อัดสินเชื่อเพิ่มช่วยเอสเอ็มอี-รายย่อย ธปท.เพิ่มวงเงินกู้สินเชื่อฟื้นฟู

ข่าว

    อัดสินเชื่อเพิ่มช่วยเอสเอ็มอี-รายย่อย ธปท.เพิ่มวงเงินกู้สินเชื่อฟื้นฟู

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    21 ส.ค. 2564 06:01 น.

    ธปท. ออก 2 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี–รายย่อยกู้เงินได้เพิ่มขึ้น จูงใจให้ปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ปรับเงื่อนไขสินเชื่อฟื้นฟูเฟส 2 เพิ่มวงเงินลูกหนี้เอสเอ็มอีรายใหม่–รายเล็กเป็น 50 ล้านบาท ส่วนมาตรการช่วยลูกหนี้รายย่อยให้คง วงเงินผ่อนขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ 5% และให้สินเชื่อเพิ่มเป็น 2 เท่าของรายได้ต่อถึงสิ้นปี 65 แถมเพิ่มวงเงินกู้ผ่านดิจิทัล จาก 2 หมื่นบาทเป็น 4 หมื่นบาท

    น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพิ่มเติมจากที่ออกมาในช่วงก่อนหน้า 2 มาตรการ คือ 1.การเติมสภาพคล่องหรือให้เงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อใหม่ต้องออกไปกู้หนี้นอกระบบ 2.การปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระหนี้ของรายย่อยโดยรวม

    มาตรการแรก คือ การเติมสภาพคล่องหรือให้สินเชื่อใหม่ จะประกอบด้วย 2 แนวทาง คือ แนวทางแรกเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี การปรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อให้ลูกหนี้เอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และในวงเงินสินเชื่อที่สูงขึ้น โดย กนส.ได้อนุมัติให้ ธปท.ปรับปรุงเงื่อนไขของสินเชื่อฟื้นฟูให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อในวงเงินที่สูงขึ้น และปรับปรุง ระบบค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมการรับประกันสินเชื่อ หลังจากที่คาดว่าเมื่อครบ 4 เดือนของการออกโครงการสินเชื่อฟื้นฟู หรือในช่วงต้นเดือนหน้า จะมียอดการปล่อยสินเชื่อได้ครบ 100,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายได้ เนื่องจากล่าสุด ณ วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา มียอดปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 92,316 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ภายในต้นเดือน ก.ย.นี้ ธปท.จะมีการออกประกาศเพื่อปรับปรุงเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู เฟส 2 ได้แก่ 1.ขยายวงเงินสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับลูกหนี้ใหม่ ซึ่งไม่เคยกู้เงินจากสถาบันการเงินมาก่อน จากเดิมให้กู้สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 50 ล้านบาท เพื่อให้เอสเอ็มอีได้รับวงเงินช่วยเหลือมากขึ้น 2.ในส่วนของ ลูกหนี้เก่า ซึ่งเดิมเป็นลูกหนี้ที่ได้รับวงเงินสินเชื่อน้อยไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย เมื่อเกณฑ์กำหนดให้ได้รับสินเชื่อไม่เกิน 30% ของวงเงินเดิม สินเชื่อที่ได้รับจึงไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงปรับเพิ่มวงเงินให้สินเชื่อเป็นสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท ขณะที่เอสเอ็มอีอื่นๆ จะได้รับสูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาท

    นอกจากนั้น ในส่วนของการปรับเงื่อนไขสินเชื่อฟื้นฟู จะมีการปรับความช่วยเหลือเพิ่มในส่วนของกระทรวงการคลัง โดยจะมีการออกประกาศกระทรวงในช่วงต้นเดือนหน้าเช่นกัน เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การค้ำประกันหนี้ โดยให้ปรับลดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในการขอสินเชื่อฟื้นฟู สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีสินเชื่อเดิมต่ำกว่า 5 ล้านบาท รวมทั้งปรับวิธีการชดเชยค่าธรรมเนียมค้ำประกัน ซึ่งเดิมรัฐจะช่วยค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 เดือนในช่วงท้ายๆ ของการผ่อนส่ง เป็นจ่ายช่วยเหลือทันทีในช่วง 2 เดือนแรก และในช่วงต่อไปจะมีการปรับสัดส่วนการค้ำประกันของเอสเอ็มอีเป็นรายตัว ตามความเสี่ยง ของลูกหนี้และทำให้ธนาคารพาณิชย์สบายใจที่จะปล่อยสินเชื่อมากขึ้นด้วย

    สำหรับแนวทางที่ 2 ของการช่วยเหลือเพิ่มวงเงินสินเชื่อ จะเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้รายย่อย ในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคล โดย ธปท.ได้ขยายระยะเวลาการลดวงเงินการผ่อนขั้นต่ำของสินเชื่อบัตรเครดิตไว้ที่ 5% ของยอดสินเชื่อต่อไปอีก 1 ปี รวมถึงคงวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์จะให้กับลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มเติมได้ไว้ที่ 2 เท่าของรายได้ ในส่วนของลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือนต่อไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.65 เช่นกัน เพื่อให้ลูกหนี้ยังคงมีวงเงินฉุกเฉินสำหรับการใช้จ่าย นอกจากนั้นยังได้เพิ่มวงเงินการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดิจิทัล จากเดิมที่อนุมัติได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ผ่อนชำระคืนภายใน 6 เดือนเป็นให้วงเงินสูงสุดได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อราย ขยายการผ่อนชำระเป็น 12 เดือน

    น.ส.สุวรรณี กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการให้สินเชื่อเพิ่ม มาตรการที่ 2 ที่ ธปท.ได้อนุมัติ คือ การผ่อนคลายเกณฑ์ในการปรับโครงสร้างหนี้ และการเพิ่มเม็ดเงินให้กับสถาบันการเงิน เพื่อให้เกิดการเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว โดยจะไม่มีการต่ออายุมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไป 2 เดือนเพิ่มเติม โดยเกณฑ์ที่ลดหย่อนต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.ต่ออายุการจัดชั้นหนี้ไว้ระดับเดิมชั่วคราวสำหรับลูกหนี้เอสเอ็มอี และรายย่อยที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จนถึง 31 มี.ค.65 และให้ใช้การจัดชั้นหนี้และสำรองหนี้อย่างยืดหยุ่นต่อเนื่องได้ถึงสิ้นปี 65 และเพื่อเป็นการจูงใจ และส่งผ่านเม็ดเงินจาก ธปท.ไปยังสถาบันการเงินในการปรับโครงสร้างหนี้ ธปท.ให้ขยายการลดการนำส่งเงินสบทบให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไว้ที่ 0.23% ไปอีก 1 ปีจนถึงสิ้นปี 65.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เอสเอ็มอีSMEsธปท.ปรับโครงสร้างหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตสุวรรณี เจษฎาศักดิ์เศรษฐกิจข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 21:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์