1 ก.ย.64 เริ่มเก็บภาษี e - Service คาดรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 5 พันล้าน

ข่าว

    1 ก.ย.64 เริ่มเก็บภาษี e - Service คาดรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 5 พันล้าน

    ไทยรัฐออนไลน์

    31 ส.ค. 2564 14:15 น.

    กรมสรรพากร เผยแพลตฟอร์มต่างชาติ ลงทะเบียนเสียภาษี e - Service มากกว่า 50 ราย หลังกฎหมายจะบังคับใช้ 1 ก.ย.64 คาดเก็บรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท

    เมื่อวันที่ 31 ส.ค.64 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้ลงนามกฎกระทรวงฉบับที่ 377 (พ.ศ.2564) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินงานในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e - Service) ของกรมสรรพากร โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ย.64

    โดยภาษี e - Service นี้ มีการดำเนินการในขั้นตอนของกฎหมายมากกว่า 2 ปี จนได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 64 และให้เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ย.64

    ทั้งนี้ กฎกระทรวงฯ จะกำหนดให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยและมีรายได้จากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือ VAT for Electronic Service (VES) บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมชำระภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 23 ในเดือนถัดไป

    ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการต่างประเทศลงทะเบียน เพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากรแล้วมากกว่า 50 ราย โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 60 กว่าประเทศทั่วโลกที่เริ่มเก็บภาษีประเภทนี้ 

    สำหรับธุรกิจที่ต้องมาจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษี แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายของออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ธุรกิจให้บริการโฆษณาออนไลน์ ธุรกิจให้บริการจองโรงแรม ที่พักและการเดินทาง ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ธุรกิจชมภาพยนตร์ ฟังเพลงออนไลน์ เกม รวมถึงแอปพลิเคชันต่างๆ

    ทั้งนี้ ภาษีอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการไทยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ แข่งขันอย่างเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจบริการออนไลน์ ต้องส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติไม่ต้องเสียภาษีในส่วนนี้ คาดว่าเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 65 และในอนาคตจะคำนวณเป็นภาษีใหม่ จากฐานข้อมูลรายได้ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ 

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กฎกระทรวงฯ ดังกล่าว กำหนดวิธีการดำเนินการจัดเก็บภาษี e - Service ตั้งแต่กระบวนการจดทะเบียนในระบบ VES การติดต่อระหว่างกรมสรรพากรและผู้ประกอบการจากต่างประเทศ การจัดทำ ส่ง รับ เก็บรักษาเอกสาร การยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านอินเทอร์เน็ต 

    ดังนั้น เมื่อผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม e - Service จากต่างประเทศ ที่จดทะเบียนตามกฎกระทรวงฯ จะชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในไทยที่ไม่ได้ จดทะเบียน VAT แต่สำหรับผู้ใช้บริการในไทยที่จดทะเบียน VAT อยู่แล้ว ให้ดำเนินการโดยยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ. 36 สามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรมาหักเป็นภาษีซื้อได้เช่นเดิม โดยผู้ประกอบการ e - Service จากต่างประเทศไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีและไม่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของกรมสรรพากร ระบุรายชื่อผู้ประกอบการต่างประเทศที่ลงทะเบียนเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 61 ราย ณ วันที่ 31 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่ามีแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Netflix Facebook Spotify Viu AGODA TIKTOK รวมอยู่ด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กรมสรรพากรภาษี e - Serviceกระทรวงการคลังอาคม เติมพิทยาไพสิฐเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 04:38 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์