ไลฟ์สไตล์
100 year

40 ซีอีโอช่วยรัฐจัดการวัคซีน เป้าหมายสิ้นปีฉีดคนกรุง 70%

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
21 เม.ย. 2564 06:50 น.
SHARE

40 ซีอีโอประสานเสียงไทยฉีดวัคซีนล่าช้ามาก ร่วมหอการค้าจัด 4 ทีมสนับสนุนรัฐรอบด้าน ตั้งเป้าฉีด 70% ของคนกรุงภายในปีนี้ ประเมินต้องจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มอีก 30 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งหมดพบซีอีโอพร้อมควักกระเป๋าซื้อวัคซีนฉีดมาให้พนักงานร่วม 1 ล้านคน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประชุมระหว่างหอการค้าไทยกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทใหญ่กว่า 40 บริษัท จากทุกกลุ่มธุรกิจของไทย ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของภาคเอกชน โดยภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า การฉีดวัคซีนของไทยยังล่าช้ามากสำหรับการเปิดประเทศ เพราะฉีดได้เพียง 0.4% ของประชากรเท่านั้น ถ้าจะเปิดประเทศ ต้องฉีดให้ได้ถึง 70% ภาครัฐจำเป็นต้องจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับทุกคน ดังนั้น ซีอีโอทุกท่านพร้อมช่วยภาครัฐ ส่วนหอการค้าไทยจะเป็นตัวกลางเชื่อมการทำงานของทุกภาคส่วน (Connect the dots) เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทย

ข่าวแนะนำ

สำหรับวัคซีนลอตใหญ่ที่จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ ควรต้องมีการวางแผนการกระจายวัคซีนให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นหอการค้าไทยและเครือข่ายภาคเอกชน จะช่วยสนับสนุนภาครัฐในการกระจายวัคซีนที่รัฐจัดซื้อมา ให้มีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากที่สุด โดยเริ่มที่กรุงเทพฯก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ “หอการค้าไทยตั้งเป้าว่าภายในปี 64 ต้องบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ 70% โดยบุคลากรทางการแพทย์ ต้องได้รับการฉีดทั้งหมด 100% ภายในสิ้น มิ.ย.นี้ ส่วนการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ ต้องให้ได้อย่างน้อย 50,000 โดสต่อวัน”

นายสนั่นกล่าวต่อว่า หอการค้าไทย และเครือข่าย ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 4 ทีม เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนของภาครัฐ ได้แก่ 1. ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน โดยจะช่วยสนับสนุน สถานที่ บุคลากร อาสาสมัคร และอุปกรณ์ IT ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งตอนนี้ได้ลงพื้นที่สำรวจร่วมกับ กทม. แล้ว ในระยะแรกจะจัดหาพื้นที่ 10 แห่งใน กทม. เช่น สถานที่ของกลุ่มเซ็นทรัล, เอสซีจี, เดอะมอลล์, สยามพิวรรธน์, เอเชียทีค, โลตัส, บิ๊กซี, ทรูดิจิตัลพาร์ค เป็นต้น โดยจะสรุปพื้นที่ชัดเจนร่วมกับ กทม.ภายในวันที่ 27 เม.ย.นี้ และในระยะถัดไป จะเพิ่มพื้นที่จัดทำหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน

ส่วนทีม 2 คือ ทีมการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและมาฉีดวัคซีน เพราะปัจจุบันหลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องการฉีด ยังไม่ยอมฉีด ทีมที่ 3 คือ ทีมเทคโนโลยีและระบบ ปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนฉีดวัคซีนของประชาชน 4. ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยจะสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

“โรงพยาบาลเอกชน ประเมินว่า ยังต้องการวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมอีก 30 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศ โดยมีทั้ง 1.โมเดอร์นา และไฟเซอร์ ของสหรัฐฯ 2.ซิโนฟาร์ม และแคนซิโน ของจีน 3.โคแวกซีนของอินเดีย และ 4.สปุตนิก วี ของรัสเซีย ซึ่งภาคเอกชนพร้อมจะซื้อมาฉีดให้กับพนักงานเอง จากการสำรวจความ ต้องการของบริษัทต่างๆ พบว่าบริษัทจำนวนมากต้องการซื้อมาฉีดให้พนัก– งานเอง รวมๆพนักงานแล้วเกือบ 1 ล้านคน ซึ่งจะทำให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลได้”

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหาร (บอร์ดส.อ.ท.) เสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาลประกอบด้วย 1. เสนอให้ภาครัฐเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีน ซึ่งจะช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ 2. จัดอบรมนักศึกษาแพทย์ / เภสัชกร ให้สามารถฉีดวัคซีนและสังเกตอาการก่อนฉีดและหลังฉีดได้ รวมทั้งเพิ่มสถานที่ในการฉีดวัคซีน เช่น ปั๊มน้ำมันบางจากทั่วประเทศ, โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 3. เสนอจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาแผนการกระจายวัคซีน 4. จัดทำแพลตฟอร์มวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อใช้สำหรับการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดวัคซีนวัคซีนโควิดวัคซีนทางเลือกนำเข้าวัคซีนโควิดซีอีโอจัดหาวัคซีนโควิด-19หอการค้าไทยข่าวเศรษฐกิจข่าววันนี้ข่าวรัชกาลที่9

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:33 น.