คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 8-10%

ข่าว

คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 8-10%

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

3 ก.ค. 2563 08:45 น.

อย่าเพิ่งรีบดีใจ“ดัชนีเชื่อมั่น” ผงกหัว ม.หอการค้าชี้อีกครึ่งปีคนเริ่มใช้จ่าย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่สำรวจจากความเห็นประชาชน 2,241 คนทั่วประเทศว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ในระยะ (เฟส) ที่ 3-4 ประกอบกับ รัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ

โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.63 อยู่ที่ระดับ 49.2 เพิ่มขึ้นจาก 48.2 ในเดือน พ.ค.63 แต่ยังอยู่ในช่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ทำการสำรวจมาในรอบ 21 ปี 9 เดือนตั้งแต่เดือน ต.ค.41 เป็นต้นมา ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 33.2 เพิ่มขึ้นจาก 32.2 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 56.8 เพิ่มขึ้นจาก 55.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 41.4 เพิ่มจาก 40.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางาน อยู่ที่ 47.6 เพิ่มขึ้นจาก 46.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 58.6 เพิ่มจาก 57.7

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการว่างงานในอนาคต ที่จะส่งผลต่อ กำลังซื้อภายในประเทศ การท่องเที่ยว การส่งออก และธุรกิจโดยทั่วไป คาดว่าผู้บริโภคยังคงชะลอการใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือนจนกว่าโควิด-19 จะคลายตัว รวมถึงกังวลสถานการณ์การเมืองที่จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ และปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะติดลบหนักสุดที่ 10-15% และคาดว่าประชาชนจะพร้อมกลับมาใช้จ่ายปกติจากนี้ไปอีก 1 ปี ทั้งนี้ ศูนย์คาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ น่าจะติดลบมากถึง 8-10% และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 64 หากการระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย

ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ จากการสำรวจพบว่า ประชาชนให้ความสนใจใช้สิทธิ์มาตรการเราไปเที่ยวกันน้อยมาก โดยน่าจะมาจากความกังวลโควิด-19 เศรษฐกิจ และการจ้างงาน รวมถึงความยุ่งยากในการลงทะเบียน อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐบาลนำงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาทเข้ามาสู่ระบบโดยเร็วที่สุด ผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) เข้าถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ด้วยการใช้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเข้ามาช่วยเสริม.

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    ศบค.ไฟเขียวเปิดสถานบันเทิง 1 มิ.ย.นี้
    02:37

    ศบค.ไฟเขียวเปิดสถานบันเทิง 1 มิ.ย.นี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565 เวลา 15:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์