ผ่าตัดกฎหมายฟื้นฟูประเทศ ดึงท่องเที่ยว-อสังหาริมทรัพย์ ฝ่าพิษโควิด

ข่าว

ผ่าตัดกฎหมายฟื้นฟูประเทศ ดึงท่องเที่ยว-อสังหาริมทรัพย์ ฝ่าพิษโควิด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

29 ก.ค. 2564 07:01 น.

“กอบศักดิ์” เปิดยุทธศาสตร์ 3 แผน ช่วยเหลือธุรกิจหลังยุคโควิด–19 ลงมือกิโยตินกฎระเบียบ กฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการทำธุรกิจ ปักหมุดกระชับพื้นที่ในธุรกิจท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ที่เสียหายมีโอกาสกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เผยนำอุปสรรค 1,000 ข้อส่งให้หน่วยราชการยอมแก้ไขแล้ว 200–300 ข้อ เฉพาะตรงนี้ประหยัดเงินได้ถึง 30,000 ล้านบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน (คณะกรรมการกิโยติน) ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการที่ปรึกษา เพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ว่า คณะอนุกรรมการฯได้เดินหน้าสะสางกฎหมาย กฎระเบียบทางราชการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการทำธุรกิจ เป็น 3 รูปแบบ เพื่อลดภาระและระยะเวลา โดยรูปแบบแรกให้ระดับหน่วยราชการช่วยกันพิจารณาว่าอะไรที่แก้ไขได้ (bottom up) รูปแบบที่ 2 คณะกรรมการจะเป็นผู้คิดลงไป (top down) และรูปแบบที่ 3 เป็น Game changer ปรับแผนใหม่ ให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

ผ่าตัดกฎหมายลดต้นทุนทำธุรกิจ

“กฎหมายยิ่งนานวันก็ยิ่งสะสมขึ้นมา และเมื่อสะสมขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เกิดภาระของประชาชนและเอกชนที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆและทำให้เป็นต้นทุนในการทำธุรกิจอย่างยิ่ง ถ้าเราอยากจะก้าวไปข้างหน้าก็ต้องสะสางกฎหมายที่จะช่วยลดภาระและประหยัดเงินได้มาก”

สำหรับการทำงานในรูปแบบแรกได้ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รวบรวมข้อเสนอที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน รวม 1,000 กระบวนงาน ซึ่งได้ส่งให้กระทรวงทบวงกรมต่างๆเรียบร้อยแล้ว ได้รับคำตอบมา 50% แล้วว่าเรื่องใดเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ในจำนวนที่ตอบมา 30% เห็นด้วยที่จะทำโครงการ “ลด เลิก ละ เพื่อประชาชน” ในโครงการนี้จะทำ “5 ส” กฎระเบียบของประเทศไทยให้ได้ เหมือนโต๊ะทำงานที่สะสมเอกสารจำนวนมาก การสะสางก็ต้องให้เจ้าของโต๊ะเป็นคนทำ ซึ่งกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคหลายเรื่องไม่ได้อยู่ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่อยู่ในกฎหมายลูก กฎกระทรวง คำสั่งอธิบดี พวกนี้แก้ไขได้ทันที ไม่ต้องเข้าสภาฯ แต่ต้องหาทางให้ข้าราชการเห็นด้วย (bottom up) หากได้ 20-30% ก็ได้ 200-300 ข้อแล้ว ข้อหนึ่งประหยัดได้ 100 ล้านบาท ก็ประหยัดได้ 30,000 ล้านบาทแล้ว

ขณะเดียวกัน ในรูปแบบที่สอง top down เป็นเรื่องที่คณะกรรมการทำให้ เนื่องจากบางเรื่องข้าราชการอยากแก้ไข แต่เกินอำนาจต้องอาศัยการร่วมมือระหว่างหน่วยงานมีเป้าหมายที่จะช่วยธุรกิจ ที่มีปัญหาจากการเกิดการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ประกอบด้วย

1.การแก้ไขกฎเกณฑ์ เพื่อให้ภาคท่องเที่ยวเดินไปข้างหน้าได้ เช่น โฮมสเตย์ โฮสเทล บูติกโฮเต็ล จะพบว่าโรงแรมในประเทศไทยผิดกฎหมายอยู่ครึ่งหนึ่ง เพราะใน พ.ร.บ.โรงแรม มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะพื้นที่ อาคาร ที่กลุ่มนี้เข้าไม่ได้ แต่ยุคสมัยนี้เปลี่ยนไป

