ศูนย์การค้าขอเปิด 3 ธุรกิจ เผยโรงแรมไทย 23% อยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน

ข่าว

    ศูนย์การค้าขอเปิด 3 ธุรกิจ เผยโรงแรมไทย 23% อยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    12 ส.ค. 2564 05:45 น.

    ระบุโรงแรมในไทย 23% เหลือสภาพคล่องอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน และมี 21.7% ปิดกิจการชั่วคราว ขณะที่ 56.9% ที่เปิดบริการมีรายได้ไม่ถึง 10% จากก่อนโควิด ส่วนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เป็นไปตามคาด ขณะที่สมุย พลัส แย่กว่าที่คิด ด้านศูนย์การค้าเสนอรัฐทบทวนผ่อนปรนให้เปิดธนาคารและธุรกิจสื่อสาร ไอที และร้านเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นในศูนย์การค้า เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกประชาชน

    นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ผลการสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม” ประจำเดือน ก.ค.2564 จัดทำโดยสมาคมฯร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีโรงแรมตอบแบบสำรวจ 304 แห่ง โดยเป็นโรงแรมสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine : ASQ) 28 แห่ง และฮอสพิเทล 4 แห่ง ระหว่างวันที่ 13-26 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการที่พักแรมได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอก 4 อย่างต่อเนื่อง อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลให้เกือบ 60% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่มีสภาพคล่องลดลงจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

    “ส่วนใหญ่ที่เปิดกิจการในเดือน ก.ค.มีสภาพคล่องลดลงกว่า 20% จากเดือน มิ.ย. และมีสภาพคล่องเพียงพอไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้กลุ่มที่มีสภาพคล่องเพียงพอไม่ถึง 1 เดือน พบว่า มีสัดส่วนค่อนข้างสูงถึง 23% กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค สำหรับกลุ่มที่มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย. เกือบทั้งหมดเป็นโรงแรมในภูเก็ตที่มีการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รับนักท่องเที่ยวต่างชาติและมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 20% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างมาก”

    สำหรับการสำรวจสถานะกิจการของผู้ประกอบการ 272 แห่ง (ไม่รวม ASQ และฮอส-
    พิเทล) มีโรงแรมเพียง 40.1% ที่ยังเปิดกิจการปกติ ที่เหลือ 38.2% เปิดกิจการเพียงบางส่วน และอีกกว่า 21.7% ที่ยังปิดกิจการชั่วคราว โดยสัดส่วนของโรงแรมที่ปิดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.เล็กน้อย 2.2% ทั้งนี้โรงแรมที่ปิดกิจการชั่วคราวกว่า 56% คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการภายในไตรมาส 3 นี้มีเพียง 12% ถือว่าลดลงค่อนข้างมากจากการสำรวจในเดือน มิ.ย.ที่ 26% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น

    ด้านสถานการณ์รายได้เดือน ก.ค.พบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ยังมีรายได้อยู่ในระดับต่ำ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 56.9% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ทั้งหมดมีรายได้กลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ส่วนโรงแรมที่มีรายได้ที่ระดับ 11-30% มีสัดส่วน 18.3%, โรงแรมที่มีรายได้ระดับ 31-50% มีสัดส่วน 3.6%, โรงแรมที่มีรายได้ระดับ 51-70% มีสัดส่วน 7.1% และโรงแรมที่มีรายได้ระดับมากกว่า 70% มีสัดส่วน 14.2%

    สำหรับอัตราการเข้าพักเดือน ก.ค. เฉลี่ยยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 10% ทรงตัวจากเดือนก่อน เนื่องจากการเข้าพักที่ปรับเพิ่มขึ้นของโรงแรมในภาคใต้ โดยเฉพาะภูเก็ตในโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เป็นสำคัญ ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลางยังมีการเข้าพักลดลงต่อเนื่อง โดยโรงแรมส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า สถานการณ์ในเดือน ส.ค.นี้ จะปรับแย่ลงจากเดือน ก.ค. โดยคาดการณ์อัตราเข้าพักเฉลี่ยต่ำกว่า 10% ในทุกภาค รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 8% และต่ำสุดคือภาคเหนืออยู่ที่ 4% เท่านั้น

    ด้านนายนพพร วิฑูรชาติ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าวว่า จากปัญหาความแออัดในการให้บริการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีลูกค้าต่อคิวใช้บริการธนาคารเป็นจำนวนมาก สมาคมฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และมุ่งมั่นลดความแออัดในการใช้บริการให้ประชาชน จึงขอเสนอภาครัฐให้ทบทวนการเปิดให้บริการ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธนาคาร ธุรกิจสื่อสาร และร้านเบ็ดเตล็ดรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ในศูนย์การค้าโดยได้กำหนดแผนแม่บท ‘มาตรการธนาคาร และธุรกิจสื่อสารสะอาด มั่นใจ’ กว่า 26 ข้อปฏิบัติ ที่มีความเข้มข้นเป็นพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวก ลดความแออัด และลดเวลาการใช้บริการของประชาชน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธุรกิจโรงแรมศูนย์การค้าสภาพคล่องมาริสา สุโกศล หนุนภักดีนพพร วิฑูรชาติภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์Phuket Sandboxภูเก็ต sandboxสมุยเศรษฐกิจข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 11:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์