ไลฟ์สไตล์
100 year

สรุปรวมมาตรการเยียวยาประชาชน ปล่อยสินเชื่อสู้โควิด รายละหมื่น

ไทยรัฐออนไลน์
5 พ.ค. 2564 16:48 น.
SHARE

สรุปรวมมาตรการ รัฐบาลต่อยอดโครงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด เรื่องใดบ้าง รวมถึงมาตรการหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

วันที่ 5 พ.ค. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. โดยระบุถึงมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า รัฐบาลได้ออกนโยบายที่ดูแลทั้งประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการรายย่อย รวมประมาณ 6 แสนล้านบาท ซึ่งวันนี้ ครม.ได้มีมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมออกมา

โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า วันนี้กระทรวงการคลังได้นำเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชน มาตรการที่ 1 จะเป็นเรื่องสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ดำเนินการโดย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ที่จะให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าไปขอสินเชื่อได้รายละ 10,000 บาท ระยะเวลาในการกู้ไม่เกิน 3 ปี และปลอดชำระเงินต้น และดอกเบี้ย 6 งวดแรก อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน

โดยทั้ง 2 ธนาคารจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากมากไปหาน้อย ระยะเวลาดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่ที่ ครม.มีมติเห็นชอบไปจนถึง 31 ธ.ค.64 

มาตรการที่ 2 เป็นเรื่องมาตรการพักชำระหนี้ในสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยมอบหมายให้สถาบันการเงินขยายเวลาการพักชำระหนี้ไปจนถึง 31 ธ.ค.64 โดยเป็นไปตามความสมัครใจของลูกค้าธนาคาร ในเรื่องนี้กระทรวงการคลังได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ ในการที่จะร่วมกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องของมาตรการพักชำระหนี้ทั้งหมด

มาตรการที่ 3 มาตรการที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ โครงการเราชนะ จะเป็นการขยายเวลาในการที่จะช่วยเหลือประชาชนสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์อยู่แล้ว โดยจะต่อไปให้อีกจนถึง มิ.ย. โดยให้เงินเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 สัปดาห์ ซึ่ง กระทรวงการคลังจะได้เสนอต่อ ครม.ในสัปดาห์หน้า

มาตรการที่ 4 มาตรการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่าดำเนินการ ส่วนของมาตรการทางภาษี ยังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับปี 64, การขยายกำหนดเวลาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับปี 64, มาตรการในเรื่องการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม สำหรับที่อยู่อาศัย, การขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ขยายให้ถึงเดือน มิ.ย., การขยายเวลาชำระภาษีเงินได้ของนิติบุคคล ถึงเดือน มิ.ย., การขยายเวลาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งเป็นการช่วยสายการบินที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด, ยกเว้นภาษีศุลกากรของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ หรือวินิจฉัยเกี่ยวกับโควิด



นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะเร่งด่วน เป็นมาตรการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ของประชาชนในช่วงที่จะมีการปฏิบัติงานที่บ้าน ในช่วง 2 เดือน คือ เดือน พ.ค. และ มิ.ย. 

ในส่วนของค่าไฟ จะเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟในส่วนของที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก ที่ใช้ไฟในเดือน เม.ย. ไม่เกิน 150 หน่วย ได้รับค่าไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก สำหรับที่อยู่อาศัยที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วย มีการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า หรือเท่ากับหน่วยประจำเดือน เม.ย. (เดือนฐาน) ก็ให้คิดหน่วยไฟฟ้าตามการใช้จริง แต่หากเป็นกรณีการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนที่ได้รับสิทธิ มีจำนวนหน่วยมากกว่าเดือน เม.ย. (เดือนฐาน) ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้า ก่อนการคำนวณแวต ในรอบบิลเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 

สำหรับค่าน้ำประปา จะมีการลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ 10 ในส่วนของบ้านที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก 

อีกส่วนหนึ่งนอกจากโครงการเราชนะ จะมีอีกโครงการคือ โครงการ ม.33 เรารักกัน จะเป็นการให้เงินเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 สัปดาห์  มีระยะเวลาสิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่ 30 มิ.ย.64 คาดว่าหน่วยงานจะนำเสนอตามขั้นตอนและเข้าสู่ ครม.ในสัปดาห์หน้า

สำหรับมาตรการระยะที่ 2 ที่คาดว่าจะดำเนินการหลังจากที่สถานการณ์ของการระบาดคลี่คลายลง และสถานการณ์มีความเหมาะสม จะประกอบไปด้วย 4 โครงการ

1. เพิ่มกำลังซื้อ สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการเพิ่มค่าครองชีพอีกเดือนละ 200 บาทให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ถือบัตร 13.65 ล้านคน โดยจะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มกรกฎาคม – ธันวาคม 2564

2. โครงการสำหรับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ในการลดค่าครองชีพ ซึ่งจะเพิ่มเงินสนับสนุนค่าครองชีพอีกเดือนละ 200 บาท โดยจะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มกรกฎาคม – ธันวาคม 2564

3. โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 150 บาท ต่อคน ต่อวัน แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งจะครอบคลุม 31 ล้านคน โดยจะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป มีระยะเวลาสิ้นสุดโครงการคือ ธ.ค.64 

4. โครงการที่พุ่งเป้าไปยังผู้มีรายได้สูง คือ โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ เป็นการให้อีวอยเชอร์สำหรับการใช้จ่าย ในเบื้องต้นคาดว่าจะไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยจะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ในช่วงเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2564 

นอกจากนี้ ยังมีการเลื่อนเวลาโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย ออกไปก่อน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เราชนะม.33 เรารักกันคนละครึ่งลดค่าไฟลดค่าน้ำพักชำระหนี้สินเชื่อ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 13:40 น.