กว่าจะมีวันนี้ "ส.ขอนแก่น" ฝ่าทุกวิกฤติ สู้จนแบรนด์ติดตลาด ได้กำไรมหาศาล

ข่าว

กว่าจะมีวันนี้ "ส.ขอนแก่น" ฝ่าทุกวิกฤติ สู้จนแบรนด์ติดตลาด ได้กำไรมหาศาล

ไทยรัฐออนไลน์

1 เม.ย. 2564 16:59 น.

กว่าจะมีวันนี้ "คุณเจริญ" CEO ผู้ก่อตั้งบริษัท "ส.ขอนแก่น" เผยชีวิตช่วงฝ่าทุกวิกฤติ เคยขาดทุนหลักร้อยล้านช่วงข้ามคืน แต่ไม่ท้อจนนำแบรนด์ติดตลาดมานาน 40 ปี พร้อมฝากเคล็ดลับให้คนรุ่นใหม่

วันที่ 1 เมษายน 2564 รายการ "เศรษฐีป้ายแดง" ทางช่องไทยรัฐทีวี 32 พาไปพูดคุยกับ คุณเจริญ รุจิราโสภณ CEO ผู้ก่อตั้งบริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอาหารแปรรูปหลากหลายชนิด อาทิ ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจฟาร์มหมู โดยมียอดขายต่อปีอยู่ที่ 2,700 ล้านบาท

คุณเจริญ เล่าว่า ส.ขอนแก่น เริ่มต้นจากนำสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดขอนแก่นมาขายที่กรุงเทพฯ ก่อนกระจายไปขายทั่วประเทศ โดยเติบโตจากธุรกิจแปรรูปเนื้อหมูสู่อาหารพื้นเมือง จนแบรนด์ติดตลาดมาแล้วกว่า 40 ปี โดยปัจจุบัน ส.ขอนแก่น ทำสินค้ามากกว่าส่งซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

แต่สมัยก่อนชีวิตวัยเด็กลำบากมาก ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน เพราะสมัยก่อนคนจีนอพยพมาไทยเยอะมาก บริษัทเราในตอนนั้นเป็นตัวกลางระหว่างคนไทยเดินทางไปจีน และคนจีนเดินทางมาไทย แต่ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นระบบคอมมิวนิสต์ เขาก็ตัดสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย เราเลยหมดอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่มีแม้กระทั่งบ้าน ต้องไปขอเขาอยู่

ตอนนั้นได้เรียนที่โรงเรียนรัฐบาล เราเรียนช่วงบ่าย ช่วงเช้าก็ต้องไปตระเวนหาสินค้าไปขาย พออายุ 13 ปี เริ่มอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะจำภาพพ่อลำบากในตอนนั้นได้ จึงคิดอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ช่วงเรียนจบเคยไปทำงานบริษัทมาก่อน 5 ปี เปลี่ยนไป 6 บริษัท โดยงานไหนถ้ามีหนทางให้เราตั้งตัวเป็นเถ้าแก่ได้ เราก็จะทำ แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็จะเปลี่ยนงานทันที โดยเริ่มทำงานบริษัทจำพวกเครื่องจักรอาหาร เพื่อเป็นเซลส์แมนได้ 3 ปี จนคิดว่าพอแล้ว จากนั้นก็ไปอยู่บริษัทต่างประเทศทำเรื่องเอ็กซ์พอร์ตได้ประมาณ 2 ปี จนไปทำอยู่ที่ CP ได้ 10 ปี กระทั่งตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เพราะเคยฝันไว้ว่าอยากเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อได้ประสบการณ์มาแล้วจึงออกมาสร้างตัว

ทั้งนี้ แนะนำคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องเลือกสินค้า ต้องมีวิสัยทัศน์ในการมองธุรกิจว่าสินค้าตัวนี้ทำแล้วโตได้ไหม ต้องรู้จักว่าคนไทยชอบบริโภคอะไร อย่างเช่น หมูยอ, หมูหยอง, กุนเชียง ของเรามีคนรับประทานทั้งประเทศ เชื่อว่ามีโอกาสเติบโตแน่นอน

นอกจากนี้ ยังเคยเจอวิกฤติ ขาดทุนเป็นร้อยล้าน ตอนแรกไม่มีทุน จึงนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นมหาชน ตอนนั้นไปตั้งบริษัทในประเทศจีน เพราะเขาชอบกินหมูหยอง กุนเชียง แต่ต้นทุนของเราเท่ากับราคาขายปลีกประเทศเขา เป็นสิ่งที่เรามองพลาด จนวิกฤติปี 2540 เพียงข้ามคืนขาดทุนเป็นร้อยล้าน

ฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า ต้องรู้จริง ถ้ารู้ไม่รู้จริงอย่าริ ไม่งั้นจะเจอบทเรียน คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะลิขิตชีวิตเราได้ ในเมื่อมีเป้าหมายชีวิต ถ้าเราพยายามทำ ไม่มีสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อุปสรรคและปัญหามันมีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีเอาไว้ให้กังวัล เมื่อเจอปัญหาให้ตั้งสติวิเคราะห์แล้วหาคำตอบ.

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    แม่แตงโม-ส.ส.เต้ แถลงคดี "แตงโม นิดา" มั่นใจเป็นฆาตกรรมอำพราง
    08:33

    แม่แตงโม-ส.ส.เต้ แถลงคดี "แตงโม นิดา" มั่นใจเป็นฆาตกรรมอำพราง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 07:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์