แบงก์ชาติเตรียมปรับจีดีพีใหม่ ศก.ดีขึ้นติดลบน้อยกว่าเดิม

ข่าว

แบงก์ชาติเตรียมปรับจีดีพีใหม่ ศก.ดีขึ้นติดลบน้อยกว่าเดิม

ลม เปลี่ยนทิศ

    4 ส.ค. 2563 05:01 น.

    วันนี้ไทยยังคุม ไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง มีแต่ผู้ติดเชื้อนำเข้า ประเทศเพื่อนบ้าน “ดีแตก” กันหมดแล้ว เวียดนาม กลับมาระบาดรอบสองหลังไม่พบผู้ติดเชื้อร่วม 100 วัน คราวนี้เป็นเชื้อไวรัสในประเทศเวียดนามเอง สองวันพบผู้ติดเชื้อใหม่ 94 ราย เสียชีวิต 2 ราย มีศูนย์กลางการระบาดที่ “ดานัง” เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของเวียดนาม เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ล้วนกลับมาระบาดใหม่หมดแล้ว

    ผมหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าศูนย์ ศบค. จะไม่ใจอ่อนรีบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อหวังรายได้ อาจได้ไม่คุ้มค่าเสีย

    แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 100% แต่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิถุนายนก็ยังดีขึ้น คุณดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เริ่มเห็นกิจกรรมจากการเปิดเมืองมากขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ดัชนีชี้วัดต่างๆปรับตัวดีขึ้น ผลจากการผ่อนคลายล็อกดาวน์สะท้อนจาก การส่งออกเดือนมิถุนายนติดลบน้อยลง –18.4% เทียบกับเดือนพฤษภาคม –29% ดีขึ้นกว่า 10% เลยทีเดียว การบริโภคภาคเอกชนเดือนมิถุนายนก็ติดลบน้อยลง -4.7% เทียบกับเดือนพฤษภาคม –11.5% สะท้อนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตดีขึ้น ภาคการเกษตรก็ดีขึ้น เดือนมิถุนายน –1.9% เทียบกับเดือนพฤษภาคม –3.2%

    การลงทุนภาคเอกชนก็ดีขึ้น การลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ดีขึ้น ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศดีขึ้น การนำเข้าสินค้าทุนดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวถึง 27.9% ที่เห็นชัดเจนก็คือ ยอดจำหน่ายรถกระบะ รถยนต์นั่งดีขึ้น ร้านอาหาร ศูนย์การค้าในประเทศดีขึ้นหมด ร้านอาหารชื่อดังต้องจองล่วงหน้า โรงแรมหัวหินเต็มทุกวีกเอนด์ นี่คือเรื่องจริง

    คุณดอน กล่าวว่า ธปท.จะปรับประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่เดือนกันยายน หากเครื่องชี้วัดต่างๆ ยังคงมีแนวโน้มดีขึ้น หรือหดตัวน้อยลง และไม่มีการล็อกดาวน์อีก ธปท.จะปรับจีดีพีปีนี้หดตัวน้อยกว่าเดิมที่คาดไว้-8.1% แต่ถ้าระบาดซ้ำและมีการล็อกดาวน์ เศรษฐกิจอาจหดตัวมากขึ้นได้ ตรงนี้จึงเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ผมพยายามเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า การ์ดอย่าตก อย่าเห็นแก่รายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติมากเกินไป จนนำเข้าเชื้อโควิด-19 เข้ามาระบาดรอบ 2 คราวนี้เอาไม่อยู่แน่นอน

    ผมไปดู รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2562 พบว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 1.93 ล้านล้านบาท คิดเป็น 11.6% ของจีดีพี และ รายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 1.08 ล้านล้านบาท คิดเป็น 6.5% ของจีพีดี ผมจึงคิดว่าเราควรจะ “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ดีกว่า ไม่ควรรีบเปิดประเทศให้โอกาสเชื้อโควิด-19 เข้าประเทศ ข้อมูลระบุด้วยว่า จังหวัดมีรายได้สูงสุดจากการท่องเที่ยวปี 2562 หลักๆ 4 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ถ้าเยียวยาการท่องเที่ยวก็เยียวยาจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ส่วนอีก 70 กว่าจังหวัด ให้เยียวยาฟื้นฟูไปตามสภาพเศรษฐกิจจริงของแต่ละจังหวัด จะได้ผลมากกว่าเหวี่ยงแห

    รัฐบาลคุยว่า “ใช้บิ๊กดาต้า” ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ แต่ผมไม่ค่อยเชื่อ เห็นกระทรวงการคลังใช้แต่ดาต้าธนาคารรัฐ เช่น กรุงไทย ออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. แม้แต่แพลตฟอร์มลงทะเบียนต่างๆ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน ก็ใช้บริการของ ธนาคารกรุงไทย รัฐบาลทำเองไม่ได้

    สัปดาห์หน้าเราจะได้ รัฐมนตรีคลังคนใหม่ แล้ว คาดว่าจะเป็น คุณปรีดี ดาวฉาย อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ประธานสมาคมธนาคารไทยแน่นอน ผมขอถือโอกาสนี้ฝากการบ้าน รัฐมนตรีคลังคนใหม่ ล่วงหน้า เงินกู้ 3 แสนล้านบาทที่เหลือ ขอให้นำไปใช้ให้ถูกจุด แก้ปัญหาให้ตรงเป้า อย่าแจกสะเปะสะปะเหมือนที่ผ่านมา หมดเป็นล้านล้านแต่เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ถ้ายิงตรงเป้า แก้ถูกจุด เศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นแน่นอน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศโควิด-19การ์ดอย่าตกจีดีพีประยุทธ์ จันทร์โอชาดอน นาครทรรพ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 15:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์