ท่องเที่ยวแบบใหม่ขับเคลื่อนประเทศ

ล่าสุดมีความคืบหน้าที่กรมโยธาธิการรับทำให้ ต่อไปก็จะถูกกฎหมาย ขณะเดียวกันได้เตรียมเปลี่ยนโรงแรมที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นอาคารอื่นๆให้ง่ายขึ้น ประเด็นต่อมาจะให้มีมัคคุเทศก์ภาษาต่างประเทศที่ประเทศไทยไม่มีเข้ามาทำงานได้ รวมทั้งธุรกิจสุขภาพ โยคะ สปา แบบชีวาสมเดิมต้องขอใบอนุญาต 3 อย่าง ก็จะแก้ไขให้เป็นขอใบอนุญาตฉบับเดียว รวมทั้งธุรกิจไมซ์ (ประชุมสัมมนา นิทรรศการ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล) เวลานำเข้าสิ่งของเพื่อมาจัดงานเอ็กซ์โปได้รับการอนุญาตพิเศษ และจะทำการให้วีซ่าลองสเตย์ ผู้สูงอายุชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุในไทยได้ระยะยาว จากต้องต่ออายุวีซ่าทุกปี เป็นต่อทุก 5 ปี และให้ทำงานอาสาสมัครได้

2.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะทำให้ใบอนุญาตก่อสร้างที่จะหมดอายุได้รับการต่ออายุโดยอัตโนมัติได้เสนอนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และเพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังซื้อลดลงไป ด้วยการให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย สามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย แทนการนำเงินมาจากต่างประเทศเข้ามาซื้อ 100% ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมที่ดินจะแก้ไขกฎเกณฑ์ให้ภายใน 1 เดือนอาจจะเสนอได้ รวมทั้งแก้ไขเรื่องการเช่า (ลีสโฮลด์) บ้านและคอนโดมิเนียม จากปัจจุบัน 30 ปี เป็น 50 ปีสำหรับคนไทย ซึ่งปัจจุบันทำได้ในอาคารพาณิชย์ อาคารอุตสาหกรรม

“ทั้งหมดที่คิดคืออยากให้เปิดประเทศแล้วไปได้ และเป็นเครื่องจักรใหม่ของเศรษฐกิจไทยภายใต้การท่องเที่ยวแบบใหม่และให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เสียหายไป กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้”

รับฟังข้อเสนอ 10 เอกอัครราชทูต

นอกจากนี้ มีข้อเสนอของเอกอัครราชทูต 10 ประเทศเสนอการเข้าเมืองอย่างง่าย (Ease of entry) ซึ่งมีกฎเกณฑ์เรื่องการนำต่างชาติ เข้ามา 1 คน จะต้องมีคนไทยทำงานอย่างน้อย 4 คน และต้องนำเงินเข้ามา 20 ล้านบาทถึงจะเพิ่มได้อีก 1 คน ทั้งสองกฎเกณฑ์ทำให้มีปัญหานำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาในไทย และหลังวิกฤติโควิด-19 ไทยต้องการเป็นศูนย์กลาง การทำธุรกิจนานาชาติ ต้องการให้สำนักงานใหญ่ของบริษัทต่างชาติ (National headquarters) มาตั้งในไทยก็ต้องแก้ไขกฎเกณฑ์เรื่องการเข้ามาทำธุรกิจในไทยให้ง่ายขึ้น ซึ่งหารือกันในคณะกรรมการ ที่นายบวรศักดิ์ เป็นประธานแล้ว

สุดท้ายคือ Game changer การปรับแผนใหม่ให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เช่น เรื่องของการขอใบอนุญาตการทำธุรกิจมีแนวคิดให้ต่อไปผู้ที่ต้องการทำธุรกิจ ให้ทำได้เลย โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ระหว่างที่เริ่มธุรกิจแล้วให้ทำเรื่องขอใบอนุญาตไปด้วย หากทำธุรกิจไม่สำเร็จก็ไม่ต้องขอใบอนุญาต ขณะที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังปรับให้การขอใบอนุญาตแค่ใบเดียว โดยกำลังเตรียมก็มีแบบฟอร์มเดียว กรอกเอกสารเพียงชุดเดียว ขณะที่นายบวรศักดิ์ กำลังทำร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกสำหรับการทำธุรกิจ ขึ้นมาใหม่ด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟื้นฟูประเทศธุรกิจท่องเที่ยวกอบศักดิ์ ภูตระกูลทีดีอาร์ไอท่องเที่ยวธปท.ข่าววันนี้เศรษฐกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 21:00 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์