉีดให้เขารอดก่อน โดยแม้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ยืดการชำระหนี้ออกไป แต่ไม่พอต้องหยุดคิดดอกเบี้ยด้วย และให้รัฐไปชดเชยให้ธนาคาร ขณะที่ธนาคารตอนนี้กำไรเยอะ เพราะต้นทุนถูกลง ดอกเบี้ยทั่วโลกถูกลง แต่มาคิดดอกเบี้ยลูกค้าเหมือนเดิม จากเดิมธนาคารต้นทุน 2% ตอนนี้ไม่ถึง 1% วงเงินหมื่นล้านเขาประหยัดได้พันล้าน ฉะนั้นตอนนี้ต้องมาช่วยกัน”

    ตลท.แนะลงทุนหุ้นยั่งยืนขึ้นสวนโควิด–19

    นายสุพันธุ์ ยังฝากรัฐบาลถึงการจัดหาวัคซีนว่าที่ผ่านมารัฐบาลพลาดมาแล้ว และได้พยายามแก้ปัญหา ซึ่งในเดือน ก.ย.-ต.ค.จะมีวัคซีนเข้ามา 50% แต่หากทำได้ 70% ของจำนวนที่จะเข้ามาในปีนี้ได้ยิ่งดี จะทำให้เปิดประเทศและเปิดเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ และควรเปลี่ยนตัวชี้วัดการทำงาน (KPI) ของผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูจีดีพีในพื้นที่ รายได้ในจังหวัดดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนสาธารณสุขก็สำคัญและทำได้ดีแล้ว แต่ถ้าไปเน้นเรื่องสาธารณสุขอย่างเดียว ผู้ว่าฯก็จะเน้นแต่เรื่องล็อกดาวน์

    ด้านนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สุขภาพการลงทุนไทยนั้น โดย 40-60% ซึ่งเป็นสีเขียวคือ ภาคส่งออกกำลังกลับมาปกติ ส่วนอีก 40-50% เป็นภาคบริการยังอยู่ในสีเหลืองและแดง โดยพบว่า บริษัทที่เป็นกลุ่มหุ้นยั่งยืน (Sustainability Investment) ให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นสูงกว่าปกติ และแข่งขันในตลาดโลกได้ ส่วนการลงทุนซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตลอดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ถูกกระทบมากนัก โดยในปี 2563 มีมูลค่าซื้อขายวันละ 68,000 ล้านบาท และปีนี้วันละ 93,000 ล้านบาท.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    จีดีพีสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์เศรษฐกิจไทยสนั่น อังอุบลกุลสุพันธุ์ มงคลสุธีภากร ปีตธวัชชัยเศรษฐกิจ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์